Sony จับมือ Mitsui พัฒนาระบบ Standalone 5G Enabling

Sony

Sony จับมือ Mitsui พัฒนาระบบ Standalone 5G Enabling Dynamic Spectrum Access Systemได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก…

Sony จับมือ Mitsui พัฒนาระบบ Standalone 5G Enabling Dynamic Spectrum Access System

กลุ่มบริษัท โซนี่ คอร์ปอเรชั่น โดย เคนอิชิโร่ โยชิดะ ประธานบริหาร ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ บริษัท มิตซุย แอนด์โค จำกัด โดย เคนอิชิ โฮริ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกันประกาศความความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี Dynamic Spectrum Access (DSA) ของ โซนี่ เป็นครั้งแรกของโลก

ในการใช้งาน 5G แบบสแตนด์อโลน นอกจากความสำเร็จนี้แล้ว ทั้งสองบริษัทยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเดินหน้าศึกษาศักยภาพในเชิงพาณิชย์ของเทคโนโลยีนี้ และการใช้งานเพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมา

นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น WiFi และ 5G ช่วยให้สามารถใช้งานระบบไร้สายได้เพิ่มมากขึ้นในงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้การรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน ทรัพยากรคลื่นความถี่ (ความถี่วิทยุ) มีจำกัด และได้กำลังกลายเป็นปัญหาที่ต้องจับตา

ด้วยเทคโนโลยี DSA คาดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรความถี่วิทยุ จัดสรรความถี่วิทยุแบบรวมศูนย์ ผ่านฐานข้อมูลการจัดการทรัพยากรแบบเรียลไทม์ โดยแทนที่วิธีการจัดการคลื่นความถี่แต่ละย่านแยกกันในแบบดั้งเดิม

โดยวิธีนี้จะช่วยให้สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้งานไม่ได้ตามพื้นที่ชั่วคราว เพื่อให้โอเปอเรเตอร์ และผู้ใช้งานรายใหม่สามารถใช้งานได้ ในขณะที่ยังช่วยปกป้องผู้ให้บริการด้านเครือข่าย และผู้ใช้ปลอดจากสัญญาณรบกวนต่าง ๆ

ขณะนี้ในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ได้นำเทคโนโลยี DSA ไปใช้งานจริง โดยมีการกำหนดคลื่นความถี่สำหรับ 4G/5G ในบางภูมิภาค และบางสถานที่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั่วโลก การกระจายความหลากหลายในลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นในกระบวนการจัดสรรทรัพยากรด้านความถี่วิทยุ

กรณีการใช้งานใหม่ และนวัตกรรมในการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดการคลื่นความถี่อัตโนมัติโดยใช้เทคโนโลยี DSA ก็กำลังถูกนำมาศึกษาเพื่อใช้งานด้วยเช่นกัน จึงทำให้โซนี่ และ มิตซุย ได้ผนึกความร่วมมือกันในการเข้ามาสร้างศักยภาพเชิงพาณิชย์ครั้งนี้

Sony

ผลงาน และเป้าหมายความร่วมมือของโซนี่ และมิตซุย

มิตซุยมีส่วนร่วมในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม โดยประยุกต์ใช้วิธีการบริหารธุรกิจในหลายแง่มุม รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ใช้ ICT เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาดของเมือง และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตในเอเชีย และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ

นอกจากนี้ บริษัทในเครือ Mitsui Knowledge Industry Co. Ltd. (MKI) กำลังขับเคลื่อนการใช้ Local 5G ซึ่งเป็นโครงการขั้นสูงสำหรับการติดตั้งเครือข่าย 5G ในพื้นที่ในญี่ปุ่น เพื่อรองรับความต้องการใช้งานไร้สายที่เพิ่มขึ้นในงานอุตสาหกรรม

ในส่วนของโซนี่ยังได้สร้างผลงานโดยมีส่วนร่วมในการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี DSA ตั้งแต่เริ่มแรก นับตั้งแต่การใช้งานจริงบนระบบ Citizens Broadband Radio Service (CBRS) ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกของโลก โซนี่ยังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา (FCC) 

สำหรับการปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ ในการดูแลการบริหารจัดการคลื่นความถี่ (การกำหนดสเปกตรัม การอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ การกำหนดค่าพารามิเตอร์การทำงาน เช่น กำลังส่งสูงสุดที่อนุญาต) ในย่านความถี่ ิ (3GPP B48/n48) นอกจากนี้ ภายใต้การอนุมัตินี้ โซนี่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลระบบ CBRS SAS

เพื่อดำเนินการในสหรัฐอเมริกา และได้รับการยอมรับว่า มีเทคโนโลยีระดับเชิงพาณิชย์ที่ยอดเยี่ยม และยังได้รับสิทธิบัตรที่สำคัญมากมาย โดย โซนี่ และมิตซุย ตั้งเป้าที่จะสร้างจุดแข็งเหล่านี้ เพื่อใช้รูปแบบการใช้คลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ในทุกพื้นที่

ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมแค่ในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอเชีย ตลอดจนในภูมิภาคอื่น ๆ ที่ได้ทำงานร่วมกันเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ต่าง ๆ ภายใต้โครงการนี้ ได้ตั้งเป้าในการสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อตอบรับความต้องการของระบบไร้สายที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนชุมชนในภาคสังคมส่วนรวมอีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.