ซินโนโลจี้ (Synology) เปิด 3 ความท้าทายของวงการศึกษาไทย หลัง SaaS แห่ปรับราคาแนะตั้งระบบ On-Premise ในองค์กรแทน…
highlight
- ซินโนโลจี้ ผู้นำระดับโลกด้
านโซลูชันการจัดเก็บ และปกป้องข้ อมูล เปิด 3 ความท้าทายของอุ ตสาหกรรมภาคการศึกษาไทยในยุค e– Education หลังซอฟต์แวร์ SaaS ร ายใหญ่ ขึ้นราคา และลดพื้นที่จัดเก็บข้ อมูลฟรีลง รายงานของ Netwrix เผย 80% ของสถาบันทั่วโลกถูกโจมตีอย่ างน้อย 1 ครั้งต่อปี และต้องปฏิบัติตามระเบียบปกป้ องข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมู ลการศึกษาอย่างรัดกุม แนะใช้โซลูชัน On–Premise การวา งระบบตั้งอยู่ภายในองค์กร ปิ ดความท้าทาย พร้อมชูโซลูชัน “ซินโนโลจี้ ออฟฟิศ สูท” (Synology Office Suite) ตอบโจทย์ดีมานด์ตลาด ช่วยลดต้นทุน ซื้อครั้งเดียวไม่เสียค่ารายเดื อน
Synology เปิด 3 ความท้าทายของวงการศึกษาไทย หลัง SaaS แห่ปรับราคา แนะใช้ On –Premise แทน

เร็กซ์ หวง ผู้อำนวยการฝ่ายแอปพลิเคชัน บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด กล่าวว่า ในยุคที่เทคโนโลยีการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคการศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Software as a Service (SaaS)
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google และ Microsoft ล่าสุด ยกเลิกแผนบริการพื้นที่เก็บข้อมูลไม่จำกัดฟรีและปรับลดฟังก์ชันการทำงาน ทำให้สถาบันการศึกษาต้องหันมาทบทวนระบบ SaaS ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และมองหาแนวทางแก้ไขในระยะยาวที่มีความยั่งยืนต่อการบริหารต้นทุน และความปลอดภัยของข้อมูลในภาคการศึกษาที่ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ โดยความท้าทายที่ภาคการศึกษาต้องเผชิญมีดังนี้
- ต้นทุนขึ้นการเปลี่ยนแปลงนโยบาย SaaS รายใหญ่ในตลาดทั้ง 2 ราย ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาพื้นที่เก็บข้อมูล และฟังก์ชันการทำงานเดิม โดยเฉพาะสถาบันขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลพุ่งจากรายงานของ Netwrix (2024) พบว่า 80% ของสถาบันการศึกษาทั่วโลกถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในแต่ละปี เนื่องจากสถาบันการศึกษาจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ประวัตินักเรียน ข้อมูลการเงิน และงานวิจัย
- กฎระเบียบรัดกุมขึ้น กฎระเบียบเฉพาะด้านการศึกษา เช่น FERPA และ GDPR มีข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันการศึกษาต้องมั่นใจว่าระบบของตนปลอดภัย เป็นส่วนตัว และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่โซลูชันประสิทธิภาพการทำงานสาธารณะอาจไม่สามารถริงรับได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
ทั้งนี้ส่งผลให้สถาบันการศึกษาเริ่มฟันมาใช้โซลูชัน Productivity หรือชุดซอฟต์แวร์ แบบติดตั้งภายในองค์กร (on-premise) หรือ การวางระบบตั้งอยู่ภายในองค์กร ที่มีการติดตั้ง server ภายในองค์กรจะช่วยให้สถาบันการศึกษามีการควบคุมข้อมูลที่มากขึ้น คาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ง่าย
และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ต่างจากโซลูชัน SaaS ที่มักมีความเสี่ยงจากการปรับราคาหรือการเปลี่ยนฟีเจอร์การให้บริการที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

“เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสถาบันการศึกษาให้สามารถหันไปใช้ชุดประสิทธิภาพการทำงานที่แบบ on-premise บริษัท มีบริการ Synology Office Suite สำหรับสถาบันการศึกษา ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการจัดเก็บข้อมูล ให้ความปลอดภัยแก่ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และยังช่วยลดต้นทุน
มากไปกว่านั้น ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานร่วมกันและการสื่อสารด้วยเครื่องมือแบบครบวงจรเช่น Synology Drive, Office, MailPlus, Chat, Calendar, Contacts และ NoteStation เครื่องมือเหล่านี้มีฟีเจอร์ที่ช่วยนักเรียน อาจารย์ และคุณครู จัดการไฟล์ทำงานได้ง่ายและให้ข้อมูลปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เช่น การจัดเก็บไฟล์อย่างปลอดภัย การกำหนดสิทธิ์การแชร์ที่ละเอียด การแก้ไขเอกสารแบบเรียลไทม์ และการส่งข้อความ” เร็กซ์ หวง กล่าว
นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอที สามารถจัดการระบบง่ายขึ้น ด้วย dashboard ที่รวมศูนย์ ระบบติดตามสถานะ และเครื่องมือสำหรับตรวจสอบเพื่อความสอดคล้องกับกฎระเบียบ ทำให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง

“การบริการ SaaS รายใหญ่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้น และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสถาบันการศึกษาในการทบทวนความเหมาะสมของระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โซลูชัน Productivity แบบ on-premise
นำเสนอเส้นทางที่ยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ เสริมความปลอดภัยให้กับข้อมูล และสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคง เพื่อรองรับความต้องการด้านภาคการศึกษาที่เปลี่ยนแปลง” เร็กซ์ หวง กล่าว
2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหา วิทยาลัยวอชิงตัน และ Rugby School Thailand เดินหน้ายกระดับรักษาความปลอดภั ย และปฏิบัติตามข้อกำหน ด้วย “ซินโนโลจี้ ออฟฟิศ สูท“

สำหรับโรงเรียนที่พึ่งพาโซลูชัน SaaS ด้านผลิตภาพมานานหลายปี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการประเมินความต้องการระยะยาวใหม่อีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงของผู้ให้บริการ เช่น Google ที่ยุติการให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบไม่จำกัดฟรีในปี 2022 และการอัปเดตล่าสุดของ Microsoft เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านการศึกษา
กำลังสร้างความท้าทายอย่างมากให้กับสถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือฟังก์ชันการทำงานที่ลดลง เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ระบบที่ให้เสถียรภาพ ขยายขนาดได้ และควบคุมได้ ภายในเดือนมกราคม 2025 Microsoft จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแผน Microsoft365 Education
รวมถึงการยกเลิกแผน Office 365 A1 Plus ลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลงเหลือ 100TB ต่อผู้เช่า และจำกัดบางสิทธิ์การใช้งานให้ใช้ได้เฉพาะแอปพลิเคชันบนเว็บเท่านั้น โดยไม่มีเวอร์ชันเดสก์ท็อป เช่น Word, Excel หรือ PowerPoint
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้โรงเรียนต้องอัปเกรดเป็นแผนที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หรือจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรใหม่ เพื่อรักษาการทำงานของระบบ สิ่งนี้กระตุ้นให้หลายสถาบันต้องพิจารณาถึงความจำเป็นในการพึ่งพาโซลูชัน SaaS
นอกจากประเด็นด้านต้นทุนแล้ว ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบก็กำลังเป็นที่กังวลมากขึ้น สถาบันการศึกษาจัดการข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง เช่น ข้อมูลนักเรียน รายงานทางการเงิน และงานวิจัย ทำให้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์
ซึ่งเกิดขึ้นกับเกือบ 80% ของสถาบันการศึกษาต่อปี (Netwrix, 2024) นอกจากนี้ กฎระเบียบต่าง ๆ เช่น FERPA และ GDPR กำหนดให้มีการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งโซลูชัน SaaS บางประเภทอาจไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนไปใช้โซลูชันด้านผลิตภาพแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-premise) ช่วยให้สถาบันการศึกษาควบคุมข้อมูลของตนเองได้มากขึ้น คาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ และขยายขนาดพื้นที่จัดเก็บได้ตามต้องการ ต่างจากโซลูชัน SaaS ที่มักมีการปรับขึ้นราคาค่าสมัครสมาชิกและอาจมีการเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ที่ไม่แน่นอน
โซลูชันแบบ On-premise สามารถให้โครงสร้างที่มั่นคงกว่าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการระยะยาว ข้อมูลที่จัดเก็บในพื้นที่ภายในองค์กรยังช่วยให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและปกป้องข้อมูลที่สำคัญของโรงเรียนโซลูชันด้านผลิตภาพแบบ On-premise เช่น ซินโนโลจี้ ออฟฟิศ สูท
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันและการสื่อสาร ด้วยเครื่องมือสำหรับการจัดเก็บไฟล์อย่างปลอดภัย ตั้งค่าสิทธิ์การแชร์ข้อมูลได้อย่างละเอียด แก้ไขเอกสารแบบเรียลไทม์ และมีระบบส่งข้อความทันที รองรับทั้งโครงการกลุ่มของนักเรียน และการจัดการไฟล์ของคณาจารย์ สำหรับผู้ดูแลระบบไอที
โซลูชันเหล่านี้ช่วยให้การจัดการระบบง่ายขึ้น ด้วยแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์สำหรับติดตามสถานะระบบ เครื่องมือตรวจสอบความปลอดภัย และเครื่องมือด้านการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด นอกจากนี้ ระบบควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงที่ก้าวหน้าช่วยให้สามารถกระจายงานระหว่างทีมไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดปัญหาความซับซ้อนของการบริหารโครงสร้างดิจิทัล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจากผู้ให้บริการ SaaS รายใหญ่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้น แต่ก็เป็นโอกาสให้สถาบันการศึกษาได้ทบทวนความเหมาะสมของระบบที่ใช้อยู่
โซลูชันด้านผลิตภาพแบบ On-premise นำเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนในการลดต้นทุน เสริมสร้างความปลอดภัย และสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบัน และอนาคต
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























