เป๊ปซี่โค (PepsiCo) เดินหน้าสานต่อโครงการ Greenhouse Accelerator APAC ปี 2 เฟ้นหาสตาร์ตอัพ (Start-Up) เติมเต็มนวัตกรรมอาหาร และเครื่องดื่มเพื่อความยั่งยืน…
PepsiCo เดินหน้า Greenhouse Accelerator APAC ปี 2 เฟ้นหา Start–Up สานต่อโครงการความยั่งยืน
เป๊ปซี่โค (PepsiCo) ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกภายใต้โครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (GHAC) โดยได้เปิดรับใบสมัครจากสตาร์ตอัปทั่วเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมปี 2567 นี้
โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ล้วนเป็นผู้บริหารของ เป๊ปซี่โค โดยพิจารณาจากความสามารถในการนำเสนอโซลูชันที่มีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการรับมือด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละรายดูจากแนวทางที่แปลกใหม่
ในการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักภายใต้เป้าหมาย pep+ เพื่อการทำทรานส์ฟอร์เมชันของเป๊ปซี่โค (PepsiCO Positive) โครงการนี้เน้นย้ำปณิธานของเป๊ปซี่โคที่มีต่อระบบอาหารในยุคหน้าเพื่อความรุ่งเรืองของผู้คน และโลกไปพร้อมกัน
Greenhouse Accelerator by PepsiCo
โครงการ Greenhouse Accelerator ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นให้สตาร์ตอัพเหล่านี้เติบโต และเสริมสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างมีความหมาย บรรดาผู้เข้ารอบสุดท้ายถือเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่มากความสามารถหลากหลายด้าน ในเอเชียแปซิฟิก
และช่วยสานภารกิจของ เป๊ปซี่โค ในการเฟ้นหาโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย และมีศักยภาพ และเป็นไปตามพันธกิจหลักของ เป๊ปซี่โค ก็คือ การบูรณาการแนวทางที่ทันสมัยเหล่านี้ไว้ในห่วงโซ่คุณค่าทั่วโลกของบริษัท เพื่อต่อยอดความมุ่งมั่นที่จะยกระดับรอยเท้านิเวศ (Ecological footprint) ให้ดียิ่งขึ้น

เหวิน หยวน ตัน (Wern-Yuen Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า เป้าหมายของ เป๊ปซี่โค ในการการสนับสนุนการทำเกษตรกรรมเชิงบวก และการจัดการห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งการที่จะทำตามวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้ จำเป็นจะต้องมีนวัตกรรมแบบเปิดที่ดึงกลุ่มคนที่มีความสามารถต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันทำงาน ซึ่งโครงการ Greenhouse Accelerator จะช่วยทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับกับสตาร์ทอัพที่มุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์ และโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ
และเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสตาร์ตอัปรายใหม่ ๆ ในโครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่ได้เห็นนวัตกรรมต่าง ๆ จากบริษัทเหล่านี้
และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโซลูชันที่ล้ำหน้าเหล่านี้ จะช่วยจัดการกับปัญหาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เกษตรกรรมยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญกับวาระ pep+ ของเรา ซึ่ง เป๊ปซี่โค เชื่อมั่นว่าความร่วมมือ สตาร์ตอัพ เหล่านี้จะทำให้ทุกอย่างรุดหน้าได้รวดเร็ว

“ซึ่งที่ผ่านมาเราสามารถยกระดับกระบวนการผลิตของเราได้จากความร่วมมือกับ สตาร์ตอัพ ที่ได้เข้าร่วมโครงการ Greenhouse Accelerator ในปีที่ผ่าน ๆ มา ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ระหว่าง เป๊ปซี่โค กับบริษัทฯ ผู้บรรจุขวดในการทำชวดเครื่องดื่มจากพลาสติกรีไซเคิล ที่ใช้จำหน่ายใน 6 ประเทศ
ได้แก่ ญี่ปุ่น, เวียดนาม, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, จีน และเมียนมาร์ โดยภายในปี 2568 เป๊ปซี่โค ตั้งใจที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดรีไซเคิลได้ สลายตัวได้ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือใช้ซ้ำได้ เพือให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2573
นอกจากนี้ เป๊ปซี่โค ยังได้ปรับแนวทางในการผลิตโดยใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในโรงงานของ เป๊ปซี่โค ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กว่า 97% รวมถึงการริเริ่มนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า มาใช้ในการขนส่งสินค้าของเราในประเทศจีน และไทย และจากแนวทางที่เราได้มากจากการทำโครงการนี้
ทำให้เราเชื่อว่าเราจะสามารถต่อยอดการพัฒนาเครื่องดื่มของ เป๊ปซี่โค ให้สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพัฒนาเครื่องดื่ม เป็ปซี่ แบล็ค (Pepsi Black) ของเราเป็นเครื่องดื่มในแบบคลาสสิคที่ปราศจากน้ำตาล แต่ยังคงรสชาติที่คุ้นเคยเอาไว้ดังเดิมได้ ซึ่งจากแนวทางในการพัฒนา
เราเชื่อว่าภายในปี 2568 เป๊ปซี่โค จะสามารถพัฒนา 2 ใน 3 ของเครื่องดื่มของ เป๊ปซี่โค ให้มีแคลอรี่ (Calorie) น้อยกว่า 100 หรือน้อยกว่านั้นได้ ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาเครื่องดื่มที่ใส่ใจในสุขภาพอย่าง เกเตอเรด ซีโร่ (Gatorade Zero) ซึ่งเป็นเครื่องดื่ม เอนเนอร์จี้ ดริ้ง (Energy Drink) แบบเดียวกับสูตรดั้งเดิมแต่ไม่มีน้ำตาล
ซึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับนักกีฬา และคนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพที่กำลังมองหาตัวเลือกของเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ต่ำ ซึ่งแนวทางหลังจากนี้ เป๊ปซี่โค พร้อมที่จะต่อยอดงานด้านความยั่งยืนของเรา และสนับสนุน สตาร์ตอัพ ที่มีความสามารถ ให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับเราอย่างต่อเนื่อง”

และในปี 2567 นี้ เป๊ปซี่โค ได้ขยายโครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ครอบคลุมหัวข้อใหม่ที่สำคัญอย่างเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญในระบบอาหารของเรา ดังนั้น เป๊ปซี่โค จึงเฟ้นหาสตาร์ตอัปผู้บุกเบิกในภาคส่วนนี้ให้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 2 ราย
โดยแต่ละรายล้วนมีแนวทางอันทันสมัยในด้านการทำสวนทำไร่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เป๊ปซี่โค ยังได้ขยายขอบเขตของโครงการให้ครอบคลุมยิ่งยึ้นด้วยการจับมือกับพันธมิตรใหม่ซึ่งเป็นผู้บรรจุขวดอย่าง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ ทั้งในประเทศไทย และเวียดนาม
โดยทั้ง 2 บริษัทฯ มีความตั้งใจอันแรงกล้าในการสร้างสิ่งดี ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของตนเองในทุกส่วน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการผสานความยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค และครอบคลุมผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย เพื่อขยายผลลัพธ์จากความร่วมมือให้ก่อเกิดประโยชน์ในวงกว้าง
ขณะที่ โครงการ Greenhouse Accelerator ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เกื้อหนุน และเชื่อมโยงผู้เข้ารอบสุดท้ายให้เข้าถึงเครือข่ายที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และทรัพยากรต่าง ๆ อันนับไม่ถ้วนของ เป๊ปซี่โค โดยมีกรอบการทำงานดังกล่าวออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนา
ร่นระยะเวลาเข้าสู่ตลาด และเพิ่มศักยภาพในการขยับขยายโซลูชันให้ครอบคลุมการใช้งานในวงกว้าง โดยเราหวังเป็นอย่างยิงว่าเราจะสามารถสานต่อพันธกิจของโครงการ Greenhouse Accelerator กว่า 7 โครงการ ที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 และทำให้ เป๊ปซี่โค มียอดขายเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้าน อลัน ชอย (Alan Choi) รองประธานอาวุโส และซีเอฟโอ เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันโครงการ Greenhouse Accelerator ได้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว โดยมี สตาร์ตอัพ สมัครเข้าร่วมมากกว่า 100 ราย ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เราได้สตาร์ทอัพเกิดใหม่กว่า 86 แบรนด์ จากโครงการนี้
และสร้างยอดขายให้เรารวมกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 700 ล้านบาท) ขณะที่ โครงการ Greenhouse Accelerator ในเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นปีที่ 2 และมี สตาร์ตอัพ ส่งไอเดียเข้าประกวดมากกว่าปีก่อนถึง 2 เท่า

ด้าน แอนน์ ฉี (Anne Hse) ซีอีโอ เป๊ปซี่โค ประจำ Greater China กล่าวสนับสนุนว่า บทบาทของ สตาร์ตอัพ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นแหล่งพลังแห่งความคิดที่จะขับเคลื่อนสังคมไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ และ สตาร์ตอัพ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมเทคโนโลยี และการเป็นผู้ประกอบการที่บทบาทสำคัญในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า ประเทศจีน มี สตาร์ตอัพ ที่โดดเด่น และอยู่ในอันดับที่ 12 ใน 20 อันดับแรกของโลก และมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของจีนจากศูนย์กลางการผลิตสู่แหล่งกำเนิดเทคโนโลยีอย่างมากในปัจจุบัน
สิ่งที่ยืนยันได้คือ ผู้ชนะโครงการ เป็ปซี่โค Greenhouse Accelerator ปี 2566 ที่ผ่านมา คือ บริษัทสตาร์ทอัพ Powered Carbon จากประเทศจีน ที่เข้าร่วม และรับคำปรึกษาจากเราผ่านโครงการนี้ ทำให้สามารถพัฒนาการทำงานของโปรไบโอติกในการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย
สร้างปุ๋ยชีวภาพที่สามารถเพิ่มการดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ดีกว่าการให้ปุ๋ยแบบเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากทดสอบใช้ในฟาร์มมันฝรั่งของเรา ทำให้ผลผลิตมันฝรั่งดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้เราจัดการกับความท้าทายด้านสภาพอากาศ และสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น
ขยายขอบความร่วมมือเพื่อสร้างความยั่งยินของอาหารในภูมิภาค APAC

สุดิปโต โมซุมดา (Sudipto Mozumdar) กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจอาหารอินโดจีน และ CMO เป๊ปซี่โค เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โครงการ Greenhouse Accelerator เป็นโครงการที่ดำเนินการด้านความยั่งยืนแบบครบวงจร ในการแสวงหานวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนโลกให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ตั้งแต่การเปิดรับไอเดีย ไปจนถึงการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดรับไอเดียจาก สตาร์ตอัพ ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบนับตั้งแต่การระดมความคิดเพื่อจัดการกับความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุด

“ปัจจุบันการสร้างการตะหนักรู้เรื่องความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีความท้าทายอยู่อีกมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงให้หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นยังมีอุปสรรคในด้านของพฤติกรรมที่คุ้นเคย แต่เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถร่วมกันแก้ไขอุปสรรค และปัญหาไปพร้อม ๆ กันได้ เนื่องจากแนวโน้มของความตื่นตัวในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ด้าน แอริก ปริญญา (Eric Kitjatanapan) กิจจาธนพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป แผนกเครื่องดื่ม และ GMD บริษัทเป็ปซี่โค เอเชีย กล่าวเสริมว่า สำหรับแนวทางความร่วมมือในการทำโครงการ Greenhouse Accelerator ปีนี้เราได้ร่วมมือกับ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ ประเทศไทย และเวียดนาม
รวมถึงสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติของประเทศไทย (NIA) และ เซอคิวเลท แคปปิตอล (Circulate Capital) ด้วยการขยายขอบเขตในปี 2567 เพื่อเป็นพันธมิตรกับซันโทรี่ ผู้ผลิตขวดของเราในประเทศไทย และเวียดนาม เราได้สร้างแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้อง และครอบคลุมมากขึ้นภายในซัพพลายเชนของเรา
นอกจากนี้ เป๊ปซี่โค ยังคงเป้าหมายในการทำโครงการ Greenhouse Accelerator อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเราเชื่อว่าโครงการนี้ต้องเป็นโครงการทีต้องลงทุนต่อเนื่อง และเราพร้อมที่จะขยายขอบเขตโครงการไปยังประเทศอื่น ๆ หากพิจารณาแล้วว่าโครงการ Greenhouse Accelerator สามารถเข้าไปยกระดับ Eco System ได้
“สำหรับ สตาร์ตอัพ ที่เข้าร่วมโครงการ Greenhouse Accelerator ปี 2567 ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ไม่ใช่ผู้ชนะ ทาง เป๊ปซี่โค เองก็ไม่ได้จะตัดทิ้ง แต่จะพิจารณาว่ามีโครงการไหนที่เหมาะสม ก็จะดึง สตาร์ตอัพ นั้นเข้าร่วมโครงการ เพราะเราเชื่อมั่นว่า สตาร์ตอัพ เหล่านี้มีศักยภาพเพียงพออยู่แล้ว”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Greenhouse Accelerator ของ เป๊ปซี่โค ได้ที่ https://greenhouseaccelerator.com/, ลิงค์อิน : LinkedIn และทวิตเตอร์ : X
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























