เอ็นที (NT) ประกาศพร้อมเชื่อมโยงข้อมูล รัฐ-เอกชน ผ่านระบบ NSW อย่างเป็นทางการหลังทดลองให้บริการมากว่า 1 ปี ตั้งเป้ามุ่งให้บริการ 3 กลุ่ม G2G, B2G และ B2B พร้อมเตรียมขยายบริการเชื่อมโยงครอบคลุมทั่วภูมิภาคอาเซียนได้…
highlight
- เอ็นที ประกาศเปิดให้บริการระบบ National Single Window หรือ NSW รองรับการเชื่อมโยงเอกสารอิเล็
กทรอนิกส์ด้านการนำเข้า ส่งออกครบวงจร มั่นใจช่วยลดขั้ นตอน และอำนวยความสะดวกให้ผู้ ประกอบการ พร้อมขยายการเชื่ อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลไปยั ง 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และประเทศในเอเซียในอนาคต - พร้อมต่อยอดการพัฒนาระบบ NSW ให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้ใช้ข้อมูลอิ
เล็กทรอนิกส์แลกเปลี่ยนกันผ่ านระบบ NSW โดยปัจุบัน NSW ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลทั้ งแบบ G2G, B2G และ B2B มากกว่า 10 ล้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่อเดื อน จำนวนผู้ประกอบการกว่า 15,000 ราย หน่วยงานภาครัฐ 34 หน่วยงาน และหน่วยงานต่างประเทศผ่ านการเชื่อมต่อกับ ASEAN Single Window หรือ ASW
NT ประกาศพร้อมเชื่อมโยงข้อมูล รัฐ–เอกชน ผ่านระบบ NSW อย่างเป็นทางการ

เอ็นที ประกาศเปิดให้บริการระบบ ระบบ National Single Window (NSW) หรือระบบกลางการเชื่อมโยงข้อมู
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลหน่
โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ก่อนจะควบรวมกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที (NT) เป็นองค์กรผู้ให้บริการระบบ NSW หรือ NSW Operator ของประเทศ

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็นที เปิดเผยว่า หลังจาก เอ็นที ได้ร่วมกับกรมศุลกากร และหน่วยงานต่างๆ พัฒนาระบบ NSW ใหม่ต่อยอดจากระบบเดิมที่พัฒนา โดยกรมศุลกากร และได้ทดลองให้บริการมากว่า 1 ปี ปัจจุบัน เอ็นที มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ NSW เต็มรูปแบบ
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ลดการใช้กระดาษ และลดขั้นตอนการติดต่อระหว่างหน่วยงาน หรือการขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ โดยระบบ NSW ใหม่มีประสิทธิภาพสูง และรองรับรูปแบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใหม่เพิ่มขึ้น
เช่น คำขอใบอนุญาตยางพารา, เอกสารใบรับรองสุขอนามัยพืช หรือ e–Phyto Certificate, ใบขนสินค้าอาเซียน ACDD (ASEAN Customs Declaration Document) และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ e–Form หรือ ATIGA (ASEAN Trade In Goods Agreement) เป็นต้น
โดย เอ็นที มีแผนที่จะขยายการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถรองรับรูปแบบธุรกรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับความง่ายในการประกอบธุรกิจ และสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาแ ละบริหารการจัดเก็บภาษี เปิดเผยว่า กรมศุลกากร ไว้วางใจให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เข้ามาพัฒนาระบบ National Single Window หรือ NSW ร่วมกับกรมศุลกากร
ในฐานะ NSW Operator เนื่องจากเล็งเห็นในศักยภาพที่เพียบพร้อมของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่จะสามารถพัฒนาระบบ NSW จากเดิมที่กรมศุลกากรได้ออกแบบมาแล้วให้ดียิ่งขึ้น และตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่มีการทดลองใช้บริการระบบ NSW เต็มรูปแบบ
พบว่าระบบดังกล่าวมีศักยภาพที่ดีเยี่ยม สามารถเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้สามารถบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก นำผ่านจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนได้อย่างราบรื่นและขยายฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก
ซึ่งกรมศุลกากร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพัฒนา และการให้บริการระบบ NSW โดยมี เอ็นที เป็น NSW Operator ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศุลกากร จะสามารถขยายขอบเขตการให้บริการให้รองรับทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์
รวมไปถึงขยายการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลไปยังนอกภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สามารถสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของการขยายพื้นที่การให้บริการนั้น ทาง กรมศุลกากร ได้ดำเนินการร่วมกับ 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว (กัมพูชา, ไทย, บรูไน, พม่า, ฟิลิปปินส์มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, สิงคโปร์, และอินโดนีเซีย) โดยเป็นการพูดคุยถึงการดำเนินการในส่วนของเอกสารที่จำเป็น
ซึ่งแต่ล่ะประเทศก็จะเลือกว่าต้องการทำรูปแบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบใด กับประเทศไทย ในขณะเดียวกันเราได้มีการพูดคุยกับทางประเทศอื่น ๆ ในเอเซีย ไปบ้างแล้ว เช่น ประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

“เอ็นที มีความตั้งใจที่จะให้บริการ และพัฒนาบริการ NSW อย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ปลอดภัย เกิดการบูรณาการการใช้ข้อมูล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0
โดยในส่วนอัตราค่าบริการ NSW นั้น เราจะมีเรทราคาที่กำหนดไว้ที่แน่นอนไม่ให้มีราคาค่าบริการที่สูงจนเกินไป ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการใช้งานบริการ NSW จึงไม่ต้องกังวล” พันเอก สรรพชัยย์ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























