Palo Alto Networks เปิดตัว Prisma Access 2.0 รองรับการทำงาน Remote Work

0
125
Palo Alto Networks

พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ (Palo Alto Networks) เปิดตัว Prisma Access 2.0 โซลูชั่นส์ความปลอดภัยบนคลาวด์ที่สมบูรณ์ที่สุด…

Palo Alto Networks เปิดตัว Prisma Access 2.0 รองรับการทำงาน Remote Work

พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ เปิดตัว Prisma® Access 2.0 รองรับการทำงานแบบ Remote work อย่างปลอดภัยด้วยแพลตฟอร์มความปลอดภัยบนคลาวด์ที่สมบูรณ์ แบบที่สุด Prisma Access 2.0 มีการพัฒนาที่สำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรักษาตัวเองได้ (Self-healing infrastructure)

ความปลอดภัยด้วย MLpowered ป้องกันการโจมตีแบบเรียลไทม์ และการใช้ Cloud SWG รักษาช่วยเพิ่มความปลอดภัยของระบบ Web gateway ไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ไหน โดยในปี 2563 ที่ผ่านมาหลายองค์กรใช้ระบบคลาวด์มากขึ้นเพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

พร้อมกับเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้ใช้ แอปพลิเคชันและข้อมูลต่างๆ ระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ ปัจจุบันมีข้อจำกัดด้านการครอบคลุมแอปพลิเคชันและการปกป้องที่ไม่เพียงพอ โดยพบว่า 53% ของภัย คุกคามจากการทำงานทางไกลมาจาก Nonweb apps

Palo Alto Networks

และทำให้โซลูชั่นที่ป้องกันเพียงแต่ Web apps จะทำให้องค์กรเสี่ยงต่อการถูกโจมตี ซึ่ง Prisma Access โซลูชันชั้นนำของตลาดได้ใช้วิธีการที่แตกต่างกันในด้านพื้นฐาน เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัด เหล่านี้ด้วยการปกป้องแอปพลิเคชันทั้งหมด 

ไม่ใช่เฉพาะ Webbased applications ด้วยการรักษา ความปลอดภัยที่สมบูรณ์ และดีที่สุดจากแพลตฟอร์ม Clouddelivered แบบเดี่ยว พร้อมประสิทธิภาพ การเข้าถึง และการใช้งานที่ยอดเยี่ยม โดย Prisma Access 2.0 ได้ขยายวิสัยทัศน์และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนคลาวด์ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย

จากทางไกลที่เร็วขึ้นมากกว่าโซลูชันส์อื่น 10 เท่า และอัพเดตข้อมูลความปลอดภัยมากกว่า 4.3 ล้านครั้ง ต่อวัน ซึ่งมากกว่าคู่แข่งประมาณ 25 เท่า สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยจากทั้งผู้ใช้ และข้อมูลขององค์กร

Palo Alto Networks

จุดเด่น การรักษาความปลอดภัยและการจัดการของ Prisma Access 2.0

การจัดการคลาวด์รูปแบบใหม่ : Prisma Access 2.0 ให้ผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ด้วยประสบการณ์การจัดการบนคลาวด์ที่ก้าวกระโดด ด้วยการให้การอัพเดตความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

ใหม่ Autonomous Digital Experience Management (ADEM) : Prisma Access 2.0 ทำให้โครงสร้างพื้นฐานรักษาตัวเองได้ (self-healing infrastructure) แก้ปัญหาเน็ตเวิร์กได้อัตโนมัติ สามารถทำงานที่ไหนก็ได้อย่างหมดกังวล

MLpowered security แบบใหม่ : Prisma Access 2.0 ใช้ แมชชีน เลิร์นนิ่ง (ML) เพื่อป้องกันช่องโหว่ Zero-day แบบเรียลไทม์ แมชชีน เลิร์นนิ่งจะวิเคราะห์ข้อมูลทางไกลจำนวนมหาศาลเพื่อทำ policy แบบอัตโนมัติ เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่เร็วขึ้น

ประสิทธิภาพใหม่ Secure Web Gateway (SWG) บนระบบคลาวด์ : พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ ได้เพิ่มความสามารถด้าน Proxy ที่ให้กับ Prisma Access Cloud SWG  สามารถย้ายจาก Proxy แบบเก่ามายัง  Cloud-based โดยไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงใดๆบนเน็ตเวิร์ก เมื่อเวลาผ่านไปลูกค้าสามารถ เปลี่ยนไป ใช้วิธีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างง่ายดาย Prisma Access ปกป้องทุก แอปฯ พอร์ท โปรโตคอล ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเว็บเท่านั้น

รองรับแพลตฟอร์ม CloudBlades APIbased : CloudBlades เป็นแพลตฟอร์มจาก Third-party เชื่อมต่อกับ SASE โดย CloudBlades ใน Prisma Access 2.0 ทำให้ความปลอดภัยและบริการโครงสร้าง พื้นฐานของ third-party ที่ผ่านการรับรองสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย บริการแรกคือ RBI จากผู้จำหน่ายชั้นนำเพื่อเปิดใช้งานการแยกเบราว์เซอร์จากที่ไหนก็ได้

ความสามารถในการสเกลที่เหนือชั้น และเข้าถึง : Prisma Access 2.0 ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ด้วยบริการแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองประสิทธิภาพระดับ SLAs และตำแหน่งการเข้าถึง Prisma Access ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จากผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ๆ ระดับโลก  เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ไปสู่การทำงานแบบไฮบริด Prisma Access 2.0 สามารถขยายได้อย่างอัตโนมัติเพื่อตอบสนองความต้องการ ด้วยประสิทธิภาพ Encrypt Tunnel เร็วกว่าคู่แข่งถึง 10 เท่า

Palo Alto Networks

นอกจากนี้ Prisma Access 2.0 ยังเพิ่มความปลอดภัย IoT เพื่อป้องกันภัยคุกคาม IoT โดยไม่จำเป็น ต้องติดตั้งเซ็นเซอร์หรืออุปกรณ์เพิ่มเติม CloudBlades ช่วยลดความซับซ้อน และเพิ่มความคล่องตัว ในการใช้คลาวด์จาก 3rdparty โดยเริ่มจากบริการ Remote Browser Isolation จาก Vendor อื่นก่อน

Simon Green ประธานฝ่ายภูมิภาคแถบเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า Remote work เป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่หลายองค์กรในเอเชีย-แปซิฟิก และญี่ปุ่นกันมากขึ้น มีองค์กรอีกมาก ที่ใช้ระบบคลาวด์ และออกแบบประสบการณ์ใช้งานของพนักงานใหม่ (new user experiences)

เราได้ร่วมงานกับองค์กรเพื่อปรับสถาปัตยกรรมความปลอดภัย และเดินหน้าโมเดลความปลอดภัยบนคลาวด์ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้ แอปพลิเคชันต่าง ๆ จากทุกที่ได้อย่างปลอดภัย

Palo Alto Networks

ด้าน Eric Parizo นักวิเคราะห์จาก บริษัท Omdia กล่าวว่า แม้ว่าจะปีที่คาดไม่ถึง แต่ 2563 เป็นปีที่การทำงานแบบ remote work เป็นเรื่องปกติของคนนับล้านทั่วโลก แม้ว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีน COVID19 ในปี 2564 แต่การทำงานจากทางไกลผ่านคลาวด์ยังคงอยู่ องค์กรที่สำเร็จไม่เพียงแต่รักษา ข้อมูลจากภัยคุกคาม

แต่ทำให้การทำงานจากทางไกลเสถียรและราบรื่นด้วย บริษัท Omdia เชื่อว่าแนวทาง การรักษาความปลอดภัยที่บนคลาวด์อย่าง Prisma Access โดย พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ จะกลายเป็นระบบ ที่จำเป็นและโดดเด่นในการรักษาความปลอดภัยและทำให้การทำงานก้าวต่อไปได้ไกลในอนาคตข้างหน้า

Palo Alto Networks

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.