Samsung ร่วมสนับสนุนโครงการวิจัยยาผ่านสมาร์ทโฟนของคณะเภสัชฯ ศิลปากร

0
170

ซัมซุง (Samsung) ร่วมสนับสนุนโครงการวิจัยคณะเภสัชฯ ศิลปากร ส่งเสริมกระบวนการวิเคราะห์ยาผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยค้นคว้าวิจัย และผลิตยาได้รวดเร็วมากขึ้น…

Samsung ร่วมสนับสนุนโครงการวิจัยยาผ่านสมาร์ทโฟนของคณะเภสัชฯ ศิลปากร

ซัมซุง ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตให้กับภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในโครงการ เปลี่ยนกระบวนการวิเคราะห์ยาให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : การพัฒนาวิธีไทเทรชันโดยใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์อ่านค่าสีอาร์จีบีและคำนวนผลการวิเคราะห์แบบเบ็ดเสร็จ” 

อุปสรรคสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตยา

Samsung

การวิจัยพัฒนายาใหม่นั้นมีความซับซ้อน ต้องผ่านกระบวนการศึกษา และทดสอบมากมาย ยาบางตัวใช้เวลากว่า 10 ปีในการพัฒนา และจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก นอกจากนี้ในขั้นตอนการผลิตยาต้องมีการตรวจวิเคราะห์ยาว่ามีตัวยาสำคัญถูกต้องทั้งชนิด และปริมาณหรือไม่ ก่อนที่จะนำใช้กับผู้ป่วย

ซึ่งการทดสอบตัวยาส่วนมากมีวิธีการที่ยุ่งยาก และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ซึ่งมีราคาแพง อาศัยความชำนาญในการใช้งาน และยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้บางครั้งการวิเคราะห์ยายังทำในสเกลขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้สารเคมีและก่อให้เกิดของเสียขึ้นในปริมาณมาก ในขณะที่บางเทคนิค

เช่น ไทเทรชัน (เทคนิคการวิเคราะห์ยาประเภทหนึ่งผ่านสี) ยังต้องใช้การตัดสินจุดที่สารทำปฏิกิริยากันพอดีโดยวิธีสังเกตสีด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนเนื่องมาจากสายตาของแต่ละบุคคล อุปสรรค และปัญหาเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ศึกษาวิจัย

เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการวิเคราะห์ยาให้ทำได้ง่าย รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ มีค่าใช้จ่ายน้อยลง และทันสมัยมากขึ้น โดยการนำเอาสมาร์ทโฟนซึ่งนับว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัวมาใช้แทนเครื่องมือวิเคราะห์ราคาแพงดังที่กล่าวมาข้างต้น

ต้นแบบการวิเคราะห์ยาด้วยสมาร์ทโฟน

Samsung

โครงการวิจัย ปรับเปลี่ยนการวิเคราะห์ยาให้ทันสมัยโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่เกิดขึ้นนี้ คณะผู้วิจัยนำโดย รศ.ดร.ธีรศักดิ์ โรจนราธา ได้นำจุดเด่นของสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถในการทำงานที่หลากหลาย และความสะดวกในการใช้งานมาประยุกต์ใช้ในขั้นตอนการวิเคราะห์ยา

โดยการถ่ายภาพ เพื่อบันทึกสีของตัวอย่างยาที่ทำการวิเคราะห์หลังจากทำปฏิกิริยาเคมี รวมถึงใช้ประมวลผลความเข้มของสีที่บันทึกได้ออกมาเป็นค่าตัวเลข ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงปริมาณยาที่แท้จริงในผลิตภัณฑ์

Samsung

รศ.ดร.ธีรศักดิ์ โรจนราธา หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ซัมซุงเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของโครงการวิจัยนี้ เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องในยุคดิจิทัล เรามีการปรับปรุงวิธีวิเคราะห์ยาหลายเทคนิค และหนึ่งในนั้นคือวิธีไทเทรชัน

โดยนำเอาสมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยในการถ่ายภาพสารละลาย วัดสัญญาณของการวิเคราะห์ในรูปค่าสี RedGreenBlue (RGB) และการคำนวณผลการวิเคราะห์อย่างถูกต้องแม่นยำ สะดวก รวดเร็ว และประหยัด

ซึ่งสุดท้ายแล้วจะได้มาซึ่งวิธีใหม่สำหรับวิเคราะห์หาปริมาณยาในเภสัชภัณฑ์โดยใช้สมาร์ทโฟน และเป็นต้นแบบในการนำไปปรับใช้กับการวิเคราะห์ยาชนิดอื่น ๆ ได้ในอนาคต

Samsung

ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้สามารถใช้งานได้ไม่ยาก นักวิเคราะห์ยาสามารถดำเนินการได้เองในห้องปฏิบัติการผ่านสมาร์ทโฟน เพียงเครื่องเดียว เพียงใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพสารละลาย แล้ววัดความเข้มของสีของสารละลายจากภาพเป็นค่า RGB แทนการสังเกตสีที่เปลี่ยนไปด้วยตา

หรือใช้การวัดค่าการดูดกลืนแสงโดยอาศัยเครื่อง UVVis spectrophotometer หรือ microplate reader ซึ่งมีราคาแพง ด้วยวิธีดังกล่าวประกอบกับการใช้สมาร์ทโฟนช่วยให้สามารถวิเคราะห์ยาได้หลายตัวอย่างพร้อมกัน โดยการถ่ายภาพตัวอย่างยาหลายตัวอย่างในภาพเดียว

และยังทำให้การวิเคราะห์สามารถทำได้ในสเกลที่มีขนาดเล็กลง จึงลดการใช้สารเคมี และการเกิดของเสีย เพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ ได้ผลการวิเคราะห์ที่ถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายน้อยลงหลายเท่าตัว

Samsung

ไม่เพียงเท่านั้น คณะผู้วิจัยยังได้ริเริ่มแผนการวิจัยโดยออกแบบ และพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนสำหรับคำนวณ และรายงานผลการวิเคราะห์ในรูปแบบไฟล์ หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เครื่องมือของกูเกิล ได้แก่ Google sheet, Google app script และ Google sites รวมทั้งสามารถแชร์ไปยังผู้รับอื่นที่ต้องการ

อาทิ ผ่านทางอีเมล เพื่อความสะดวกในการบันทึกข้อมูลพร้อมเรียกใช้ได้ผ่านสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลา และสถานที่ ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงสามารถทำงานทั้งกระบวนการได้แล้วเสร็จบนสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว อีกทั้งยังถือเป็นการส่งเสริมการเป็นห้องปฏิบัติการแบบดิจิทัล ซึ่งลดการใช้กระดาษอีกด้วย

แนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการวิเคราะห์ยาในอนาคต

Samsung

วาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า งานวิจัยของศิลปากรในครั้งนี้ถือเป็นการริเริ่มนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนกระบวนการเดิมในการวิเคราะห์ยา

ซึ่งทางซัมซุงเองก็มีความยินดีที่นวัตกรรมสมาร์ทโฟนของเราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในพัฒนาการสำคัญของอุตสาหกรรมยาในครั้งนี้ พร้อมทั้งยังสามารถส่งเสริมให้นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ได้มีทักษะความเข้าใจและนำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์กระบวนการทำงานใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต

Samsung

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างครั้งสำคัญของงานวิจัยที่มีการนำเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัว และสามารถใช้งานได้ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาช่วยปรับปรุงกระบวนการวิเคราะห์ยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพเภสัชภัณฑ์ในโรงงานผลิตยา

รวมถึงสร้างแนวคิดที่จะนำไปปรับใช้สำหรับยาหลากหลายชนิดต่อไป มากไปกว่านั้น ผลจากการดำเนินการบางส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ยาแนวใหม่ร่วมกับการใช้สมาร์ทโฟน ถือเป็นเรื่องใหม่ที่สร้างความน่าสนใจให้แก่วงการเภสัชฯ

Samsung

ทำให้ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์และเคมีวิเคราะห์ได้ โดยสุดท้ายแล้วโครงการนี้จะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะความเข้าใจ และรู้จักนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสมต่อไปในอนาคต

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.