ซินเน็ค (Synnex) ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 รุกตลาด AI เต็มสูบ ชูแนวคิด “Empowering the Future Together” ตั้งเป้ารายได้แตะ 53,000 ล้านบาท…
highlight
- บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ ซินเน็ค (SYNNEX) ดิสทริบิวเตอร์ไอทีเบอร์หนึ่งของเมืองไทย เปิดบ้านจัดงานใหญ่ “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” (ซินเน็ค โอเฟ่น เฮ้าส์ 2026) ประกาศทิศทางธุรกิจมุ่งสู่การเป็น “Strategic Technology Partner” รับคลื่นลูกใหม่ยุค AI พร้อมโชว์คลังสินค้าอัจฉริยะระบบ System 5 แห่งแรกในไทย เสริมแกร่งระบบนิเวศเทคโนโลยีครบวงจร
Synnex ประกาศยุทธศาสตร์ปี 69 รุกตลาด AI เต็มสูบ ตั้งเป้ารายได้ 53,000 ล.

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2569 ซินเน็คกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย เปิดตัว “Synnex Technology Showcase” (ซินเน็ค เทคโนโลยี โชว์เคส 2026) พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ และครบวงจรที่สุดแห่งแรก
ในประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ของโลกเทคโนโลยีทั้งปัจจุบันและอนาคต ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Device, Consumer Tech, Gaming & Creator Economy ไปจนถึง Cloud, Data Center และ AI Infrastructure

งานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ ซินเน็ค ในการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเชื่อมต่อเทคโนโลยีระดับโลกสู่การใช้งานจริงในทุกเซกเมนต์ พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ “ง่ายขึ้น และดียิ่งขึ้น” ด้วยเทคโนโลยี ตลอดจนสะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยมีไฮไลท์ภายในงาน มี 5 โซนหลัก ประกอบด้วย
- โซน The Living Future บ้านอัจฉริยะที่เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว และโซลูชันพลังงาน Solar & ESS เพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
- โซน Synnex Smart Town เมืองอัจฉริยะที่ใช้ AI วิเคราะห์ความปลอดภัย การจราจร และ Smart Parking เพื่อการบริหารจัดการบนข้อมูลจริง
- โซน Future Workplace ที่ทำงานอัจฉริยะรองรับ Hybrid Work ด้วย Data Center ที่พร้อมสำหรับ AI, Cybersecurity และ Collaboration Solution
- โซน Smart Learning Hub ห้องเรียนอัจฉริยะที่เชื่อมการเรียนออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ และโซน Smart Wellness for Better Life
- โซลูชัน Smart Wellness ที่ผสาน AI, Medical IoT และ Telemedicine เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับระบบสาธารณสุข
นอกจากนี้ ซินเน็ค ยังเปิดตัว คลังสินค้า และระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Warehouse) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม รองรับการจัดการสินค้ากว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี บนพื้นที่รวมประมาณ 9,000 ตารางเมตร
คลังสินค้าแห่งนี้ได้รับการออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติผสานการทำงานร่วมกับบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความปลอดภัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการ โลจิสติกส์ ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การเตรียมสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งถึงปลายทาง
รองรับยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 62% จุดเด่นสำคัญคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริง ไม่ว่าจะเป็น ระบบจัดเก็บ และเบิกสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และหุ่นยนต์หยิบสินค้าอัจฉริยะ HaiPick ซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time กับระบบ ERP สะท้อนศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ซินเน็ค ได้เปิดเผยทิศทางการเติบโตในปี 2569 โดยเดินหน้ายกระดับบทบาทองค์กรภายใต้แนวคิด “Empowering the Future Together” พร้อมวางกลยุทธ์เชิงรุกรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยในยุค AI ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพอีกต่อไป
แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้เกิดคลื่นการลงทุน และการอัปเกรดเทคโนโลยีในทุกระดับ ทั้งจากภาคเอกชน และภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

สำหรับปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2569 ซินเน็ค มองว่าคลื่นการอัปเกรดอุปกรณ์จากการมาของ AI PC และ AI Smartphone การเติบโตของ Cloud, Data Center และ Wearables ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายขนาดตลาดไอทีโดยรวม และยกระดับการเติบโตจากเชิงปริมาณสู่ การเติบโตเชิงมูลค่า จากการใช้โซลูชันที่ซับซ้อน และมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนโอกาสการเติบโตของ ซินเน็ค ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ แต่ขยายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโซลูชัน และบริการเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลงทุนในยุค AI อย่างครบวงจร

“ปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการยกระดับสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบทั้งในฝั่งผู้บริโภค และองค์กร ซินเน็คภายใต้แนวคิด Empowering the Future Together พร้อมยกระดับบทบาทในการเป็น Technology Empowerment Partner ของลูกค้า และพันธมิตร
ให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ด้วยพอร์ตสินค้า และโซลูชันที่ครอบคลุม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” สุธิดา กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























