อูร่า ริง (Oura Ring) ประกาศศักดาเตรียมแตะยอดขาย 3.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2568 หลังความนิยมพุ่งสูงในกลุ่มเซเลบริตี้และซีอีโอระดับโลก…
Oura Ring ตั้งเป้ายอดขายหมื่นล้าน! ชูจุดแข็ง “ความไว้วางใจ” ท้าชนยักษ์ใหญ่ Apple–Samsung
อูร่า สตาร์ทอัพแหวนอัจฉริยะจากฟินแลนด์ ประกาศศักดาเตรียมแตะยอดขาย 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) ในปี 2568 หลังความนิยมพุ่งสูงในกลุ่มเซเลบริตี้ และซีอีโอระดับโลก แม้จะเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Samsung และ Google ที่เริ่มส่งผลิตภัณฑ์ลงชิงชัยในตลาด “แหวนสุขภาพ” อย่างเต็มตัว

มากกว่าแค่ Gadget แต่คือความแม่นยำทางการแพทย์
อูร่า พร้อมนำเสนอที่แตกต่างผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ เสริมผลลัพธ์ความแม่นยำด้านชีวมาตร (Biometrics) สูงกว่าข้อมือ และตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการเทคโนโลยีเรียบง่าย ไร้หน้าจอรบกวน พร้อมเลือกจับมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Dexcom เพื่อเชื่อมข้อมูลกิจกรรมเข้ากับระดับน้ำตาลในเลือด
เพื่อมุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้สามารถติดตามอาการกำเริบได้ล่วงหน้า ร่วมกับการพัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์การฟื้นฟูร่างกาย และความเครียดเชิงลึก พร้อมแผนดึงเซนเซอร์จากสมาร์ทโฟนมาช่วยประมวลผลสุขภาพเพิ่มเติม

“ความเป็นอิสระ” คือไม้ตายสู้ศึก Big Tech
ทอม เฮล (Tom Hale) ซีอีโอของ ŌURA ผู้ผลิตแหวน อูร่า ริง กล่าวว่า ยืนยันหนักแน่นว่าจะ ไม่ขายกิจการให้ยักษ์ใหญ่ไอที โดยชูจุดแข็งเรื่อง “ความไว้วางใจ” (Trust) ในการเก็บข้อมูลสุขภาพ และความเป็นกลางที่รองรับทั้ง iOS และ Android ซึ่งเป็นสิ่งที่พาร์ทเนอร์ทางการแพทย์ให้ความสำคัญ
แม้ อูร่า จะมีราคาสูง และต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน แต่บริษัทมั่นใจว่า “ซอฟต์แวร์คุณภาพสูง” และการวิเคราะห์ที่แม่นยำแบบเฉพาะบุคคล จะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ อูร่า ยังคงเป็นผู้นำในตลาดอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพต่อไปอย่างยั่งยืน
“ความแตกต่างที่แท้จริงจะมาจากซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะคุณภาพของการวิเคราะห์ด้านการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery) ความเครียด และข้อมูลเชิงลึกที่อุปกรณ์สามารถมอบให้ได้”

ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา อูร่า ได้เปิดตัวผู้ช่วย อูร่า ที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับคุณภาพการนอน และค่าสถิติต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้ ซึ่ง อูร่า จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รักษาได้ยากในการจัดการอาการของโรค
แต่ต้องมีการปรับแต่งแอป และการอ่านค่าของ อูร่า ให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น เช่น ผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรังอาจต้องการความมั่นใจว่าตนเองพักผ่อนเพียงพอ หรือ ผู้ป่วยโรคพุ่มพวง (Lupus) ที่ต้องการตรวจหาอาการกำเริบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ด้าน Grace Harmon นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี และ AI จาก eMarketer กล่าวว่า อูร่า จำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าอุปกรณ์ของ อูร่า มีราคาไม่ถูกนัก โดยตัวแหวนเริ่มต้นที่ 349 ดอลลาร์ (ประมาณ 12,000 บาท)
และยังต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนอีก 6 ดอลลาร์ เพื่อใช้งานฟีเจอร์ส่วนใหญ่ ในขณะที่ Apple และ Samsung ไม่มีการเก็บค่าสมาชิกรายเดือนสำหรับสมาร์ทวอทช์ (แม้ว่าการวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกของ Google จะถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สมัคร Fitbit Premium ก็ตาม)

ขณะที่ด้าน บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (Big Tech) เริ่มขยับตัวตามแล้ว จากที่เคยมอง อูร่า เป็นเพียงผู้ท้าชิงรายใหม่ วันนี้ อูร่า กลับต้องเผชิญกับคู่แข่งในตลาดของตัวเอง และเช่นเดียวกับเทคโนโลยีในอดีต อูร่า จำเป็นต้องวิวัฒนาการต่อไป ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงที่จะถูกกลืนหายไปจากตลาด
หลังจากเปิดตัวแหวนวงแรกมาครบ 10 ปี อูร่า คาดการณ์ว่ายอดขายจะแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จากปี 2567 โดยสถิติระบุว่ายอดขายกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน 5.5 ล้านวง ที่เคยขายมาทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นภายในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียวเท่านั้น
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก https://ouraring.com/
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























