SAMART เตรียมพลิกบทบาท พร้อมตั้งเป้านำธุรกิจกลับมาอย่างยั่งยืน เชื่อปี 66 โต 75%

SAMART

กลุ่มสามารถ (SAMART Group) เตรียมพลิกบทบาท พร้อมตั้งเป้านำธุรกิจกลับมาอย่างยั่งยืน เชื่อปี 66 โต 75% พร้อมเดินหน้านำ Samart Aviation Solutions หรือ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาส 3 …

highlight

  • กลุ่มสามารถประกาศทิศทางธุรกิจปี 66 ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 16,000 ล้านบาท เติบโต 75% ด้วยปัจจัยบวกมากมายหลังโควิดคลี่คลาย บวกกับความพร้อมของบริษัทหลังปรับทัพเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิทัล  ปีนี้ จึงมั่นใจว่าทุกธุรกิจในเครือจะเติบโตยกแผง และจะนำบริษัท Samart Aviation Solutions หรือ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาส 3

SAMART เตรียมพลิกบทบาท พร้อมตั้งเป้านำธุรกิจกลับมาอย่างยั่งยืน เชื่อปี 66 โต 75%

SAMART
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้ปี 2566 เป็นปีของการ Take off to Sustainability เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

โดยมีปัจจัยบวก อาทิ การเปิดประเทศ, การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน, การเร่งพัฒนาองค์กรภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะหน่วยงาน Public Services ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในยุคดิจิทัล ทั้งหมดล้วนส่งผลบวกต่อโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มสามารถ

อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงหบายปีที่ผ่านมา กลุ้่มสามารถ ได้ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการที่ส่งมอบโซลูชั่นให้แก่องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ หลายหลายหน่วยงาน แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาตลอด 2-3 ปี ทำให้หลาย ๆ โครงการล่าช้า จนต้องการส่งมอบมาในช่วงของปี 2566 นี้

และอย่างที่กล่าวเอาไว้ความต้องการของ กลุ่มสามารถ หลังจากนี้ปีของการเปลี่ยนแปลง กลุ่มสามารถจะไม่ทำธุรกิจเพียงของผู้ให้บริการติดตั้งอุปกรณ์กรณ์ หรือให้บริการโซลูชั่นเท่านั้น แต่จะมองหาะูรกิจใหม่ ๆ ที่จะช่วยตอบสนองต่อความต้องการของตลาดดิจิทัลไอซีทีในด้านอื่น ๆ ด้วย เรียกว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของกลุ่มสามารถเลยทีเดียว

สายธุรกิจ Digital ICT Solution ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 จำนวน 6,000 ล้านบาท
เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14%

SAMART
จง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. สามารถเทลคอม

จง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. สามารถเทลคอม กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กลุ่มสามารถเทลคอม มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นประมาณ 13% โดยมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,300 ล้านบาท ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือปัจจุบันถึง 7,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้จำนวน 6,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 14% ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของทีมงานและประสิทธิภาพของโซลูชั่นส์ที่องค์กรระดับประเทศมากมายเลือกใช้ อาทิ ERP Solutions, Cyber Security Solutions, Smart CCTV, Payment Connecting Platform, Transmission Networks

และอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าทุกโซลูชั่นส์ที่บริษัทมุ่งเน้น สามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการทรัพยากรและการพัฒนาองค์กรในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงน่าจะมีโอกาสในการต่อยอด และการขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ตามที่คาดหวัง โดยตั้งเป้าในการเซ็นสัญญาใหม่ในปีนี้ ถึงกว่า 10,000 ล้านบาท

สายธุรกิจ Utilities & Transportations ตั้งเป้ารายได้ที่ 5,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 22

SAMART
ธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น

ธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ภายใต้สายธุรกิจ Utrans ประกอบด้วย Aviation Solutions ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน, Power Construction & Services  ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานี และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง, Other Solutions & Manufacturing

ซึ่งรวมบริษัท Vision and Security, โครงการ Direct Coding และบริษัทสามารถวิศวกรรม ล้วนมีผลการดำเนินธุรกิจที่เติบโตในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีรายได้รวมปี 65 เพิ่มขึ้นถึง 28%

ในปี 2566 ยังคาดการณ์การเติบโตที่ต่อเนื่องในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะ บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ผู้ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา ที่มีแนวโน้มเติบโต เนื่องจากทางรัฐบาลกัมพูชา มีนโยบายเร่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ทำให้มีการเปิดเส้นทางเข้า-ออกประเทศผ่านสนามบินนานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง ส่งผลให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นนั่นเองซึ่งในปี 65 นอกจากจะมีรายได้ที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นแล้ว กลุ่มสามารถยัง ได้รับการต่ออายุสัมปทานอีก 10 ปี รวมอายุสัมปทานทั้งสิ้น 49 ปี ให้บริการมาแล้ว 20 ปี

จึงยังคงเหลืออายุสัมปทานถึง 29 ปี โดยปี 2566 นี้ คาดว่าในส่วนของ CATS จะทำให้กลุ่มสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น 14% และมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในราวไตรมาส 3 ของปี 2566 บริษัทจึงมีแผนนำบมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (Samart Aviation Solutions หรือ SAV) ซึ่งถือหุ้นในบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) 100% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2566 นี้

ส่วน ธุรกิจด้านสถานี และสายส่งไฟฟ้า โดยบริษัทเทด้า และทรานเส็ค ก็มีผลการดำเนินธุรกิจที่บรรลุเป้าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มี Backlog รวมกัน 2,700 ล้านบาท และมีโอกาสสูงในการได้งานใหม่เพิ่มเติมอีกในปีนี้

ด้าน โครงการ Direct Coding หลังเริ่มให้บริการในเดือน พ.ค. ปี 65 และมีลูกค้าเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของไทยใช้งานแล้ว ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จำนวน 620 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และในปีนี้ คาดว่าจะรับรู้รายได้จำนวน 980 ล้านบาท สูงขึ้นจากการเปิดเมือง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

โดยบริษัทจะรับรู้รายได้รวม 7 ปีต่อเนื่อง ซึ่งจากประโยชน์ของระบบพิมพ์รหัสควบคุมบนบรรจุภัณฑ์ หรือ Direct Coding นี้ ก็มีโอกาสขยายบริการไปสู่การจัดเก็บภาษีสินค้าอื่น ๆ ในอนาคต

ปิดท้ายในสายธุรกิจ Utrans ด้วย บริษัท Vision and Security ผู้ให้บริการกล้องวงจรปิดครบวงจร มีรายได้ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ด้วยผลงานการติดตั้งกล้องวงจรปิดภาคใต้ โดยในปีนี้ยังมีโอกาสในการติดตั้งระบบ CCTV ในโครงการอสังหารายใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถต่อยอด และขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นในภาคเอกชน

SAMART

สายธุรกิจ Digital Communications มั่นใจพลิกฟื้นด้วยบริการ DTRS และบริการสายมูครบครัน

สุภวัส พรหมวิทักษ์ ผู้จัดการทั่วไป บมจ.สามารถดิจิตอล กล่าวว่า ธุรกิจหลักในการฟื้นรายได้ของสายธุรกิจนี้ คือ การให้บริการ Digital Trunk Radio ซึ่งต้องใช้เวลา ทั้งในการวางระบบและการขยายฐานผู้ใช้บริการ แต่ก็คุ้มค่า เพราะจะนำมาซึ่งรายได้ประจำที่มั่นคงในอนาคต

ปัจจุบันการวางระบบเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่สำคัญแล้วทั่วประเทศ โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการค่อย ๆ เติบโตเพิ่มขึ้น ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 120,000 ราย  และมีโอกาสเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการอย่างก้าวกระโดดเมื่อโครงการ National Trunk Network มีความชัดเจน

นอกจากนี้ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ซึ่งถูกจริตคนไทย และคนเอเชีย ที่มีโอกาสเติบโตในยุคดิจิทัล บริษัทจึงเร่งพัฒนาบริการ Application Horoworld และ Thai Merit  รวมทั้งบริการสายมูที่แตกต่างและครบวงจรอื่นๆ โดยนอกจากจะให้บริการตรงแก่ Consumer แล้ว ยังเน้นการให้บริการผ่านพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ

อาทิ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ, ธนาคาร, Social Platform, โรงพยาบาล, สายการบิน เป็นต้น โดยรวมแล้วคาดว่าปี 2566 จะเป็นปีที่สายธุรกิจ Digital Communications จะมีการฟื้นตัวและการเติบโตที่โดดเด่น จึงตั้งเป้ารายได้จำนวน 5,000 ล้านบาท

ขณะที่ในส่วนของ Digital Contents & Services กลุ่มสามารถเล็งที่จะจัดตั้งบริษัทในรูปแบบ Start up โดยเสนอให้แก่นักลงทุนที่ให้ความสนใจ โดยในปีที่ผ่านมา SDC ได้เปิดบริการ Online Service สำหรับสายบุญ ทั้งใน และต่างประเทศ สามารถไหว้พระ, บริจาคเงิน, แก้บน,

เสี่ยงเซียมซี และการบูชาวัตถุมงคล ผ่าน NFT หรือ เหรียญบุญ ได้กับทุกวัด ทุกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่ต้องเดินทาง และมีผู้ใช้งานจำนวนมาก และเพื่อสานต่อความสำเร็จ SDC จึงมีแผนจะเพิ่ม Content เกี่ยวกับสายกีฬา, สายสุขภาพ, กิน-ดื่ม-เที่ยว และสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

SAMART

“การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว คือ กุญแจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตในโลกธุรกิจ ผมเชื่อมั่นว่ากลุ่มสามารถมีรากฐานที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกความท้าทายและการแข่งขัน ในปี 66 จะเป็นปีที่ผลประกอบการรวมของกลุ่มจะเติบโตขึ้น 75%

โดยมีเป้ารายได้รวมทั้งสิ้น 16,000 ล้านบาท และการนำ SAV เข้าจดทะเบียนใน ตลท. จะยิ่งสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มมูลค่าธุรกิจให้แก่กลุ่มสามารถ” วัฒน์ชัย กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th