เร้ดแฮท (Red Hat) นำทีม 2 องค์กรไทย National ITMX และ Government Savings Bank คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 หลังทรานส์ฟอร์ม และสร้างนวัตกรรมให้องค์กรได้อย่างสร้างสรรค์ด้วยการใช้โอเพ่นซอร์ส…
Red Hat นำทีม 2 องค์กรไทย คว้ารางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024
เร้ดแฮท ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโอเพ่นซอร์สประกาศรายชื่อองค์กรที่ได้รับรางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2024 (เร้ดแฮท เอเปค อินโนเวชั่น อวอร์ด) ประจำประเทศไทย โดยยกย่องความสำเร็จอันโดดเด่น
ของ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (National ITMX Co., Ltd) และธนาคารออมสิน (GSB) ในการใช้โซลูชันของเร้ดแฮทอย่างสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในโลกธุรกิจที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงมีพลังในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง
และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโตของธุรกิจทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจที่มีพลวัต วัฒนธรรมที่หลากหลาย และฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ เทคโนโลยียังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดภูมิทัศน์ทางธุรกิจ ขับเคลื่อนการเติบโต และสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม

“เร้ดแฮท เอเปค อินโนเวชั่น อวอร์ด” ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Unlock what’s next” มอบรางวัลให้แก่ลูกค้าที่นำศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สไปใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างนวัตกรรม โดยองค์กรที่ได้รับรางวัล เป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเอาชนะความท้าทายสองประการที่คู่กันมา
คือ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เพิ่มสูงขึ้น และความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มีองค์กร 31 แห่งจาก 11 ประเทศทั่วภูมิภาคได้รับรางวัล สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจในภูมิภาคประสบความสำเร็จในการนำโซลูชันของ เร้ดแฮท มาใช้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ และพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

โดยผลสำรวจ เร้ดแฮท 2024 โกลบอล เทค เทรนด์ พบว่า ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับการลงทุนสามด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาแอปพลิเคชันคลาวด์-เนทีฟ การยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของผู้ใช้ และการเร่งกระบวนการนำเสนอแอปพลิเคชัน/บริการออกสู่ตลาด
ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมที่ปรากฎอยู่ในประเภทของรางวัลห้าประเภทหลัก ที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีโซลูชัน และแนวทางที่จะช่วยเสริมศักยภาพให้องค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันได้
ซึ่งประกอบด้วยรางวัลประเภท การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation), โครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud Infrastructure), การพัฒนาคลาวด์-เนทีฟ (Cloud-Native Development), ระบบอัตโนมัติ (Automation), และ ความยืดหยุ่น (Resilience)

ผู้ชนะคัดเลือกจากองค์กรที่นำโซลูชันของเร้ดแฮทไปใช้ และประสบความสำเร็จสูง และแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จนั้นเป็นส่วนสำคัญต่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขององค์กร องค์กรแต่ละแห่งล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง
เช่น ทำให้เกิดกระบวนการทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพล้ำหน้า เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมนวัตกรรม และเสริมสร้างความยืดหยุ่นเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ เรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของเร้ดแฮทที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้บรรลุการเติบโตที่เหนือชั้นผ่านการใช้โซลูชันโอเพ่นซอร์สอย่างมีกลยุทธ์
ประเภทรางวัล : Digital Transformation และ Cloud–native Development
ผู้ได้รับรางวัล : บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (National ITMX Co., Ltd)

บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการชำระเงินเพื่อให้ระบบการชำระเงิน และบริการทางการเงินของประเทศให้เกิดความทั่วถึง (Inclusive) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient)
รวมถึงมีเสถียรภาพ (Stability) เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต และเพิ่มศักยภาพของประเทศในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งปัจจุบันการโอนเงิน และชำระเงินแบบดิจิทัลกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภค และภาคธุรกิจ บทบาทของ National ITMX จึงมีความสำคัญ
ในการสนับสนุน Thailand’s National e-Payment Roadmap บริษัทมุ่งมั่น และให้ความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณธุรกรรม (Scalability), การเชื่อมต่อระบบ (Interoperability) และความปลอดภัย (Security)
เพื่อสร้างระบบการเงินที่แข็งแกร่ง และไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของ PromptPay ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งาน และปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก, ความเสถียรของระบบ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ จึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินใหม่ โดยร่วมมือกับเร้ดแฮท เพื่อนำ OpenShift Container Platform, Enterprise Linux และ Ansible Automation Platform มาใช้เป็นเทคโนโลยีหลัก
การนำเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ (Containerization) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สระดับองค์กรมาใช้ ช่วยเสริมสร้างความสามารถของระบบ PromptPay ให้มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการพัฒนาดังกล่าวช่วยให้ระบบ PromptPay สามารถยกระดับการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน และเครือข่ายการชำระเงินได้อย่างไร้รอยต่อ ตลอดจนสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัลและนวัตกรรมทางเศรษฐกิจในระดับสากล
ประเภทรางวัล : Digital Transformation และ Cloud–native Development
ผู้ได้รับรางวัล : ธนาคารออมสิน (GSB)

ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม ด้วยการนำกำไรจากการดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์ไปสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคม ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้ามากกว่า 26 ล้านบัญชี และยังคงมุ่งมั่นปรับภาพลักษณ์ และพัฒนาบริการให้ทันสมัย
เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในการเปิดตัวบริการทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ ธนาคารออมสิน เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเดินหน้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation)

ธนาคารออมสินได้ร่วมมือกับ เร้ดแฮท เพื่อทรานส์ฟอร์มทีมพัฒนาแอปพลิเคชันของธนาคารฯ ผ่าน Open Innovation Labs residency โดยใช้พัฒนาโครงการนำร่องด้านบริการสินเชื่อ ส่งผลให้ปัจจุบันลูกค้าสินเชื่อของธนาคารฯ สามารถลงทะเบียนขอสินเชื่อ และตรวจสอบวงเงินที่สามารถขอสินเชื่อได้
ผ่านแพลตฟอร์ม Online Lending Advisor ในสาขาที่กำหนด หรือผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือ GSB MyMo แทนกระบวนการแบบเดิมที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งมักจะต้องผ่านขั้นตอนคัดกรองเบื้องต้นที่สาขาและใช้ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น
การดำเนินการดังกล่าว ช่วยให้กระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับแอปพลิเคชันโมโนลิธิก (Monolithic) แบบเดิมที่เคยใช้ ทำให้ธนาคารสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ทีมพัฒนาแอปพลิเคชันภายในองค์กรของธนาคารออมสิน
และยังได้นำวัฒนธรรม DevOps มาใช้ ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันภายในทีม เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิด และทักษะระหว่างสมาชิกในทีม เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ และส่งสู่ตลาดได้ในเวลาที่เหมาะสม
ใช้ “โอเพ่นซอร์ส” ขับเคลื่อนแผนงานทางธุรกิจ

สุพรรณี อำนาจมงคล ผู้อำนวยกาประจำภูมิภาค ของ เร้ดแฮท ประเศไทย กล่าวว่า แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปี 2024 เร้ดแฮท ได้เห็นความสำเร็จอันโดดเด่นและน่าทึ่งที่ลูกค้าของเราบรรลุได้ ในปีนี้เราต้องการเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรมขององค์กรเหล่านี้
ในงาน เร้ดแฮท เอเปค อินโนเวชั่น อวอร์ด 2024 ที่พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนแผนงานทางธุรกิจ และโอเพ่นซอร์สยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรค้นพบสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปและปูทางสู่ความสำเร็จด้วยเครื่องมือและความเชี่ยวชาญที่ถูกต้องเหมาะสม

ด้าน นิวัฒน์ กัณวเศรษฐ์ Senior Assistant Managing Director Platform Ops BU, National ITMX Co., Ltd. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน PromptPay มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วจำนวน 80.37 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568)
และในปีที่ผ่านมา มีการประมวลผลแบบเรียลไทม์มากกว่า 23,000 ล้านรายการต่อปี ผ่านทั้งการโอนเงิน (Credit Transfer) และการสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน โดยเร้ดแฮทมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ PromptPay สามารถเพิ่มขีดความสามารถของระบบ (Scalability) ปรับปรุงประสิทธิภาพ (Efficiency)
และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ (Integration Speed) เพื่อรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code ภายในประเทศ และต่างประเทศ การพัฒนาดังกล่าวช่วยให้ PromptPay สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้งาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการชำระเงินของไทย

กานต์รวี จิรสนธิการณ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายวางแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า การปรับองค์กรให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เป็นความสำคัญอันดับแรกของธนาคารออมสิน เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ลูกค้า และประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน
และแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรมในระบบ ซึ่ง เร้ดแฮท OpenShift ช่วยให้เราพัฒนา และผลิตแอปพลิเคชันได้ภายในสามเดือนแทนที่จะเป็นหนึ่งปีเหมือนในอดีต เร้ดแฮทช่วยให้เราสามารถให้บริการธุรกรรมลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมั่นใจ พร้อมความคล่องตัวทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และเราหวังว่าความสำเร็จของทีมเราจะจุดประกายให้ทีมอื่น ๆ เริ่มต้นเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























