ช่วยเกษตรกรไทย! ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) จับมือ สภาเกษตรกรฯ ลุยลดต้นทุนขนส่ง เชื่อมโครงข่ายส่งด่วนแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด…
highlight
- ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) เดินหน้าสานต่อความร่วมมือครั้
งสำคัญ โดยร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 3 เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ สำหรับภาคเกษตรไทย เชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งสิ นค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริ โภคทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิ ภาพ พร้อมสนับสนุนอัตราค่าขนส่งในรู ปแบบพิเศษอย่างต่อเนื่อง ขยายเวลาอัตราค่าบริการพิเศษสำห รับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกั บสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ เกษตรกรไทยในระยะยาว
Thailand Post x สภาเกษตรกรฯ ยืนหยัดเพื่อสวนไทย ส่งด่วนผลไม้ทั่วประเทศ เริ่มต้นเพียง 45 บาท!

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย มีความพร้อมอย่างเต็มศักยภาพในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วไทย ตั้งแต่ระดับชุมชน แหล่งผลิต ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง
พร้อมประสบการณ์ และมาตรฐานการขนส่งที่สามารถควบคุมระยะเวลาในการจัดส่ง และรักษาคุณภาพสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องการความรวดเร็วในการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจของผู้ส่ง และผู้รับ โดยความร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในครั้งนี้
ไม่เพียงเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายผลผลิต ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งสินค้าไปยังตลาดได้อย่างทั่วถึง ด้วยบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ ค่าส่งราคาพิเศษสำหรับเกษตรกร/องค์กรเกษตรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ เริ่มต้น 3 กิโลกรัมแรก 45 บาท
ลดต้นทุนค่าขนส่ง ข้อจำกัดเรื่องพ่อค้าคนกลางและปัญหาผลผลิตล้นตลาด อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงสินค้าสดใหม่คุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างแข็งแรง และยั่งยืน

นัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เผยถึงสถานการณ์ภาคเกษตรกรรมไทยว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เกษตรกรไทยเผชิญปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ปลูกผัก และผลไม้ อย่างเช่น ลำไย, มังคุด, ลองกอง, มะพร้าวน้ำหอม, มะม่วง, เงาะ, สับปะรด, ทุเรียน, ข้าว, หอมหัวใหญ่, กระเทียม ที่ออกมาพร้อมกัน
ส่งผลให้เกิดภาวะล้นตลาด และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประกอบกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งด้านพลังงานและค่าขนส่งทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อลดภาระ กระจายสินค้า สร้างรายได้ สร้างโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงให้แก่พี่น้องเกษตรกร
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภาคการขนส่งสินค้าเกษตรที่ต้องการความรวดเร็วในการรักษาคุณภาพผลิตผลจากแปลงเกษตรไปถึงมือผู้บริโภคได้โดยตรง และรวดเร็ว
ด้วยความร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่าง สกช.และไปรษณีย์ไทย ถือเป็นการลงนามฉบับที่ 3 สานต่อความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อเป้าหมายในการนำศักยภาพการขนส่งของไปรษณีย์ไทย มาเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าของพี่น้องเกษตรกร

ทั้งนี้ การสานต่อความร่วมมือของไปรษณีย์ไทยกับ สกช. ในครั้งนี้ ยังเป็นการขยายเวลาอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รองรับการแข่งขันในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนภาคเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติมที่ THP Contact Center โทร. 1545 และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























