“ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี (DE)” เผยที่ประชุม กทช. ไฟเขียวผลักดันกฎหมายขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูทะเล และชายฝั่งไทย…
รมต. DE เผย กทช. ไฟเขียวผลักดันกฎหมายขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูทะเล และชายฝั่งไทย

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งแห่งชาติ (กทช.) ครั้งที่ 1/2568
โดยมี นราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมว่า

โดยการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องสำคัญ ได้แก่ (ร่าง) รายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศ พ.ศ. 2567 โดยมีประเด็นปัญหาที่ควรได้รับการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน
ได้แก่ ปัญหาแหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมในพื้นที่ จังหวัดตรัง-กระบี่ ปัญหาการตัดต้นไม้ในพื้นที่ป่าชายเลนที่เป็นพื้นที่เอกสารสิทธิ์ และปัญหาความไม่สมบูรณ์ของ ข้อมูลพื้นฐานของประเทศในการรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร-ระนอง
อีกทั้งยังได้ มีการติดตามการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน และการระบาดของปลาหมอคางดำ

นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ ตามมาตรา 20 เพื่อเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ 1) พื้นที่บริเวณแนวปะทะกระแสน้ำไหล่ ทวีปทะเลอันดามันของประเทศไทย , 2) พื้นที่อุทยานการเรียนรู้ใต้ทะเล เขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์แต่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรได้ จึงมีความจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครอง เพื่อสงวนไว้ให้คงความสมบูรณ์ของทรัพยากรทาง ทะเล และชายฝั่ง และมีการบริหารจัดการใช้ประโยชน์ให้เกิดความสมดุล และคงความยั่งยืน
รวมถึงเห็นชอบ (ร่าง) กฎกระทรวงตามมาตรา 21 เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ใช้มาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ครอบคลุม 27 ระบบหาด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายหาดที่มีความสมดุล และมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

โดยในที่ประชุม ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี ได้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง และปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่ง ในรอบ 6 เดือน (พฤศจิกายน 2567-เมษายน 2568) พบว่า สถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรมเกิดจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ทำให้พะยูนมีการอพยพ
ย้ายถิ่นไปยังแหล่งหญ้าทะเลอื่นเพื่อหาอาหาร โดยที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งแห่งชาติ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาพะยูน และหญ้าทะเล ผ่าน 4 มาตรการ
ได้แก่ สำรวจพะยูน และประเมินหญ้าทะเลให้เป็นปัจจุบัน, ประกาศพื้นที่คุ้มครองและ บังคับใช้มาตรการ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต, วางแผนช่วยเหลือพะยูนที่มีชีวิตด้วยการทดลองให้อาหารเสริม ทดแทนหญ้าทะเล, ฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล และอีกสถานการณ์หนึ่งที่ยังคงเป็นประเด็นปัญหาต่อเนื่อง
คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ได้มีการสำรวจติดตามปลาหมอคางดำในระบบนิเวศ ทางทะเล จากการสำรวจพบการแพร่กระจาย 14 จังหวัดฝั่งอ่าวไทย โดยระบบนิเวศที่พบปลาหมอคางดำ
ได้แก่ ปากแม่น้ำ แหล่งหญ้าทะเล และหาดทราย แต่ไม่พบในระบบนิเวศปะการัง ทะเลสาบสงขลา และในทะเลฝั่งอันดามัน

นอกจากนี้ยังได้มีการติดตามตรวจสอบพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ จากอิทธิพลมรสุม โดยมีพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งนี้กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งแห่งชาติ
ได้มีแนวทางการดำเนินการระยะสั้น โดยการออกประกาศเตือนภัย ผ่านระบบเตือนภัยท่องเที่ยว ทางทะเลทั้งในรูปแบบของ Website และ Mobile Application
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























