เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) เผยรายงาน Digital Skill Index ประเทศไทยติด 3 อันดับประเทศที่บุคลากรให้คะแนนความพร้อมด้านดิจิทัลสูงสุดของโลก…
Salesforce เผยรายงาน Digital Skill Index ไทยติด 3 อันดับ ประเทศดิจิทัลโลก

เซลส์ฟอร์ซ เผยผลสำรวจรายงาน Global Digital Skills Index ซึ่งชี้ให้เห็น วิกฤตทางด้านทักษะดิจิทัล ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยตัวรายงานได้มีการสำรวจเพื่อชี้วัดความพร้อมด้านดิจิทัลของบุคลากรคนทำงานทั่วโลกกว่า 23,000 รายใน 19 ประเทศ
รวมถึงผู้ร่วมตอบแบบสำรวจจากประเทศไทยกว่า 1,400 ราย เพื่อสำรวจมุมมอง และทัศนคติของคนทำงานถึงความพร้อมด้านทักษะดิจิทัลที่สำคัญสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน และในอีก 5 ปีข้างหน้า

จากผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจคนไทยมากกว่าครึ่งหรือ 51% รู้สึกว่าตนมีทักษะด้านดิจิทัลที่เพียงพอสำหรับการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าเปอร์เซ็นเฉลี่ยของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลก (40%) อย่างไรก็ตามแม้ผู้ตอบแบบสำรวจคนไทยเกินครึ่งรู้สึกว่าตนมีความพร้อมในเชิงทักษะดิจิทัลในที่ทำงาน
แต่มีเพียง 42% เท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลได้ ซึ่งนอกจากนี้ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยจำนวน 43% ได้กำลังวางแผนที่จะเรียนรู้และฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลอย่างจริงจังในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย

กิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองประธานประจำภูมิ
ซึ่งรวมถึงประเทศที่เป็นผู้
ธุรกิจต้องส่งเสริมพนั

ไฮไลท์สำคัญจากรายงาน Global Digital Skills Index
ช่องว่างทักษะทางดิจิทัลระดับโลก
แม้ช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลยังเป็นปัญหาที่เราต้องเผชิญ แต่ปัญหาดังกล่าวก็มาพร้อมโอกาสด้วยเช่นกัน ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนมาใช้โมเดลที่เน้นดิจิทัลเป็นหลัก ส่งผลให้ความต้องการพนักงานที่มี ทักษะด้านดิจิทัล เพิ่มสูงขึ้นตามมา โดยจากภาพรวมรายงาน เซลส์ฟอร์ซ อินเด็กซ์ ที่มีการสำรวจ และให้คะแนนความพร้อมทางดิจิทัล
จากการประเมินในแง่ของความพร้อม, ความชำนาญในทักษะ, ความสามารถในการเข้าถึง และมีส่วนร่วมในการปรับระดับทักษะดิจิทัล เผยว่า มุมมองความพร้อมทางดิจิทัลของคนทำงานทั่วโลกให้คะแนนตัวเองเฉลี่ยอยู่ที่ 33 จาก 100 คะแนน
โดยระดับคะแนนสูงสุดที่ได้คือ 63 และต่ำสุดคือ 15 คะแนน โดยคะแนนที่แตกต่างนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความจำเป็นที่ธุรกิจจะต้องเร่งการลงทุนเพื่อปิดช่องว่างทางทักษะดิจิทัล และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมให้แรงงาน
ประเทศที่กำลังพัฒนามีความมั่นใจในด้านความพร้อมทางดิจิทัลมากที่สุด
ผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศที่กำลังพัฒนา อาทิเช่น ประเทศไทย, อินเดีย, เม็กซิโก และบราซิล มีความมั่นใจมากกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วเกี่ยวกับอนาคตด้านดิจิทัลของพวกเขา โดยคนทำงานในประเทศอินเดียให้คะแนนความพร้อมด้านทักษะทางดิจิทัลของตนเองสูงที่สุด (63 จาก 100)
โดย 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจในอินเดียรู้สึกว่าตนเองมีความพร้อมด้านทักษะทางดิจิทัลสำหรับทำงาน และ 69% พร้อมต่อการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลใหม่ ๆ
สำหรับประเทศไทย ผู้ตอบแบบสำรวจให้คะแนนความพร้อมต่อทักษะทางดิจิทัลของตนเองสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 (48 จาก 100 คะแนน) โดย 51% ของผู้ตอบแบบสำรวจคนไทยลงความเห็นว่า ตนเองมีความพร้อมด้านทักษะทางดิจิทัลสำหรับการทำงาน และ 39% พร้อมต่อการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลใหม่ ๆ
โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงานจากองค์กร RAND Europe ในหัวข้อ The Global Digital Skills Gap ได้ระบุไว้ว่า ช่องว่างของทักษะทางดิจิทัลในการทำงานจะเป็นปัญหาทั่วโลก โดยโครงสร้างทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการกระจายแรงงานจะเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดช่องว่างทางทักษะของแรงงานในแต่ละประเทศ
ทักษะด้านดิจิทัลสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันนำมาใช้กับการทำงานไม่ได้เสมอไป
ทักษะดิจิทัลที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน อาทิ โซเชียลมีเดีย หรือการท่องเว็บ อาจไม่สามารถนำมาใช้แทนทักษะดิจิทัลสำหรับทำงานได้ เพราะการขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางธุรกิจและส่งเสริมการเติบโตอาศัยทักษะดิจิทัลที่เจาะจงมากกว่านั้น ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ (83%), ภูมิภาคยุโรป (82%)
และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (70%) มีทักษะด้านโซเชียลมีเดียในระดับ “สูง“ หรือ “ปานกลาง“ แต่ก็มีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น (31%, 24% และ 34% ตามลำดับ) ที่รู้สึกมีความพร้อมสำหรับทักษะดิจิทัลเพื่อการทำงานที่สำคัญและจำเป็นในอนาคต 5 ปีข้างหน้า
ทักษะดิจิทัลที่สำคัญที่สุดที่หลาย ๆ ธุรกิจกำลังต้องการในปัจจุบัน
จากรายงาน เซลส์ฟอร์ซ อินเด็กซ์ 63% ของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลก มองว่าทักษะด้านเทคโนโลยีในการทำงานร่วมกันอย่าง Slack เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่ธุรกิจกำลังต้องการในปัจจุบัน และในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยขณะเดียวกันผู้ตอบแบบสำรวจคนไทยมองว่า
การเข้ารหัส และความปลอดภัยทางไซเบอร์ จัดเป็นทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานที่สำคัญที่สุดในอนาคตข้างหน้า ตามมาด้วยทักษะด้านอีคอมเมิร์ซ และการค้าทางดิจิทัล, การบริหารด้านดิจิทัล, การตลาดรูปแบบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และเทคโนโลยีการทำงานร่วมกัน
การพัฒนาต่อยอดทักษะของพนักงาน
ธุรกิจต่าง ๆ สามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อปิดช่องว่างทางทักษะที่พบได้ โดยนำเอาศักยภาพของพนักงานที่มีอยู่ออกมาให้มากที่สุด โดยรายงาน เซลส์ฟอร์ซ อินเด็กซ์ ยังเผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสำรวจที่อายุน้อยมีความมั่นใจ และความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ มากกว่าผู้ตอบแบบสำรวจที่อายุมากกว่า
โดยมากกว่าหนึ่งในสามของกลุ่ม Gen Z กำลังเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะที่จำเป็นในอนาคตห้าปีข้างหน้าเมื่อเทียบกับ 12% ของกลุ่ม Baby Boomers นอกจากนี้ ธุรกิจต่าง ๆ กำลังมีโอกาสที่จะหล่อเลี้ยงพนักงานที่มีศักยภาพสูงรุ่นใหม่ ผ่านการจัดหาโอกาสเรียนรู้ที่เหมาะสมให้พวกเขาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะเป็นการช่วยขับเคลื่อนการเติบโต และนวัตกรรม พร้อมทั้งเพิ่มความเท่าเทียม, การมีส่วนร่วม และสร้างความเป็นผู้นำให้พนักงานเหล่านี้ในอนาคต
ธุรกิจกำลังมีบทบาทที่สำคัญ

ธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบันต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ โดยต้องร่วมมือกับภาครัฐ, พันธมิตรและชุมชน เพื่อจัดการกับวิกฤตทักษะทางดิจิทัล โดยให้การฝึกอบรม สร้างโอกาสในการทำงาน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความพร้อมต่อการทำงานในอนาคตอย่างเท่าเทียม
เซลส์ฟอร์ซมุ่งมั่นในการพัฒนาความสามารถของบุคลากรทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอย่าง Trailhead โดยในปัจจุบันมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวกว่า 3.9 ล้านคน เพื่อเรียนรู้ทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานในอนาคต และยังมี Trailblazer Community
ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน และผู้เชี่ยวชาญมากมายทั่วโลก นอกจากนี้สำหรับประเทศไทย เซลส์ฟอร์ซได้ร่วมงานกับ depa ในโปรแกรม “Salesforce depa Career Kickstarter“ ในประเทศไทยโดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน และเสริมสร้างทักษะทางดิจิทัลเพื่อรองรับการทำงานในอนาคตให้แก่นักศึกษาไทย
ช่องว่างด้านทักษะทางดิจิทัลเป็
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























