Manao Software ชูพลัง RAG และ Workflow Automation สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจ

Manao Software

หมดยุค AI แบบทั่วไป! มะนาว ซอฟต์แวร์ (Manao Software) วางกลยุทธ์สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง ชูพลัง RAG และ Workflow Automation…

หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software ชูพลัง RAG และ Workflow Automation สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจ

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นกระแสหลัก หลายองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยน AI จากการเป็นเพียงเครื่องมือทดลอง ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมูลค่าได้จริง Manao Software (มะนาว ซอฟต์แวร์) 

ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง AI ที่ เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง โดยชูเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) และ Workflow Automation เป็นกุญแจสำคัญ

ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจให้องค์กรมีความแตกต่าง และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุค Smarter Operations ได้อย่างมั่นคง

 

มะนาว ซอฟต์แวร์ ไม่ใช่แค่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่วางตำแหน่งตัวเองเป็นที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจมุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง

แต่ AI ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจก็ไม่ใช่ AI แบบทั่วไป เพราะไม่สามารถเข้าใจบริบทธุรกิจได้มากเพียงพอ จุดแข็งของ มะนาว ซอฟต์แวร์ จึงการวางกลยุทธ์ด้วยการนำ AI ที่เข้าใจกระบวนการทำงานของธุรกิจมาช่วยองค์กรให้ทำงาน และวางแผนต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ

Manao Software
คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ มะนาว ซอฟต์แวร์

คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ มะนาว ซอฟต์แวร์ กล่าวว่า ที่ มะนาว ซอฟต์แวร์ เรามองว่า AI ทั่วไป (General AI) เปรียบเสมือนเครื่องมือแบบ One-size-fits-all แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพสูง แต่บ่อยครั้งมันยังขาดความเข้าใจที่ละเอียดอ่อนในบริบทเฉพาะของแต่ละธุรกิจ

เมื่อเราพูดถึง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง เราหมายถึง AI ที่ถูกออกแบบมาให้รู้จักกระบวนการทำงานเฉพาะทาง คำศัพท์เฉพาะในองค์กร รวมถึงลักษณะการดำเนินงานที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทนั้นๆ มันคือการฝังความเข้าใจในตัวธุรกิจจริง ๆ ลงไปในตัวโมเดล จะต้องมีองค์ประกอบทั้ง

ชุดข้อมูลเฉพาะทาง (Domain-specific datasets), การฝึกฝนตามบริบท (Contextual training), การปรับจูนด้วยความรู้ภายใน (Fine-tuning with internal knowledge) และการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลของบริษัท

เทคโนโลยี RAG และ Workflow Automation เป็นตัวเปลี่ยนเกม

สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลมหาศาล เทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) คือทางออกที่ดีที่สุด RAG จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา AI ที่ให้ข้อมูลทั่วไปเกินไป โดยระบบจะทำหน้าที่ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และทันสมัยที่สุดจากคลังข้อมูลภายในมาใช้ประกอบการตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะหน้าขององค์กรได้อย่างตรงจุด

“จากประสบการณ์ของเรา เมื่อองค์กรมีฐานข้อมูลที่สะอาด เป็นระบบ และเชื่อมโยงกันอย่างดี การนำ RAG และ AI อื่น ๆ มาใช้งานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนฐานรากที่มั่นคง” คริสโตเฟอร์ กล่าวเสริม

Manao Software

รวมไปถึงการจัดการเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ (Workflow Automation) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการนำ AI ไปใช้งานจริง คือสะพานที่เปลี่ยน AI จากแนวคิดที่น่าสนใจ ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ในทุก ๆ วัน ยกตัวอย่างเช่น ที่ มะนาว ซอฟต์แวร์ ใช้ AI ในเวิร์กโฟลว์จริง

เช่น ระบบจัดการ Lead Management ที่ AI สามารถคัดกรอง ประเมินคุณภาพ และบันทึกข้อมูลลง CRM ได้ทันที ช่วยให้ทีมขายโฟกัสไปที่โอกาสทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดได้ทันที การทำเช่นนี้ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานตามสัดส่วน

ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนในระยะยาว ทำให้องค์กรก้าวล้ำหน้าไปหนึ่งก้าวเสมอ และมั่นใจได้ว่าทุกโอกาสจะถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญที่สุดในการนำ RAG มาใช้งานนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือความปลอดภัยของข้อมูล มะนาว ซอฟต์แวร์ เน้นย้ำเรื่องการวางสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (Role-based permissions) ภายในระบบ AI 

เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่ตนไม่มีสิทธิ์มองเห็น AI จึงต้องถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ช่วยที่ชาญฉลาด และผู้รักษาความปลอดภัยข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน จึงมั่นใจได้ว่าช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Manao Software

เมื่อองค์กรต่าง ๆ ผสาน AI เข้ากับระบบอัตโนมัติ แน่นอนว่าสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในหลายมิติ ประการแรกคือ AI ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายสเกลได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม สามารถคุมต้นทุนได้ อีกทั้งยังได้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น

ซึ่งช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท้วงที ทั้งนี้องค์กรควรเตรียมความพร้อม 2 ด้านหลัก 1) โครงสร้างข้อมูลที่แข็งแรง ปลอดภัย และเข้าถึงได้ และ 2) ทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยี และบริบทธุรกิจ เพื่อให้ AI ถูกนำไปใช้ได้อย่างสอดคล้องและยั่งยืน

Manao Software

คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ได้สรุปทิ้งท้ายว่า ในการออกแบบโซลูชัน AI ให้สามารถ Scale ได้ หัวใจสำคัญคือการมุ่งเน้นไปที่ความเป็นโมดูล (Modularity) และ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ตั้งแต่เริ่มต้น ควรสร้าง AI ในลักษณะที่สามารถเชื่อมต่อส่วนประกอบใหม่ ๆ สลับเปลี่ยนโมเดล หรือรวมแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไว้ด้วยกันได้

โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด ให้ลองจินตนาการว่ามันเหมือนกับการต่อเลโก้แทนที่จะเป็นการเทคอนกรีต แนวทางแบบโมดูลนี้จะช่วยให้การปรับตัวตามการเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นมาก

ในเชิงหลักการ ควรให้ความสำคัญกับการใช้ Open Standards และ API เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ ของระบบสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ควรลงทุนกับการทำคู่มือ (Documentation) และการฝึกอบรมที่ดี เพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาระบบต่อยอดไปได้เรื่อย ๆ

การสร้างเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น และมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน จะช่วยรับประกันว่าโซลูชัน AI ของคุณจะเติบโตไปพร้อมกับคุณ และสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาวโดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay