Fortinet เผยแผน 4 ค่านิยมทางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ดูแลธุรกิจไทยในฐานะ No.1

Fortinet

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ยืนความเป็นเบอร์ 1 ในประเทศไทย ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดตัวค่านิยมใหม่ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในไทยสู่ความสำเร็จ…

Fortinet เผยแผน 4 ค่านิยมทางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ดูแลธุรกิจไทยในฐานะ No.1

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ประกาศรุกตลาด ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ (Cyber Security) ปี 2565 ด้วย 4 ค่านิยมใหม่ การเติบโต (Fast Growth) ด้านเทคโนโลยี (Technology) ศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์ (FortiGuard Labs) ด้านการยอมรับ (Industry Recognition)

ผ่านแนวคิดCare, Share & Forward ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 หลังวิกฤติโควิด-19 ทำให้ภัยไซเบอร์เติบโต และสร้างความท้าทายให้แก่ธุรกิจในยุคปัจจุบัน

Fortinet
ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทฟอร์ติเน็ตประเทศไทย

ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทฟอร์ติเน็ตประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ฟอร์ติเน็ต เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ใช้บริการจากหลากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็ก (SME) ไปจนถึงระดับ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Enterprises) มากกว่า 565,000 ราย ที่ใช้โซลูชั่นทางด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)

Fortinet

ของ ฟอร์ติเน็ต ที่มีให้เลือกใช้กว่า 50 โซลูชั่น อีกทั้ง ฟอร์ติเน็ต ยังเป็นผู้ให้บริการทางด้าน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ (Cyber Security) ที่มีความโดดเด่นด้านอัตราการเจริญเติบโต และได้การยอมรับในระดับโลก โดยติดอันดับ 16 ใน 100 องค์กรที่โตเร็วที่สุดของ Fortune ในปีพ.ศ. 2564 ด้วยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจที่ถูกต้อง

Fortinet

และดำเนินตามแผนธุรกิจที่ตั้งไว้อย่างแข็งขัน จนกลายเป็นองค์กรที่มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด และอยู่ในดัชนี Nasdaq100® เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งให้ฟอร์ติเน็ตเป็นบริษัทที่โดดเด่น และอยู่ในระดับแนวหน้าเดียวกับองค์กรด้านนวัตกรรมชั้นนำอื่น ๆ อันสามารถกำหนดอุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้

Fortinet

ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของฟอร์ติเน็ต ซึ่งพิสูจน์ และการันตีด้วยรางวัลระดับโลกจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไอที และการเงินทั่วโลก โดยภายในปี 2565 นี้ ฟอร์ติเน็ต ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินธุรกิจด้วย 4 ค่านิยม ได้แก่

การเติบโต (Fast Growth) ซึ่ง ฟอร์ติเน็ต ติด 16 ใน 100 องค์กรที่โตเร็วที่สุดของ Fortune และ อยู่ในดัชนี Nasdaq100®

ด้านเทคโนโลยี (Technology) ฟอร์ติเน็ต เองก็เป็นที่ 1 ในโซลูชันการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่มีการใช้งานมากที่สุด และครองอันดับ 1 ในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่มีการจัดส่งไปทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งวัดผลโดย IDC Worldwide Security Appliance Tracker เดือนกุมภาพันธ์ 2565 (จากรายงานรายปีด้านการจัดส่งอุปกรณ์ไฟร์วอลล์ ยูทีเอ็ม วีพีเอ็น)

 

Fortinet

อีกทั้งยังเป็นที่ 1 ด้วยจำนวน 3 ใน 5 กรณีการใช้งานในรายงาน 2022 Gartner® Critical Capabilities for Network Firewalls และด้านนวัตกรรมความปลอดภัยตัวจริง ด้วยสิทธิบัตรที่ได้รับรางวัล และที่กำลังรอดำเนินการมากกว่า 1,500 รายการ มากกว่าคู่แข่งในตลาดเกือบ 3 เท่า จากความมุ่งมั่นในการวิจัย และพัฒนาที่ต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี

Fortinet

ศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์ (FortiGuard Labs) ฟอร์ติเน็ต ได้ก้าวสู่ การเป็นผู้นำแพลตฟอร์มข่าวกรองภัยคุกคามระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำ อาทิ Cyber Threat Alliance, World Economic Forum, Interpol และ NCI Agency

ซึ่งจากการที่มีอุปกรณ์ที่ใช้งานมากที่สุดในโลกนั้น ศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์จึงสามารถ วิเคราะห์ภัยครอบคลุมแพลทฟอร์มกว้างมากที่สุด วิเคราะห์ภัยมากถึง 100 พันล้านอีเว้นต์ความปลอดภัยทั่วโลก เพื่อออกอัปเดตพันล้านอีเว้นต์ต่อวัน  จึงเป็นแพลตฟอร์มข่าวกรองภัยคุกคามครอบคลุม ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม มีความแม่นยำ รวดเร็วมากที่สุด

ด้านการยอมรับ (Industry Recognition) ฟอร์ติเน็ต ได้รับการยอมรับ และถูกจัดอันดับให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ ๆ โดยองค์กรด้านวิจัยชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเป็นผู้ให้บริการทางด้าน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ (Cyber Security) ที่เป็น Leader และ Visionary ในรายงาน Gartner Magic Quadrants ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

    • 2021 Gartner® Magic Quadrant™ for Network Firewalls และ
    • 2021 Gartner® Magic Quadrant™ for WAN Edge Infrastructure
    • 2021 Gartner® Magic Quadrant™ for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
    • 2021 Gartner Magic Quadrant for Security Incident and Event Management (SIEM)

อีกทั้งยังอยู่ในตำแหน่ง Challenger หรือ Niche ในรายงาน Gartner Magic Quadrants สำหรับอุปกรณ์ Web Application Firewall และ Endpoint Protection Platform อีกด้วย

Fortinet

“นอกจากความเป็นที่ 1 ที่ยืนอยู่บนความแข็งแกร่งข้างต้นแล้ว ฟอร์ติเน็ตประเทศไทยได้กำหนดค่านิยมหลัก (Strategic value) คือ Care, Share & Forward อันเป็นกรอบความคิด ช่วยให้พนักงานที่ฟอร์ติเน็ตในประเทศไทยเกิดความเข้าใจ เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนในองค์กร เกิดความร่วมมือ และพลังขององค์กร

ในทิศทางเดียวกัน ช่วยลดความล่าช้าในการตัดสินใจในที่ทำงาน นอกจากนี้จะช่วยสร้างอัตลักษณ์ และมาตรฐานขององค์กรให้โดดเด่นในตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ให้ชัดเจนมากขึ้น ค่านิยมหลักจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ฟอร์ติเน็ตเข้าถึงใจ ลูกค้าไว้วางใจได้มากขึ้น” ภัคธภา กล่าว

ค่านิยมหลัก (Strategic value) “Care, Share & Forward

Fortinet

Care คือค่านิยมที่เราดูแล ใส่ใจ ให้ความสนใจ แสดงความสนใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและกังวลถึงปัญหาของลูกค้า พันธมิตร พนักงาน คู่ค้าทั้งหลาย ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตได้รับรางวัล Glassdoor Employees Choice Award สำหรับสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในแคนาดาในปีพ.ศ. 2565 นี้

ซึ่งเป็นโมเดลที่คุณภัคธภาจะนำมาปรับใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ มีแผนการเพิ่มจำนวนบุคลากรให้เพียงพอต่อการเข้าถึงลูกค้า และโครงการ Trusted Advisor ที่จะพัฒนาบุคลากรให้สามารถเป็น ที่ปรึกษาทางความปลอดภัยไซเบอร์ มืออาชีพให้แก่ลูกค้า

Share หมายถึงการแบ่งปัน ฟอร์ติเน็ตเน้นการแบ่งปันองค์ความรู้ในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ผ่านหลักสูตร NSE Academy ซึ่งมุ่งลดช่องว่างทักษะ และสร้างผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเรียนรู้ด้วยตนเองได้ฟรี ผู้ที่อยู่ในสายอาชีพด้านไอทีสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ

เพื่อเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญ และสอบใบประกาศนียบัตรได้ ตั้งเป้าหมายให้การอบรมให้แก่ผู้สนใจจำนวนหนึ่งล้านคนตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมานี้ โครงการ NSE ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานมากมาย รวมถึง รางวัล Cyber Security Global Excellence Award และอื่น ๆ

สำหรับ Forward คือการสร้างความเข้าใจของพนักงานในวัตถุประสงค์เดียวกัน หล่อหลอมความมุ่งมั่น เพื่อให้บริการอันดีเยี่ยมแก่ลูกค้า และสร้างฟอร์ติเน็ตเป็นองค์กรอันดับ 1 ในระยะยาว

Fortinet

“จากความจำเป็นในการทำงานได้จากทุกที่ (Work From Anywhere) และการใช้งานผ่านคลาวด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกส่งให้การรักษาความปลอดภัยจำเป็นต้องครอบคลุมการเชื่อมโยงจากศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ไปยังส่วนเอดจ์ ซึ่งหมายถึงความต้องการในการป้องกันผู้ใช้งานเครือข่ายเอสดี-แวน ข้อมูลและอุปกรณ์

อีกเทรนด์สำคัญคือ พบการหลอมรวมกันระหว่างเครือข่าย และคุณสมบัติด้านปลอดภัยจะเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น ดังนั้นอุปกรณ์จำเป็นต้องทำงานด้านความปลอดภัย และด้านเครือข่ายในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ มีผลทำให้ต้องการประสิทธิภาพความเร็วของโซลูชันความปลอดภัย

ฟอร์ติเน็ตได้เร่งพัฒนานวัตกรรมโปรเซสเซอร์การประมวลผล NP7 และ CP9 รุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถทำความเร็วในการประมวลผลได้สูง”

จากวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง และผลการพัฒนานวัตกรรมที่ตรงต่อความต้องการของตลาดส่งให้ ฟอร์ติเน็ต มีความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ มีอัตราการเติบโตในระยะยาวอันโดดเด่น ผนวกกับค่านิยมที่ช่วยผลักดันสู่ความสำเร็จ จะยิ่งส่งให้ฟอร์ติเน็ตยืนอยู่ในแท่นเบอร์ 1 ตัวจริงในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้อย่างโดดเด่น

คาดการณ์ภัยคุกคามประจำปีพ.ศ. 2565

Fortinet
ดร. รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ จาก ศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์

ดร. รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ จาก ศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์ เปิดเผยว่า ภายในปี 2565 นี้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์จะยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และได้เห็นแนงโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบเดิม แต่มุ่งหวังผลที่แตกตา่งไปจากเดิม

โดยนักโจรกรรมทางไซเบอร์จะมีความอดทนมากขึ้น ในการเฝ้ารอโอกาสให้เกิดช่องโหว่จากพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุัน และ

Fortinet

แรนซัมแวร์จะทำลายล้างมากขึ้น : แรนซัมแวร์จะยังคงคุกคามเหยื่อต่อไป และจะต่อยอดด้วยการรวมแรนซัมแวร์เข้ากับมัลแวร์ไซเบอร์อื่น ๆ เช่น DDoS เพื่อเข้าไปหยุดการทำงานของระบบ หรือรวมกับมัลแวร์ Wiper เพื่อทำลายระบบหรือฮาร์ดแวร์ของเหยื่อ

โดยหวังกระตุ้นให้เหยื่อจ่ายเงินค่าไถ่อย่างรวดเร็วมากขึ้น การรวมกันของมัลแวร์นี้สร้างความกังวลให้กับระบบใหม่ที่ให้บริการเชื่อมต่อที่เอดจ์ (Emerging edge environment) ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical infrastructure) และระบบซัพพลายเชน

Fortinet

 

อาชญากรไซเบอร์ใช้เอไอเพื่อสร้าง Deep Fakes (การปลอมตัวอย่างเนียนสนิท) : เอไอถูกนำมาใช้ในการตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ และป้องกันการโจมตีในหลากหลายรูปโดยเฉพาะบ็อตเน็ต ในทำนองเดียวกันอาชญากรก็ใช้ประโยชน์จากเอไอในการหลบหลีกอัลกอริธึมที่ซับซ้อนที่ใช้ในการตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติเช่นเดียวกัน

รวมทั้งในอนาคต ดีปเฟค (Deepfake) จะเป็นประเด็นที่น่าวิตกมากขึ้น เพราะจะมีการนำเอาเอไอมาใช้ในการเรียนรู้และเรียนแบบกิจกรรมของมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการโจมตีที่ใช้วิศวกรรมสังคม (Social engineering) ให้มีความแนบเนียบเหมือนจริง และน่าเชื่อถือขึ้นมาก

เช่น การแต่งข้อความในอีเมล์ได้เสมือนว่าผู้นั้นเป็นผู้ส่งจริง ๆ รวมไปถึงการเลียนแบบเสียง และวิดีโอแบบเรียลไทม์สามารถทำให้สามารถผ่านการยืนยันตัวตนกับการวิเคราะห์โดยไบโอเมตริกซ์ได้ ทำให้เกิดปัญหากับระบบยืนยันตัวตนด้วยเสียง และระบบจดจำใบหน้าได้

เกิดการโจมตีไปยังระบบที่ไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายในระบบซัพพลายเชนมากขึ้น : เครือข่ายจำนวนมากใช้ลีนุกซ์ในการประมวลผลงานภายใน ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากกลุ่มอาชญากรมากนัก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มีการตรวจพบไบนารีที่เป็นอันตรายใหม่

 

ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปที่ระบบย่อย WSL (Windows Subsystem for Linux) ของไมโครซอฟต์ที่รองรับลีนุกซ์ให้สามารถทำงานบน Windows 10, Windows 11 และ Windows Server 2019 ได้ นอกจากนั้นยังพบมัลแวร์บ็อตเน็ตที่ถูกเขียนมาเพื่อทำงานบนแพล็ตฟอร์มลินุกซ์

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการขยายพื้นที่การโจมตีไปยังแกนหลักของเครือข่าย และเพิ่มจำนวนภัยคุกคามให้มากขึ้น อุปกรณ์ OT และซัพพลายเชนมากมายที่ปกติทำงานบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

อาชญากรรมไซเบอร์มุ่งไปที่ดาวเทียม : ฟอร์ติการ์ดแล็บส์ คาดว่าในต่อไปมัลแวร์จะพยายามหาช่องโหว่ในระบบเครือข่ายดาวเทียม เนื่องจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมกำลังเติบโต และเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด คือ องค์กรที่พึ่งพาการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมที่ใช้ในกิจกรรมที่ต้องการการหน่วงเวลาต่ำ

เช่น การเล่นเกมออนไลน์ การให้บริการที่สำคัญกับพื้นที่ห่างไกล ธุรกิจท่อส่งน้ำมัน เรือสำราญ สายการบิน รวมถึงอุปกรณ์ OT ที่เชื่อมเข้ากับเครือข่ายจากระยะไกล เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อกับกิจกรรมที่สำคัญจึงสามารถตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี เช่น แรนซัมแวร์ได้เช่นกัน

Fortinet

กระเป๋าเงินดิจิทัลของท่าน : การไฮแจ็คการโอนเงินไม่สามารถทำได้โดยง่ายในปัจจุบันเนื่องจากมีการเข้ารหัส และใช้การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย แต่ในทางกลับการกระเป้าเงินดิจิทัลในบางครั้งอาจมีความปลอดภัยที่น้อยกว่า ที่ผ่านมาการแอบขโมยเงินจากกระเป๋าเงินดิจิทัลแต่ละครั้งอาจไม่ได้ผลตอบแทนมหาศาล

แต่นี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะธุรกิจมีการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลในการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น จึงทำให้เกิดมีแนวโน้มที่จะมีมัลแวร์จำนวนมากขึ้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลที่นำไปใช้ในการเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัลของท่าน และแอบโอนเงินออกไป

Fortinet

อีสปอร์ตก็ตกเป็นเป้าหมายเช่นกัน : อีสปอร์ต (Esports) ได้จัดการแข่งขันวิดีโอเกมแบบผู้เล่นหลายคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลากหลายผู้เล่นและทีมมืออาชีพมากมาย เป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูและมีมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ อีสปอร์ตจึงตกเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีจากทั้งแบบ DDoS และแรนซัมแวร์

หรือการโจรกรรมทางการเงินหรือการโจมตีทางวิศวกรรมสังคม และเนื่องจากต้องมีการเชื่อมต่อจากเครือข่ายภายในบ้านที่ไม่ปลอดภัยหรือจากไวไฟ (WiFi) สาธารณะเป็นจำนวนมาก พร้อมกับจำเป็นที่จะต้องมีการเคลื่อนไหวภายในเกมส์อยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

ทำให้อีสปอร์ตตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ซึ่งคาดว่าอีสปอร์ต และออนไลน์เกมส์จะตกเป็นเป้าหมายใหญ่ของการโจมตีในปี 2565

อาชญากรแอบใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในเอดจ์ : ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เอด์จกำลังเกิดขึ้น Livingoffthe land เป็นมัลแวร์ที่แอบใช้ประโยชน์จากทูลส์ และความสามารถที่อยู่ในบริเวณนั้นมาใช้ในการคุกคามหรือใช้ในช่องทางที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้การโจมตี และการขโมยข้อมูลจึงดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ปกติของระบบ

และไม่มีใครสังเกตเห็น เช่น การโจมตี Hafnium บนเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Exchange ใช้เทคนิคนี้ในการแฝงตัวอยู่ใน Domain Controller การโจมตีรูปแบบนี้เป็นการโจมตีที่มีประสิทธิภาพเพราะใช้เครื่องมือที่ได้รับอนุญาตในการดำเนินกิจกรรมที่ชั่วร้าย

นอกจากนี้เมื่อเกิดการรวมตัวกันระหว่าง Living Off the land กับ EdgeAccess Trojan (EATs) กลายเป็น Living Off the Edge ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพราะอุปกรณ์ที่เอดจ์มีสิทธิในการเข้าถึง

และมีความสามารถสูง สามารถถูกนำมาใช้ในการสอดแนมกิจกรรม และข้อมูลในเอด์จ และหลังจากนั้นขโมย ไฮแจ็ค หรือเรียกค่าไถ่ ระบบ แอปพลิเคชัน และข้อมูลที่สำคัญได้

Fortinet

ชุมชน Dark Web ยังเฟืองฟู : อาชญากรได้เรียนรู้แล้วว่าตนเองสามารถสร้างมัลแวร์ขายได้ จึงเริ่มที่ขยายการโจมตีมายังระบบ OT เนื่องจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ไปยังระบบ OT และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต และความปลอดภัย

และการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบ IT กับ OT ทำให้การโจมตีไปยังระบบ OT ทำได้ง่ายขี้น โดยปกติแล้วการโจมตีระบบ OT ต้องอาศัยอาชญากรที่มีความสามารถเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากมีเครื่องมือเพิ่มขึ้นในตลาดเว็บมืดทำให้การโจมตีขยายวงกว้างขวางมากขึ้น

Fortinet

สรุปได้ว่า ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถถูกกำจัดไปได้อย่างสิ้นเชิง องค์กรจึงควรพิจารณาใช้แพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการที่รักษาความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินทั้งหมดภายในองค์กร ในศูนย์ข้อมูล และในระบบคลาวด์หรือที่เอด์จได้อย่างครอบคลุม องค์กรควรวางแผนล่วงหน้าโดยใช้ประโยชน์จากพลังของเอไอ

และการเรียนรู้ของอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มความเร็วในการป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองภัยคุกคาม เทคโนโลยีปลายทางขั้นสูง เช่น การตรวจหา และตอบสนองปลายทาง (EDR) สามารถช่วยในการระบุภัยคุกคามที่เป็นอันตรายตามพฤติกรรม

นอกจากนี้ เทคโนโลยีการเข้าถึงเครือข่ายแบบความเชื่อใจเป็นศูนย์ (ZTNA) จะช่วยปกป้องแอปพลิเคชันให้ปลอดภัยด้วยเช่นกัน ซึ่งฟอร์ติเน็ตในฐานะผู้นำตัวจริงที่ 1 มีโซลูชันครบถ้วนตรงต่อความต้องการของลูกค้าในทุกขนาด

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th