Review สองสหายสายเกมมิ่ง! nubia Neo 5 GT 5G vs nubia Neo 5 5G เกมมิ่งโฟนงบประหยัดที่ฉีกทุกกฎ

nubia Neo 5 GT 5G

รีวิว เจาะลึกสมาร์ตโฟนเกมมิ่งงบประหยัดซีรีส์ใหม่ล่าสุดประจำปี 2026 อย่าง nubia Neo 5 5G และรุ่นท็อปสเปกจัดเต็มอย่าง nubia Neo 5 GT 5G จาก nubia neo 5 series ที่รอบนี้ยกเครื่องใหม่หมดจด ทั้งเทคโนโลยีพัดลมระบายความร้อนที่ติดตั้งมาภายในตัวเครื่อง แถมยังมีระบบแสดงกราฟฟิกแบบสมจริง ที่มาพร้อมระบบจัดการประสิทธิภาพการทำงาน Neo Triggers 5.0 และ AI Game Space 5.0 ทำให้การเล่นเกมได้สนุก และนานยิ่งขึ้น…

ในโลกของสมาร์ตโฟนเกมมิ่งที่ดูเหมือนจะถูกผูกขาดด้วยเครื่องสเปกเทพราคาเหยียบหมื่นปลาย ๆ หรือครึ่งแสน แต่ นูเบีย (nubia) (สมาร์ตโฟนภายใต้แบรนด์ ZTE) กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการส่งสหายสายเกมมิ่งซีรีส์ Neo มาลงสนามในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก

วันนี้เราจะมาเจาะลึกสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่ อย่าง nubia Neo 5 5G (นูเบีย นีโอ 5 5G) และรุ่นท็อปสเปกจัดเต็มอย่าง nubia Neo 5 GT 5G (นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G) ที่รอบนี้ขยับมาตรฐานความคุ้มค่าขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะระบบระบายความร้อน Active Cooling Fan ที่ในรุ่น GT ใช้เทคโนโลยีจากรุ่นพี่อย่าง RedMagic มาใช้

นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปกเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นการประกาศสงครามในเซกเมนต์ “Budget Gaming” อย่างแท้จริง แม้ว่าแอดมินจะไม่ได้ครบมาทัง 3 รุ่น ในซีรี่ย์ ที่เปิดตัวมาพร้อมกันในงาน MWC Barcelona 2026 แต่ทั้ง 2 รุ่น ก็ถือว่าเข้าข่ายเกมมิ่งโฟนที่น่าสนใจไม่น้อย เรามาดูกันว่าทั้ง 2 รุ่นนี้มีดีอะไร และมีจุดด้วยตรงไหนที่ควรรู้เอาไว้บ้างครับ

Review สองสหายสายเกมมิ่ง! nubia Neo 5 GT 5G vs nubia Neo 5 5G เกมมิ่งโฟนงบประหยัดที่ฉีกทุกกฎ

nubia Neo 5 GT 5G

เริ่มต้นกับตัวตึงอย่าง “นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G” ที่ขอให้คำนิยาม “Active Fan ตัวตึงงบหมื่นกลาง” ถ้าคุณคือเกมเมอร์ตัวจริงที่เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง และเบื่อกับอาการเครื่องร้อนจนเฟรมเรทตก นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G คือคำตอบที่คุณตามหา เพราะนี่คือครั้งแรกในสมาร์ทโฟนกลุ่มนี้ที่ใส่ พัดลมระบายความร้อน Active Cooling Fan มาให้ในตัวเครื่องเลย ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เหมือนอย่างค่ายหนึ่งที่ต้องทำมาขายพ่วง

nubia Neo 5 GT 5G

หากพูดถึงจุดที่น่าสนใจของ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G เครื่องนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ การที่ตัวเครื่องใส่ ระบบการจัดการความร้อนเป็นเลิศ (Active Cooling) ด้วยพัดลมในตัวทำงานร่วมกับระบบ VC Cooling ขนาดใหญ่ ช่วยลดอุณหภูมิเครื่องได้อย่างเห็นผล ทำให้เราสามารถเล่นเกมที่กราฟฟิกโหด ๆ

อย่าง Genshin Impact, Free Fire, Mobile Legends, Delta Force หรือ ROV ในโหมดปรับกราฟฟิกสุดได้อย่างสบาย การที่ใส่พัดลมมาให้ทำให้ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งส่งผลทำให้ได้เฟรมเรทที่นิ่งสนิท และช่วยตัวเครื่องไม่ร้อนจนต้องปรับหน้าจอหรี่แสง หรือลดสปีดลง

ขณะที่ระบบระบายความร้อนของเครื่องเองก็ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่แผ่นกราไฟต์ช่วยนำความร้อนจากบอร์ดไปสู่พัดลม (Aviation-grade Graphite) หรือ แผ่นกระจายความร้อนด้วยของเหลวขนาดใหญ่ (Vapor Chamber : VC) เท่านั้น แต่มีการติดตั้ง พัดลมระบายความร้อนในตัว (Built-in Active Fan) ซึ่งทำงานประสานกับช่องทางเดินอากาศ (Air Duct) เพื่อรีดประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้อย่างสูงสุด

โดยมี พัดลมขนาดจิ๋วแต่มีรอบหมุนสูง (High Speed) ถูกออกแบบมาให้สั่นสะเทือนน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการถือใช้งาน หรือเซนเซอร์ภายในเครื่อง โดยเมื่อทำงานร่วมกับช่องลมเข้า (Air Intake) และช่องลมออก (Air Exhaust) ที่มีการออกแบบมาอย่างดี ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศผ่านจุดที่ร้อนที่สุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

nubia Neo 5 GT 5G

นอกจากนี้ตัวระบบ Active Cooling ยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ควบคุมที่ปรับระดับได้ตามการใช้งาน อาทิ โหมด Auto Mode ที่ตัวพัดลมจะปรับความเร็วรอบตามอุณหภูมิของ CPU/GPU หากใช้งานทั่วไปพัดลมจะหยุดหมุนเพื่อประหยัดพลังงาน

และโหมด Max/Turbo Mode ที่ตัวพัดลมจะเร่งรอบพัดลมสูงสุดเมื่อเข้าสู่การเล่นเกมกราฟิกสูง (เช่น Genshin Impact หรือ ROV เฟรมเรตสูง) เพื่อป้องกันการเกิด Thermal Throttling (อาการเครื่องร้อนแล้วกระตุก) อีกด้วย ระบบดังกล่าวจากข้อมูลระบุว่าสามารถช่วยลดอุณหภูมิสะสมได้เฉลี่ย 3°C-5°C 

ซึ่งช่วยให้รักษาค่า “เฟรมต่อวินาที” หรือ FPS (Frames Per Second) ให้เสถียรได้ยาวนานขึ้น ไม่เกิดอาการเฟรมร่วง ซึ่งการที่สามารถทำให้เครื่องเย็นลงจะช่วยช่วยลดอัตราการเสื่อมของเซลล์แบตฯ ในระยะยาว  นอกจากนี้ยังมีการใช้ซิลิโคนนำความร้อนคุณภาพสูงเพื่อเชื่อมต่อระหว่างชิปกับระบบระบายความร้อนอีกด้วย

nubia Neo 5 GT 5G

นอกเหนือจากหน้าจอ และระบบระบายความร้อนที่จัดเต็มแล้ว นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ยังจัดเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับ “สัมผัส” ทั้งการควบคุม การสั่น และเสียง มาไว้ในตัวเครื่องด้วย เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมแบบดื่มด่ำ (Immersive Gaming) ให้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็น

ปุ่ม Magic Touch 3.0 แบบสัมผัส (Touch Response 550Hz) ที่ให้อัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสที่สูงขนาด 550Hz ทำให้แทบไม่มีความหน่วง (Input Lag) ทำให้การออกคำสั่ง เช่น การเล็งยิง (ADS) หรือการใช้ไอเทม ทำได้รวดเร็วกว่าการกดบนหน้าจอปกติ,

ปุ่ม Customizable Mapping ที่สามารถตั้งค่าปุ่มไหล่ซ้าย-ขวาให้แทนที่ปุ่มใดก็ได้บนหน้าจอ ช่วยให้เราสามารถใช้ “นิ้วชี้” ในการควบคุม ทำให้เหลือ “นิ้วโป้ง” ไว้โฟกัสกับการเคลื่อนที่ และมุมกล้อง ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ ความสามารถ Pressure Sensitivity ที่รองรับแรงกดที่แม่นยำ ลดการลั่นของปุ่มโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย

nubia Neo 5 GT 5G

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมระบบการตอบสนองแบบสัมผัสสั่นแบบ Z-axis Linear Motor ซึ่งให้การสั่นที่กระชับ หนักแน่น และหยุดได้ทันที ต่างจากมอเตอร์สั่นรุ่นเก่าที่ให้ความรู้สึกสั่นแบบค้าง ๆ ซึ่งแอดมินว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมแนวยิงสู้ (Shooting Games) หรือ เกมยิงเชิงยุทธวิธี (Tactical Shooter) เพราะระบบจะสั่นตามเหตุการณ์ในเกม เช่น แรงดีดของปืนแต่ละประเภท, ทิศทางของระเบิด หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าคู่ต่อสู้ ก็ไดยินชัดเจน

และที่น่าประทับใจ และยกระดับการเล่นให้สนุกขึ้นได้มาก คือการที่ตัวเครื่องใส่ลำโพงแบบ Dual Stereo Speakers มาให้ด้วย โดยตัวลำโพงจะแสดงเสียงแยกซ้าย-ขวาอย่างสมดุล ทำให้มิติเสียงกว้าง และชัดเจน โดยเฉพาะการแยกเสียงเท้า และทิศทางกระสุน

nubia Neo 5 GT 5G

นอกจากนี้ยังใส่อัลกอริทึมมิติเสียง DTS:X Ultra Technology มาให้ซึ่งมอบเสียงระดับไฮเอนด์ที่จำลองเสียงรอบทิศทาง (Spatial Audio) แบบ 3D แม้ไม่ได้ใส่หูฟัง ช่วยให้เราสามารถกะระยะความใกล้-ไกลของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ไม่รู้สึกรำคาญเนื่องจากลำโพงถูกปรับจูนมาให้มีความเพี้ยนต่ำ แม้จะเปิดระดับเสียงสูงสุด เสียงย่านสูงจะไม่แหลมจนบาดหู และย่านต่ำ (Bass) มีความอิ่มหนามากกว่าลำโพงมือถือทั่วไป

ตัว นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ยังใส่ตัวช่วยการควบคุม และเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมอย่าง Neo Triggers 5.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ปรังปรุงมาใหม่ช่วยให้ตอบสนองไวขึ้น และฉลาดกว่าเดิมด้วยอัตราการตอบสนองที่สูงถึง 550Hz ทำให้ทุกการแตะส่งคำสั่งไปยังเกมได้ทันที ไร้ความรู้สึกหน่วง อีกทั้งยังรองรับการตั้งค่าแบบ “หนึ่งปุ่มสองคำสั่ง” (L/R Partition) เช่น แตะเบาเพื่อเล็ง แตะหนักเพื่อยิง หรือตั้งค่าให้การกดหนึ่งครั้งเท่ากับการรัวกระสุน (Rapid Fire) ก็สามารถทำได้

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ในส่วนของ AI Game Space 5.0 ก็จะทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรเครื่อง (Resource Management) แบบเรียลไทม์ (Real-time) ซึ่งตัว เอไอ (AI) ที่ใส่เข้ามาจะวิเคราะห์กราฟิกของเกมที่กำลังเล่น หากพบจังหวะที่ยูนิตเยอะ หรือมีการตะลุมบอน (Team Fight) AI จะสั่งเร่งคล็อกสปีด CPU/GPU ขึ้นทันที เพื่อให้เฟรมเรตคงที่ที่สุด

พร้อมทั้งจะลดค่าระยะเวลาในการเชื่อมระบบ (Ping) และอาการแลคด้วยการผสานสัญญาณ 5G และ Wi-Fi เข้าด้วยกัน พร้อมบล็อกการอัปเดตพื้นหลังที่ไม่จำเป็นลงทันที พร้อมทั้งปิดกั้นการแจ้งเตือน สายเรียกเข้า และแถบนำทาง เพื่อไม่ให้มีอะไรมาขัดจังหวะการเล่น แต่ยังสามารถเปิดหน้าต่างลอย (Floating Window) เพื่อตอบแชทด่วนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ความเจ๋งของ AI Game Space 5.0 คือการควบคุมระบบระบายความร้อน ที่จะทำการสั่งให้พัดลม Active Cooling Fan หมุนแรงขึ้นล่วงหน้า เมื่อตรวจพบว่าชิปเซ็ตเริ่มมีความร้อนสะสมสูงเกินเกณฑ์ทำให้ลดการร้อนจนเครื่องค้างหรือดับลงระหว่างใชงานได้อย่างมาก อันนี้แอดมินว่าถือว่าใส่ใจออกแบบมาได้เป็นอย่างดี

nubia Neo 5 GT 5G

สำหรับหน้าจอของ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ถือเป็นไฮไลต์ที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งานไปสู่ระดับ Flagship Gaming ด้วยการผสมผสานความคมชัด ความลื่นไหล และการประหยัดพลังงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ให้ความหนาแน่นพิกเซลที่สูงกว่าหน้าจอทั่วไป ทำให้ภาพดูเรียบเนียน ตัวอักษรคมกริบ คมชัด และเห็นรายละเอียดในเกมได้ชัดเจนมากขึ้น

nubia Neo 5 GT 5G

และด้วยคุณสมบัติของหน้าจอ AMOLED ทำให้ได้สีดำที่ดำสนิท (True Black) และมิติภาพที่ลึกมากกว่าด้วย Contrast Ratio 1,000,000:1 ตัวหน้าจอยังรองรับการแสดงผลสีมากกว่า 1,000 ล้านสี ทำให้การไล่เฉดสี (Gradient) นุ่มนวล ไม่เกิดอาการสีเป็นชั้น ๆ และด้วยอัตรารีเฟรชขนาด 144Hz ทำให้การเคลื่อนไหวบนหน้าจอราบรื่น ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการไถฟีดโซเชียล หรือการสะบัดหน้าจอในเกมแนว FPS (First-Person Shooter) มีความนุ่มนวลสูงสุด และช่วยลดอาการภาพเบลอ (Motion Blur) ลงได้อย่างมาก

nubia Neo 5 GT 5G

นอกจากนี้ด้วยความสามารถในการแสดงความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด (Local Peak Brightness) ที่ดันความสว่างของหน้าจอไปได้ไกลถึง 4,500 nits ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งแดดจัดในเมืองไทยได้สบาย หน้าจอไม่มืดดำ และที่แอดมินชอบมากคือการที่ตัวเครื่องใส่เทคโนโลยีอย่าง Low Blue Light มาให้ด้วย ทำให้ลดการปล่อยแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตาลงได้ ช่วยให้เราสามารถใช้งานเครื่องได้ยาวนานขึ้นโดยไม่รู้สึกล้าสะสม

แม้จะรันหน้าจอที่รีเฟรชเรทสูง หรือความละเอียด 1.5K ต่อเนื่อง แต่ด้วยระบบจัดการพลังงาน และการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม ทำให้ตัวเครื่องสามารถรักษาอุณหภูมิสูงสุดไว้อยู่ที่ประมาณ 38.9°C เท่านั้น ทำให้เครื่องไม่หน่วง และแบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้ยังมีระบบ Magic Touch 3.0 ที่ช่วยให้ทัชสกรีนยังทำงานได้แม่นยำแม้ปลายนิ้วจะเปียก

หัวใจสำคัญที่ทำให้ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G กลายเป็นเกมมิ่งโฟนที่ใช้งานได้ยาวนาน คือการที่ตัวเครื่องติดตั้งนวัตกรรมแบตเตอรี่แบบ Dual-Cell ขนาด 6210mAh ที่ทรงพลัง และจัดการพลังงานได้อย่างอัจฉริยะ มาให้ช่วยให้การคายประจุ และการรับกระแสไฟทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบตเตอรี่เซลล์เดี่ยวทั่วไป ซึ่งจากตัวเลขผลการทดสอบที่ระบุไว้

เมื่อเปิดการใช้งานสามารถให้เราใช้เล่นเกมต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ชั่วโมง ใช้รับชมซีรีส์หรือภาพยนตร์ได้ต่อเนื่อง 22.6 ชั่วโมง ใช้เปิดแผนที่เดินทางไกลได้นานถึง 15.9 ชั่วโมง ใช้ฟังเพลงได้ยาวนานกว่า 90.7 ชั่วโมง และเปิดเครื่องรอรับสายได้นานถึง 840 ชั่วโมง (มากกว่า 1 เดือน) เลยทีเดียว

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ในส่วนของการชาร์จไฟ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จแบบ Flash Charger แบบ 80W โดยสามารถชาร์จไฟเข้าพร้อมกันทั้งสองเซลล์ ช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลงอย่างมาก อีกทั้งยังมีระบบ AI ช่วยควบคุมการจ่ายไฟให้เหมาะสมกับอุณหภูมิเครื่อง เพื่อป้องกันแบตเตอรี่ร้อนเกินไปขณะชาร์จ (Overheating Protection)

นอกจากนี้ยังเคลือบสารเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่เพื่อป้องกันไม่ให้เสื่อมสภาพ ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานเรียกได้ว่าใช้กันไปยาว ๆ ได้เลย และแม้ว่าเราจะชาร์จไปเล่นไป (Bypass Charging) ระบบ Dual-Cell ก็จะเกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าแบตเตอรี่เซลล์เดี่ยว 

ตัวเครื่องยังใส่ Extreme Mode และ Bypass Charging เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพของแบตเตอรรี่ โดยเมื่อแบตเตอรี่เหลือเพียง 5% ระบบ AI จะปรับการใช้พลังงานในส่วนที่ไม่จำเป็นลงทันที เพื่อรีดประสิทธิภาพให้คุณ เล่นเกมต่อได้นานสูงสุดถึง 30 นาที

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่เมื่อเสียบชาร์จขณะเล่นเกม ระบบจะส่งกระแสไฟจากอะแดปเตอร์ ตรงเข้าสู่เมนบอร์ดโดยไม่ผ่านการอัดประจุลงแบตเตอรี่โดยตรงช่วยลดความร้อนสะสมที่เกิดจากการชาร์จแบตฯ ได้มหาศาล ทำให้ CPU และ GPU ทำงานได้เต็มสปีดต่อเนื่อง ช่วยถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วจากการชาร์จไปเล่นไป

อีกจุดที่น่าสนใจคือการการที่ตัวเครื่องมีการออกแบบ สายชาร์จ และหัวชาร์จในทรง L-Shape ที่ทำมุม 90 องศา แนบไปกับตัวเครื่อง ทำให้ไม่เกะกะนิ้วชี้ หรืออุ้งมือขณะเล่นเกม ซึ่งการออกแบบ L-Shape ช่วยให้การจับถือเครื่องมั่นคงขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนถือจอยเกมคอนโซลที่ไม่มีสายมาคอยขัดจังหวะการเลื่อนนิ้ว

nubia Neo 5 GT 5G

นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ถือเป็นเกมมิ่งโฟนตัวเเรงที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่น เนื่องจากตัวเครื่องใส่ชิปประมวลผลความเร็วสูงอย่าง MediaTek ขนาด 4nm แบบ Efficient Architecture เข้ามาซึ่งถือเป็นชิปที่ช่วยทำให้สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้มากขึ้น ส่งผลให้พลังประมวลผล (Computing Power) สูงขึ้นอย่างมหาศาล แต่กินไฟน้อยลง อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อน ทำให้เครื่องรักษาอุณหภูมิได้ดีแม้รันเกมกราฟิกหนักต่อเนื่อง และที่สำคัญคือรองรับการเชื่อมต่อ 5G เสถียร และค่า Latency ต่ำ

nubia Neo 5 GT 5G

ร่วมไปถึงยังมีการใช้เทคโนโลยี LPDDR Max ที่มบความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 6,400Mbps ทำให้การดึงข้อมูลเกมขนาดใหญ่มาประมวลผลทำได้แทบจะทันที (Instant Loading) และสลับแอปพลิเคชันไปมาได้ลื่นไหลไร้รอยต่อ และที่ทำให้ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G เป็นเกมมิ่งโฟนน่าสนใจ คือการที่ตัวเครื่องใส่ระบบ NeoTurbo Engine เข้ามาเป็นเสมือนผู้ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานพร้อมสั่งการให้ CPU และ GPU เร่งพลังงานพร้อมจัดระเบียบแอปพื้นหลังไม่ให้รบกวน ซึ่งช่วยป้องกันอาการเฟรมเรตร่วง (Frame Drop) โดยการคาดการณ์ฉากล่วงหน้า พร้อมจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลเพื่อช่วยลดอาการ Ping ลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือประสบการณ์การใช้งานที่ “ไหลลื่นไม่มีสะดุด” นั่นเอง

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นประสิทธิภาพด้านเกมมิ่ง แต่ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ก็ไม่ละเลยเรื่องการบันทึกภาพ ด้วยชุดกล้องหลังคู่เป็นแบบ AI Dual Rear Camera และกล้องหน้าความละเอียดสูง ที่พร้อมให้คุณแชร์โมเมนต์สำคัญได้ทันทีด้วยความคมชัดระดับมือโปรผ่าน 2 เลนด์ โดยแบ่งเป็น Main Camera (50MP) เลนส์หลักความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่คมชัดระดับ Ultra-HD ที่มาพร้อมรูรับแสงที่กว้างช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย (Night Mode) ทำได้สว่าง และลดสัญญาณรบกวน (Noise),

Depth Camera (2MP) เลนส์ช่วยตรวจจับระยะลึก 2 ล้านพิกเซล ทำงานประสานกับกล้องหลักเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ หน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) ที่เป็นธรรมชาติ ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรต (Portrait) ดูโดดเด่น และ AI Scene Recognition ระบบอัจฉริยะที่จะวิเคราะห์ วิวทิวทัศน์, อาหาร หรือบุคคล เพื่อปรับค่าสี และความคอนทราสต์ให้สวยงามที่สุดโดยอัตโนมัติ รวมถึงยังมีเฟังก์ชั่น AI Filter อาทิ ลบวัตถุ หรือผู้คน มาให้ด้วย

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ในส่วนกล้องหน้าจะมาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ (Selfie) เนื่องจากมีฟีเจอร์ ปรับแต่งใบหน้าให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยยังคงเอกลักษณ์ของผู้ใช้งานไว้ครบถ้วน แถมมาให้ ขณะที่ด้านความสามารถในการวิดีโอรองรับการวิดีโอคอลความละเอียดสูง แม้ว่าจะดูความละเอียดไม่เยอะ โดยส่วนตัวแล้วพอเข้าใจได้ครับ เพราะนี่คือเครื่องเกมมิ่งโฟน แต่หากนำไปใช้ถ่ายภาพก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ

ตัวอย่างการทดสอบกล่อง

nubia Neo 5 GT 5G

nubia Neo 5 GT 5G

แม้จะเป็นเกมมิ่งโฟนแต่ในแง่ของการความปลอดภัย นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ก็มาพร้อมการซีลตัวเครื่องตามมาตรฐาน IP64 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นละออง และละอองน้ำได้อไม่ว่าคุณจะพกเครื่องไปลุยในที่ที่มีฝุ่นหนา หรือใช้งานกลางแจ้งนาน ๆ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังใส่ฟังก์ชัน AI มาช่วยป้องกันระบบปฏิบัติการ

โดย AI จะเรียนรู้พฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันของคุณ เพื่อจัดสรรทรัพยากร CPU และ RAM ล่วงหน้า ทำให้การเปิดแอปโปรดของคุณทำได้เร็วขึ้น และยังช่วยดูแลระบบชาร์จอัจฉริยะที่จะช่วยถนอมแบตเตอรี่โดยการปรับแรงดันไฟตามพฤติกรรมการชาร์จ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น

นอกจากฟังก์ชั่น AI ในส่วนของการดูแลตัวเครื่อง และการถ่ายภาพแล้ว ตัว นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ยังมี AI ที่สามารถช่วยแปลภาษาในเกมได้แบบเกือบจะทันที ช่วยให้คุณสนุกกับเกมเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศได้โดยไม่มีกำแพงภาษามาขวางกั้น รวมถึงมี AI ที่ช่วยสรุปเนื้อหาสำคัญ หรือแจ้งเตือนเหตุการณ์ในเกมที่พลาดไป ช่วยให้คุณตามทันทุกสถานการณ์ได้ตลอด

AI Copilot Demi 2.0 : ยกระดับความอัจฉริยะในทุกมิติ

nubia Neo 5 GT 5G

นอกจากนี้ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ได้ก้าวข้ามการเป็นแค่สมาร์ทโฟนสู่การเป็น “คู่หูอัจฉริยะ” ด้วย AI Copilot Demi 2.0 ที่ผสานรวมพลังของ Large Language Model (LLM) เข้ากับซอฟต์แวร์ ให้มีความฉลาด รอบรู้ และตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับมีเลขาส่วนตัว โดย Demi 2.0 สามารถทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ และให้คำแนะนำเบื้องต้น

เช่น การเลือกไอเทมแก้ทางคู่ต่อสู้ หรือการแจ้งเตือนจุดยุทธศาสตร์ในแผนที่ รวมถึงทำหน้าที่ควบคุมการ เปิด-ปิดพัด ลมระบายความร้อนได้ทันที และเตรียมความพร้อมของระบบระบายความร้อนในช่วงเวลาที่ที่ใช้งานประจำให้แบบอัตโนมัติ รวมถึงช่วยร่างข้อความ แคปชันโซเชียลมีเดีย หรือตอบอีเมล และช่วยสรุปเนื้อหาจากบทความยาว ๆ หรือข้อความในแชทให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญให้ และยังช่วยแจ้งเตือนการพักผ่อน หรือสรุปตารางนัดหมายสำคัญในแต่ละวันให้ทราบทันทีหลังตื่น

นูเบีย นีโอ 5 5G “คุ้มค่าที่สุดในงบหลักพัน”

nubia Neo 5 GT 5G

มาดูกันที่รุ่นรองมาอย่าง นูเบีย นีโอ 5 5G แต่ทั้งนี้แอดมินจะขอพูดในส่วนความโดดเด่นของตัวเครื่อง เพราะฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นแอบมีความความคล้ายรุ่น GT หลายอย่างครับ ทันทีที่แกะกล่อง ก็จะพบกับดีไซน์ที่โดดเด่น มีลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์เกือบเต็มพื้นที่ โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 8.48 มม. แม้จะมีน้ำหนัก 210 กรัม ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย แต่ความหนักนี้แลกมาด้วยงานประกอบที่แน่นหนา และทนทาน ไม่รู้สึก “ก๊องแก๊ง” เหมือนมือถือระดับเริ่มต้นทั่วไป

nubia Neo 5 GT 5G

ซึ่งตรงด้านหลังยังมี “ดวงตาเหยี่ยว” (Eagle Eye) ตรงมุมขวาบนมาพร้อม ไฟ RGB ที่สามารถปรับแต่งเอฟเฟกต์ได้หลากหลาย (จังหวะหายใจ, กระพริบ หรือตามเสียง) และเลือกเปลี่ยนสีได้ เพื่อใช้แจ้งเตือนสายเรียกเข้า หรือสถานะการชาร์จได้อย่างเท่

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ในส่วนของหน้าจอ นูเบีย นีโอ 5 5G ก็มาพร้อมหน้าขนาดใหญ่ถึง 6.8 นิ้ว ที่มีความละเอียด Full HD+ แม้ว่าจะเป็น IPS LCD แต่ก็ถือว่าปรับจูนมาได้อย่างดี ให้สีสันที่คมชัด จุดเด่นอีกอย่างคือคือตัวเครื่องมาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทที่ปรับได้ตั้งแต่ 60Hz, 90Hz ไปจนถึง 120Hz ที่ช่วยให้การไถฟีด หรือการเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด และยังมอบสว่างสูงสุดถึง 1000 nits ทำให้ใช้งานในอาคารได้สบาย

พร้อมโหมดถนอมสายตา (Read Mode & Eye Comfort) เพื่อรองรับการเล่นเกมที่ยาวนาน ขณะที่ขุมพลังของรุ่นนี้คือชิปเซ็ต UNISOC T9300 ขนาด 6nm แบบ 8 คอร์ ที่ความเร็ว 2.4GHz ซึ่งทำงานร่วมกับ GPU Mali-G57 และยังมาพร้อมกับ RAM ขนาด 8GB แต่สามารถขยายเพิ่มผ่านฟีเจอร์ Extended RAM ได้สูงสุดอีก 12GB (รวมเป็น 20GB)

nubia Neo 5 GT 5G

ส่วนในเรื่องของคุณภาพเสียง นูเบีย นีโอ 5 5G ก็จัดมาให้แบบสะใจโดยตัวเครื่องมาพร้อมกับลำโฟงแบบ Stereo Dual Speakers ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี DTS:X® Ultra ที่มอบระบบเสียงแบบรอบทิศทาง (360° Surround Audio) ให้เสียงให้คมชัด เก็บครบทุกรายละเอียดทำให้การดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมมีมิติมากกว่าลำโพงทั่วไป

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังช่วยมอบอรรถรสในการเล่นเกมให้สนุกกว่าเดิม ด้วย Z-Axis Linear Motor หรือ มอเตอร์สั่นแนวตั้งที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ ให้แรงสั่นสะเทือนที่เป็นธรรมชาติ และมีจังหวะหนักเบาที่ต่างกันตามสถานการณ์ในเกม ไม่ว่าจะเป็น แรงถีบของปืน (Recoil), การปะทะของรถแข่ง, หรือเอฟเฟกต์สกิลไม้ตาย เราจะได้สัมผัสได้ถึงแรงกระแทกส่งตรงถึงอุ้งมือเราเลย

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ด้านคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพตัวของ นูเบีย นีโอ 5 5G มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ AI ช่วยให้การถ่ายภาพกลายเป็นเรื่องง่าย และสนุกยิ่งขึ้น โดยเลนส์หลัก (Main Camera) ความละเอียด 50MP ที่ช่วยเก็บรายละเอียดภาพได้คมชัด ไม่ว่าจะถ่ายวิวทิวทัศน์ หรือภาพบรรยากาศทั่วไป ในสภาพแสงปกติ AI จะเข้ามาช่วยปรับจูนสีสันให้ดูเป็นธรรมชาติ และมีความสดใส

nubia Neo 5 GT 5G

และเลนส์ Depth Map ช่วยเก็บระยะลึกที่ทำงานร่วมกับเลนส์หลัก เพื่อสร้างเอฟเฟกต์การละลายหลัง (Bokeh) ในโหมดภาพถ่ายบุคคล (Portrait) ให้ดูโดดเด่น พร้อมอัปลงโซเชียลได้ทันที ขณะที่กล้องหน้ามาพร้อมกับเลนส์ความละเอียดขนาด 16MP ที่ใช้ถ่ายเซลฟี่ได้ดีพอสมควรครับอาจะสู้สาร์ตโฟนรุ่นที่เน้นถ่ายเซลฟี่สวย ๆ ไม่ได้แต่ก็พอใช้ได้ไม่ขี้เหร่เท่าไร ให้ความคมชัดที่เหนือกว่ามาตรฐานมือถือเกมมิ่งระดับเดียวกัน ด้านตัวโมดูลกล้องออกแบบมาในทรงแปดเหลี่ยมสุดล้ำ เข้ากับดีไซน์ของตัวเครื่องอย่างลงตัว

ตัวอย่างการทดสอบกล่อง

nubia Neo 5 GT 5G

nubia Neo 5 GT 5G

ในส่วนเรื่องความสามารถด้านขุมพลังเนื่องจากเป็นเกมมิ่งโฟนตัว นูเบีย นีโอ 5 5G จึงใส่แบตเตอรี่ความจุขนาด 6050mAh แบบ Dual-Cell มาให้ด้วย ซึ่งตรงจุดนี้แอดมินว่าใส่ใจมากทีเดียวเนื่องจากแบตเตอรี่ 2 เซลล์มีข้อดีที่เหนือกว่าแบตเตอรี่เซลล์เดี่ยว ที่ช่วยให้สามารถเพิ่มความจุรวมได้สูงขึ้นโดยที่ยังคงความปลอดภัย และทำให้สมาร์ทโฟนรองรับการชาร์จไว Flash Charger แบบ 45W ได้ดียิ่งขึ้น

อีกทั้งตัวเครื่องยังมีระบบช่วยจัดการพลังงานช่วยลดความร้อนสะสมขณะใช้งาน และการชาร์จ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย และความมั่นคงของแรงดันไฟฟ้าขณะที่เราเสียบสายชาร์จทิ้งเครื่องไว้อีกด้วย โดยจากข้อมูลที่ได้มีการระบุเอาไว้ด้วยความสามารถทั้งในเรื่องของความจุ และระบบการจัดการพลังงาน ทำให้ นูเบีย นีโอ 5 5G

สามารถใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้นานถึง 15.0 ชั่วโมง, ใช้ดูวิดีโอ หรือซีรีส์มาราธอนได้นานถึง 25.3 ชั่วโมง, ใช้ฟังเพลงเพลิน ๆ ได้ยาวนานสูงสุดถึง 149.3 ชั่วโมง, เปิดแผนที่นำทางได้ต่อเนื่อง 15.4 ชั่วโมง และ เปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุดถึง 857.5 ชั่วโมง เลยทีเดียว อย่างไรก็ดีทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งาน ความแรงของอินเทอร์เน็ต และการตั้งค่าของเราด้วยเช่นกันครับ

nubia Neo 5 GT 5G

ขณะที่ด้านการชาร์จไฟตัวเครื่องเองก็มาพร้อมกับระบบ Bypass Charging ที่จะช่วยส่งพลังงานจากสายชาร์จตรงเข้าสู่เมนบอร์ดเพื่อขับเคลื่อนตัวเครื่องโดยตรง โดยไม่ผ่านการอัดประจุเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยลดความร้อนสะสมที่เกิดจากการชาร์จแบตเตอรี่ขณะเล่นเกม ทำให้เครื่องเย็นลงได้ ซึ่งช่วยถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วจากการใช้งานหนักขณะชาร์จลงได้

ในกรณีที่เราใช้งานเพลิน ๆ จนลืมดูระดับพลังงานของแบตเตอรี่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบ Extreme Mode ที่ช่วยจัดการทรัพยากรเครื่องให้ใช้งานได้ โดยแม้ว่าเราจะใช้แบตเหลือน้อยไม่ถึง 5% ตัวระบบก็จะจัดสรรพลังงานให้เพียงพอจนเราจบธุระที่กำลังทำอยู่เพื่อนำเครื่องไปชาร์จได้ครับ ซึ่งในกรณีที่เราหาจุดชาร์จไม่ได้ หรือไม่มีเพาเวอร์แบงค์สำรองตัวเครื่องก็ยังสแตนบายรอรับสายได้นานถึง 29 ชั่วโมง 

nubia Neo 5 GT 5G

ด้านความสามารถด้าน AI ก็แอบใส่มาให้ไม่น้อยหน้ารุ่น GT เช่นกันโดยตัวเครื่องใส่ฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น AI Memory ฟีเจอร์ AI ที่ช่วยจัดการข้อมูลอัจฉริยะ เพียงแค่ ใช้ 3 นิ้วจีบ (Pinch) บนหน้าจอ ระบบ AI จะทำการสแกน และรับรู้สิ่งที่อยู่บนจอทันที (Instant Smart Recognition),

nubia Neo 5 GT 5G

AI Scam Alert ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ที่คอยตรวจสอบความผิดปกติของสายเรียกเข้า หรือข้อความที่มีลักษณะต้องสงสัย พร้อมแจ้งเตือน และบล็อกเบอร์มิจฉาชีพ หรือลิงก์อันตรายให้, AI Image Generation ที่ช่วยเจนเนอเรตวิดเจ็ต วอลเปเปอร์ หรือรูปภาพใหม่ ๆ จากคำสั่งของเรา และ AI Text Generation ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยสรุปเนื้อหาสำคัญ หรือคิดแคปชั่นโซเชียลให้ และที่สำคัญคือ นูเบีย นีโอ 5 5G เอง ก็ยังใส่ AI Copilot Demi 2.0 มาให้เหมือนในรุ่น GT มาให้ด้วย ซึ่งหลักการทำงานก็จะเหมือนกันเลยครับ

การออกแบบ (design)

nubia Neo 5 GT 5G

การออกแบบตัวกล่อง (Packaging Design) ก็เป็นสไตลด์ของ นูเบีย โดบในรุ่น นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G และนูเบีย นีโอ 5 5G มาพร้อมดีไซน์ตัวเป็นกล่องกระดาษแข็งพิมพฺสี หุ้มด้วยสกิน หน้า-หลัง ลายเกม DELTA FORCE ระบุความจุ และ หน่วยประมวลผล โดยด้านขวาระบุความสามารถที่โดดเด่น 5 อย่าง อาทิ Buit-in Cooling Fan 18600 RPM}, Neo Triggers 5.0 550Hz, Garming Display 1.5K 144Hz, MrdiaTek 7400 4nm 2.6GHz และ 6120mAh Battery 80W Charger ส่วน นูเบีย นีโอ 5 5G เองก็ระบุ Neo Triggers 5.0 550Hz, Hybrid Cooling System 2000mm, 6050mAh Battery 40W Charger และ AI Gaming Gane Space 5.0

nubia Neo 5 GT 5G

ส่วนด้านซ้ายของ นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G พิมพชื่อรุ่น nubia Neo 5 GT 5G และแปะสติกเกอร์ AI ส่วนกล่องด้านใน พิมพ์ลาย 3 สี ดำ-เทา และเหลือง พร้อมพิมพ์ชื่อรุ่น Neo GT และสโลแกน Born to Win สีเหลือง ขณะที่ด้าน ขวา-ซ้าย พิมพ์ชื่อรุ่น ขณะที่ด้าน บนของกล่องด้านในพิมพ์สีเหลืองสกินชื่อ “นูเบีย” ด้านบนจะแปะสติกเกอร์ ระบุชื่อรุ่น ข้อมูลการผลิต หมายเลขซีเรียล และเลขอีมี่เครื่อง และสีของตัวเครื่องครับ ส่วนด้านหลังพิมพ์สีดำ พิมพ์ชื่อแบรนด์ตรงมุมซ้ายล่าง ขณะที่ในส่วน  นูเบีย นีโอ 5 5G จะพิมพ์ชื่อรุ่น nubia Neo 5 5G สีเหลือง และแปะสติกเกอร์ AI ส่วนกล่องด้านใน พิมพ์ลาย 2 สี สีดำ (ด้านหน้า หลัง บน และล่าง) สีเหลือง ที่ด้านซ้าย-ขวา พร้อมพิมพชื่อรุ่น nubia Neo 5 5G สีดำ โดยด้านบนจะแปะสติกเกอร์ ระบุชื่อรุ่น ข้อมูลการผลิต หมายเลขซีเรียล และเลขอีมี่เครื่อง และสีของตัวเครื่อง

nubia Neo 5 GT 5G

ในส่วนของตัวบอดี้เครื่อง นูเบีย นีโอ 5 จีที 5G ตัวที่แอดมินได้มาทดสอบนั้น คือ สีไซเบอร์ซิลเวอร์ (Cyber Silver) ที่มากับลวดลายเคฟล่าเงินเทาทั้งตัวพร้อมขอบด้านข้างแบบมนโค้งทำให้ไม่มีรอยเหลี่ยมคมซึ่งช่วยให้สามารถถือได้ถนัดมือมากขึ้น ตรงขอบด้านขวามีการออกแบบลูกลเ่นให้เว้าเข้ามาในพื้นที่ด้านหลังเล็กน้อย ซึ่งให้อารมย์เหมือนดีไซน์เลขาคณิตที่ล้ำดูอวกาศ

และตัวบอดี้จะมีลักษณะใสเพื่อโชว์ลวดลาย และครอบทับตัวเลนส์ไปเลย มีเพียงแฟลชเท่านั้นที่ยื่นออกมาเล็กน้อย ด้านขอบข้างทั้งด้านซ้าย-ขวา มีช่องระบาทความร้อน และดูอากาศเข้า เพื่อช่วยระบายความร้อนของตัวเครื่อง เมื่อหงายตัวเครื่องขึ้นขอบด้านขวาเราจะพบว่ามีปุ่มเพาเวอร์สำหรับปิด-เปิดตัวเครื่อง ถัดขึ้นมาจากปุ่มเพาเวอร์ก็จะมีปุ่มปรับระดับเสียงขึ้น-ลง ร่วมถึงมีปุ่ม Magic Touch 3.0 แบบสัมผัส มาให้ ขณะที่ด้านฝั่งซ้ายจะไม่มีปุ่มอะไร

nubia Neo 5 GT 5G

แต่ที่แอดมินรู้สึกว่าน่าประทับใจคือการใส่ปุ่มเพาเวอร์สีแดง และออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเลนส์มาให้เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สบายไปได้ส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อใช้ร่วมกับเคสที่แถมมาให้ก็จะยิ่งหมดห่วงว่าจะเผลอทำตัวเลนส์ไปกระแทกกับอะไรโดยไม่ตั้งใจ ในอีกมุมก็ถือเป็นการช่วยป้องกันฝุ่นไปในตัวอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีหากตัวบอดี้มีคราบ หรือเป็นรอยตรงจุดเลนส์นั้นพอดีก็อาจหมายถึงการต้องเปลี่ยนบอดี้ไปเลย หรือไม่ก็ต้องทนถ่ายภาพติดรอยนั้นไปทุกภาพซึ่งก็จะน่ารำคาญไม่น้อย ส่วนตัวเลนส์กล้องหน้าก็ไม่มีอะไรแตกต่างมากนัก

ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้นจะมี 3 ส่วน คือ ช่องสำหรับใส่ซิม ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ และช่องลำโพงแบบ Dual Stereo Speakers มาให้ ขณะที่การที่ออกแบบให้ตัวบอดี้มีขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 163.6 มิลลิเมตร x 75.8 มิลลิเมตร x 8.4 มิลลิเมตร และมีความบาง ขนาด 8.4 มิลลิเมตร มาก็ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่มากจนถือไม่ถนัดเรียกได้ว่ามีขนาดที่พอเหมาะพอดีสำหรับการเล่นเกม และพกพาติดตัว

nubia Neo 5 GT 5G

ส่วนในรุ่นของ นูเบีย นีโอ 5 5G จะมาพร้อมขนาดบอดี้ (กว้าง x ยาว x สูง) อยู่ที่ 163.7 มิลลิเมตร x 78.8 มิลลิเมตร x 8.48 มิลลิเมตร และมีความบาง อยูที่ 8.4 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่ารุ่น GT เล็กน้อยไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไร ที่ที่แตต่าวน่าจะเป็นในส่วนของที่ด้านหลังตัวบอดี้จะไม่ครอบทับตัวเลนส์ไปเลยเหมือนในรุ่น GT ซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังมากกว่าหน่อยเวลาวางเครื่อง และการดูเลตัวเลนส์

ขณะที่ด้านข้างทางฝั่งขวาจะมีปุ่มเพาเวอร์สีแดงมาให้เช่นเดียวกันกับรุ่น GT ส่วนปุ่มประบระดับเสียงดัง-เบา จะอยู่ทางฝั่งซ้าย โดยมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดอยู่ที่ซ้ายบน ส่วรด้านล่างจะมี 3 ส่วน คือ ช่องสำหรับเสียบหูฟังแบบแจ็คขนาด 3.5 มม. (3.5mm Aux Jack), ช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ และช่องลำโพงแบบ Stereo Dual Speakers มาให้ ซึ่งตัวที่แอดมินได้มาทดสอบจะเป็นสีเงาดำ (Shadow Black) ที่ตัวด้านหลัง ซึ่งจะมีลูกเล่นคือลายเคฟล่า และบอดดี้ที่โชว์ลวดลายแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเพียงลวดลายไม่ได้โชว์แผงวงจรจริง ๆ แต่ก็ทำดูมีอะไรมากกว่าแบบเรียบ ๆ 

สเปคข้อมูล (Specification)

nubia Neo 5 GT 5G

nubia Neo 5 GT 5G

  • สี : ดำ (Black) / เหลือง (yellow) / ไซเบอร์ซิลเวอร์ (Cyber Silver)
  • ขนาด (ประมาณ) : 163.6 mm x 75.8 mm x 8.4 mm / ความบาง : 8.4 mm
  • น้ำหนัก (ประมาณ) : 200 กรัม
  • เชื่อมต่อโครข่ายสัญญาณ : GSM (850, 900, 1800, 1900) / HSPA (850, 900, 1900, 2100) / LTE / 5G (SA/NSA)
  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1224 x 2720 pixels (439 PPI density) รีเฟรช 144Hz ความสว่าง ขนาด 4500 nits (Peak Brightness)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Dimensity 7400 (4 nm) Efficient Architecture / CPU : Octa-core (4×2.6 GHz Cortex-A78 & 4×2.0 GHz Cortex-A55) / GPU : Mali-G615 MC2
  • หน่วยความจำภายในเครื่อง : RAM 12 GB + ROM 256 GB และ RAM 12 GB + ROM 512 GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android เวอร์ชั่น 16
  • รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 (a/b/g/n/ac/6) dual-band / Bluetooth 5.4 (A2DP, LE), GPS / GLONASS/ GALILEO / BDS / NFC / USB Type-C
  • กล้องหลัง (กล้องหลัก) : 50MP Ultra-HD, 2MP Depth Camera / AI Scene Recognition / LED flash + Auxiliary lens (ขยายภาพให้ใกล้ขึ้น (Telephoto) หรือเก็บภาพกว้างขึ้น (Wide/Fisheye))
  • กล้องหน้า : 16MP + AI Beauty Mode
  • โหมดจับภาพ : Dynamic Image, AI Filter, Gesture Snap, 4K Video Recording, Dual Capture, VLOG, Night และ Document
  • รองรับระบบซิม : Nano-SIM + Nano-SIM
  • เสียง : Stereo Speakers / DTS:X Ultra Technology 3D / Spatial Audio
  • ระบบความปลอดภัย : Fingerprint (under display, optical), accelerometer, gyro, compass, proximity
  • แบตเตอรี่ : 6210 mAh + ชาร์จเร็ว Flash Charger 80W และผ่านสายเคเบิล USB-C 45W wired PD (Europe)
  • ราคา : N/A

nubia Neo 5 5G

nubia Neo 5 GT 5G

  • สี : เงาดำ (Shadow Black), ไซเบอร์ซิลเวอร์ (Cyber Silver) และ ไทเทเนียมโกลด์ (Titanium Gold)
  • ขนาด : 163.7 mm x 78.8 mm x 8.48 mm / ความบาง : 8.4 mm
  • น้ำหนัก : 210 กรัม
  • เชื่อมต่อโครข่ายสัญญาณ : 5G SA (Standalone) และ NSA (Non-Standalone) / 4G LTE
  • หน้าจอ : ขนาด 8 นิ้ว แบบ FHD+ LCD display ความละเอียด 1940 × 900 pixels รีเฟรช เรท (Refresh Rate) 120Hz (สูงสุด) ความสว่าง ขนาด 1000 nits (Peak Brightness)
  • หน่วยประมวลผล : Unisoc T9300 Octa-core Processor up to 2.4GHz / CPU : Octa-core (4×2.6 GHz Cortex-A78 & 4×2.0 GHz Cortex-A55) / GPU : ARM Mali-G57 MP4
  • หน่วยความจำภายในเครื่อง : RAM 8GB (+12GB) + ROM 128GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android เวอร์ชั่น 16
  • รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 2.4GHz / 5GHz (802.11 a/b/g/n/ac) / Bluetooth 5.2 / USB Type-C Port
  • กล้องหลัง (กล้องหลัก) : 50MP AF main camera + 2MP secondary camera
  • กล้องหน้า : 6MP fixed focus camera
  • โหมดจับภาพ : Dynamic Image, AI Filter, Gesture Snap, 4K Video Recording, Dual Capture, VLOG, Night และ Document
  • รองรับระบบซิม : Dual Nano-SIM (Nano-SIM + Nano-SIM + TF card support)
  • เสียง : Stereo Dual Speakers + DTS:X® Ultra
  • ระบบความปลอดภัย : Fingerprint (under display, optical), accelerometer, gyro, compass, proximity
  • แบตเตอรี่ : 6050mAh battery + ชาร์จเร็ว Flash Charger 45W
  • ราคา : N/A

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • โทรศัพท์ (แบตเตอรี่ในตัว)
  • nubia Adapter Flash Charge 80W Max (Neo 5 GT) / 45W Max (Neo 5)
  • สาย Type-C
  • เคสป้องกัน
  • คู่มือเริ่มต้น
  • เครื่องมือถอดซิม
  • ใบรับประกัน
  • ฟิล์มป้องกัน (ติดตั้งกับโทรศัพท์)

ข้อสรุปการใช้งานหลังจากทดสอบ

nubia Neo 5 GT 5G

จากข้อมูลการทดสอบที่แอดมินสรุปมาให้นะครับ ใครที่กำลังมองหาเกมมิ่งโฟนในงบที่จับต้องได้ง่าย nubia Neo 5 series ถือว่าน่านใจพใช้ได้เนื่องจากทั้ง 2 รุ่นที่แอดมินได้มาทดสอบรอบนี้แบ่งบุคลิกมาค่อนข้างชัดเจนครับ วันนี้จะขอมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกทั้งจุดเด่น และจุดสังเกตเพื่อประกอบการตัดสินใจกันครับ คือถ้าคุณเป็นสายบวกที่เล่นเกมกราฟิกโหด ๆ อย่าง Genshin Impact หรือ Delta Force แล้วเจอปัญหาเครื่องร้อนจนเฟรมร่วงบ่อย ๆ ตัว Neo 5 GT 5G คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดครับ เนื่องจากตัวเครื่องมี พัดลมระบายความร้อนในตัว นี่คือไม้ตายหลักเลยครับ เพราะใส่พัดลม Active Cooling Fan มาให้เลยในตัว

nubia Neo 5 GT 5G

ไม่ต้องซื้อพัดลมแยกมาหนีบให้เกะกะ ช่วยลดความร้อนสะสมได้จริง 3°C-5°C ทำให้เฟรมเรตนิ่งสนิท ไม่ต้องกลัวเครื่องหรี่แสงหน้าจอลงเอง ตัวหน้าจอ AMOLED 1.5K 144Hz ก็ให้ภาพที่คมชัด และลื่นมาก แถมดันความสว่างได้สูงถึง 4,500 nits เล่นเกมกลางแดดเมืองไทยได้สบาย แถมยังมาพร้อมกับ ปุ่มเสริมที่ช่วยให้เราใช้นิ้วชี้ช่วยคุมได้เหมือนจอยเกม แถมมี Pressure Sensitivity รองรับแรงกดที่แม่นยำ ลดการลั่นของปุ่มได้ดี

nubia Neo 5 GT 5G

แถมยังใช้ชิป MediaTek Dimensity 7400 (4 นาโนเมตร) เป็นชิปเซ็ตระดับกลาง-บน (Mid-range to High-end) ที่มุ่งเน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูง และการประหยัดพลังงาน รองรับฟีเจอร์ AI ที่ฉลาดขึ้น ทั้งการจัดการกล้อง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานรวมถึงการเชื่อมต่อ และระบบชาร์จแบบ Bypass ทำให้เสียบสายเล่นไปชาร์จไปได้โดยที่แบตไม่ร้อน เพราะไฟวิ่งตรงเข้าบอร์ด ช่วยถนอมอายุแบตเตอรี่ในระยะยาว อย่างไรก็ดีแม้ว่าตัวชิปจะใช้เล่นเกมได้ดี แต่หากเทียบกับซีรีส์ Dimensity 9000 (เช่น 9300/9400) ประสิทธิภาพในการประมวลผลงานหนัก ๆ (heavy tasks) หรือกราฟิกสูงสุดยังคงเป็นรอง ที่สำคัญคือไม่รองรับปรับแต่ง (Optimization) กับเกมบางเกมครับ

nubia Neo 5 GT 5G

ส่วน Neo 5 5G แม้จะไม่มีพัดลมในตัว แต่ภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ “เกินคุ้ม” สำหรับราคาระดับเริ่มต้นครับ เพราะตัวเครื่องใส่แบตเตอรรี่ 6,050mAh แบบ Dual-Cell ทำให้สามารถใช้งานได้นาน (สแตนด์บายได้เป็นเดือน) แถมยังมีโหมด Extreme Mode ที่แบตเหลือ 5% ก็ยังเล่นเกมต่อได้อีกเกือบครึ่งชั่วโมง และยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. ซึ่งจุดนี้เกมเมอร์น่าจะชอบ เพราะใช้หูฟังแบบสายได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแปลง ลดอาการเสียงดีเลย์ได้ 100% ขณะที่หน้าจอแบบ IPS LCD ถึงจะให้รีเฟรชเรทมาถึง 120Hz แต่ถ้าเทียบกับจอ AMOLED ในรุ่นพี่ สีสัน และความดำสนิทจะสู้ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้แย่มากเท่าไร และที่ดีมากคือการที่ดีไซน์ลายคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าเป็นเกมมิ่งโฟนราคาไม่ถึงหมื่น แถมยังมีไฟ Eagle Eye RGB แจ้งเตือนเท่ ๆ มาให้ด้วย แต่หากจะถามถึงข้อกังวลเล็ก ๆ แอดมินว่าตัวชิป UNISOC T9300 ขนาด 6nm แบบ 8 คอร์ ที่ความเร็ว 2.4GHz ยังให้การประมวลผลต่อหนึ่งคอร์ยังไม่แรงเท่าชิปซีรีส์ Dimensity 7000/8000 หรือ Snapdragon 7 Series ส่งผลให้การเปิดแอปหนัก ๆ หรือการคำนวณซับซ้อนอาจจะช้ากว่าเล็กน้อย ซึ่งในการเล่นต่อเนื่องนาน ๆ อาจพบอาการเฟรมเรตแกว่งได้มากกว่าชิปที่มี GPU ตระกูล Adreno หรือ Mali รุ่นท็อป ซึ่งจากการลองทดสอบก็มีอาการหน่วงอยู่เล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นทำให้หงุดหงิดมากเท่าไรครับ

nubia Neo 5 GT 5G

 

ข้อดี–ข้อเสีย

nubia Neo 5 GT 5G 

ข้อดี

  • ระบบระบายความร้อน Active Cooling : มีพัดลมในตัว (Built-in Active Fan) หมุนสูงถึง 18,600 RPM ทำงานร่วมกับระบบ VC Cooling ขนาดใหญ่ ช่วยลดอุณหภูมิได้เฉลี่ย 3°C-5°C ทำให้เฟรมเรตขณะเล่นเกมกราฟิกโหด (Genshin Impact, Delta Force) นิ่งสนิท

  • หน้าจอระดับ Flagship : จอ AMOLED 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรทสูง 144Hz และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 4,500 nits สู้แดดเมืองไทยได้สบาย

  • ปุ่มควบคุมพิเศษ : มีปุ่มไหล่ Magic Touch 3.0 (Touch Response 550Hz) และรองรับ Pressure Sensitivity (รับรู้แรงกดหนัก-เบา) ช่วยให้เล่นเกมแนว Shooting ได้เปรียบมากขึ้น

  • แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ : แบตเตอรี่ Dual-Cell 6,210mAh พร้อมหัวชาร์จอะแดปเตอร์ Flash Charger ขนาด 80W และรองรับ Bypass Charging (จ่ายไฟตรงเข้าเครื่องไม่ผ่านแบต) ช่วยลดความร้อน และถนอมแบตขณะเล่นไปชาร์จไป

  • ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ: AI Game Space 5.0 และ AI Copilot Demi 2.0 ช่วยจัดการทรัพยากรเครื่อง แปลภาษาในเกม และให้คำแนะนำการเล่นแบบเรียลไทม์

  • เสียง: ลำโพงคู่ DTS:X Ultra จำลองเสียง 360 องศา แยกทิศทางเท้า และกระสุนได้แม่นยำ

ข้อเสีย
  • ดีไซน์บอดี้ครอบเลนส์ : บอดี้ด้านหลังครอบทับเลนส์กล้องไปเลย หากเป็นรอยหรือคราบตรงจุดเลนส์ อาจต้องเปลี่ยนบอดี้ทั้งหมดหรือทนถ่ายภาพติดรอย

  • กล้องระดับมาตรฐาน : แม้จะให้มา 50MP แต่บทความระบุว่าเข้าใจได้ว่าเป็นเครื่องเกมมิ่งโฟน คุณภาพจึงพอใช้ได้แต่ไม่โดดเด่นเท่าสมาร์ทโฟนสายกล้องโดยตรง

nubia Neo 5 5G

ข้อดี
  • ดีไซน์สวย และทนทาน : ดีไซน์ล้ำสมัย ลายคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมไฟ Eagle Eye RGB ที่มุมเครื่อง แจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ ได้เท่ งานประกอบแน่นหนาไม่รู้สึก “ก๊องแก๊ง”

  • ประสิทธิภาพเกินตัว : ชิปเซ็ต UNISOC T9300 6nm พร้อม RAM 8GB ที่ขยายได้สูงสุดเป็น 20GB (Extended RAM 12GB) รับมือเกมยอดฮิตได้ดี 

  • ระบบสั่นชั้นยอด : ใช้ Z-axis Linear Motor ให้การสั่นที่กระชับ หนักแน่น และสมจริงตามเหตุการณ์ในเกม

  • ความอึดแบตเตอรี่ : แบตเตอรี่ 6,050mAh Dual-Cell ใช้งานได้ยาวนาน (Standby ได้นานกว่า 1 เดือน) และรองรับชาร์จไว 45W พร้อมระบบ Bypass Charging เช่นเดียวกับรุ่นพี่ แถมยังมาพร้อมกับหัวชาร์จอะแดปเตอร์ Flash Charger ขนาด 45W

  • มีช่องหูฟัง : ยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ซึ่งตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ชอบใช้หูฟังแบบสายเพื่อลดความหน่วงของเสียง

ข้อเสีย
  • หน้าจอ IPS LCD : แม้จะปรับจูนมาดี และมีรีเฟรชเรท 120Hz แต่ความสด และการแสดงผลสีดำ (True Black) จะไม่ดีเท่าจอ AMOLED ในรุ่น GT

  • น้ำหนัก : มีน้ำหนัก 210 กรัม ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อยในการถือใช้งานนาน ๆ

  • กล้อง : คุณภาพกล้องอยู่ในระดับมาตรฐานมือถือเกมมิ่ง (เน้นใช้งานทั่วไป ไม่เน้นความสวยงามระดับมือโปร)

  • การดูแลรักษา : เลนส์กล้องหลังไม่ได้มีบอดี้ครอบทับเหมือนรุ่น GT ทำให้ต้องระมัดระวังเวลาวางเครื่องเป็นพิเศษ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay