กระทรวง อว. (MHESI) ผนึกยักษ์ใหญ่ เปิดยุทธศาสตร์ “AI Love You” ดันไทยสู่ยุค AI แก้ขาดผู้เชี่ยวชาญ 8 หมื่นตำแหน่ง พร้อมสร้าง “สะพานอัจฉริยะ” เชื่อมการเรียนรู้ระดับโลก…
highlight
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่เปิดตัวยุทธศาสตร์ “AI Love You” เร่งสปีดไทยสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ แก้ปมขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ 8 หมื่นตำแหน่ง พร้อมสร้าง “สะพานอัจฉริยะ” เชื่อมการเรียนรู้สู่เส้นทางอาชีพโลก
กระกรวง อว. (MHESI) ร่วมพันธมิตร เปิดแผน “AI Love You” ดันไทยสู่ยุค AI แก้โจทย์ขาดผู้เชี่ยวชาญ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ประกาศเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่ ผ่านการผนึกกำลังกับ บริษัท NetDragon และ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) ในงานสัมมนา “ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย AI Transformation คุณภาพระดับสากล ยกระดับการเรียนรู้สู่เส้นทางอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ” วางรากฐานการพัฒนาคนไทยให้ก้าวทันความต้องการของตลาดแรงงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

วิกฤตทักษะดิจิทัล : เมื่อไทยมีเพียง “ผู้ใช้งาน” แต่ขาด “ผู้เชี่ยวชาญ“
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ข้อมูลจากการสัมมนาสะท้อนให้เห็นความย้อนแย้งในเชิงโครงสร้างของประเทศไทย พบว่าคนไทยกว่า 92% รู้จัก และใช้งาน AI ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 75% ทว่าคนส่วนใหญ่ยังคงเป็นเพียงผู้ใช้งานทั่วไป (Users) เท่านั้น
ในขณะที่ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ในตลาดแรงงานตั้งเป้าไว้สูงถึง 80,000 คน แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญจริงไม่ถึง 10,000 คน นอกจากนี้ สัดส่วนผู้เชี่ยวชาญดิจิทัลระดับสูง (Level 4) ของไทยมีเพียง 1% ของประชากร
ซึ่งตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่มีสัดส่วนถึง 8.8% อย่างมีนัยสำคัญ ความขาดแคลนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านบริการ AI สูงถึง 40,000 ล้านบาทต่อปี แต่ 90% ของเม็ดเงินนี้กลับไหลออกสู่ต่างประเทศ และมีเพียง 2% เท่านั้น ที่สร้างรายได้ให้กับสตาร์ทอัพไทย

ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลจาก World Economic Forum บ่งชี้ว่าทักษะการทำงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงคือการลด “ช่องว่างทางทักษะ” (Skills Gap) ผ่านการ Re-skill และ Up-skill อย่างเป็นระบบ
โดยกระทรวงได้ผลักดันนโยบาย “AI Love You เร่งพลังอนาคตไทย” เพื่อพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็น “Talent Incubator” ที่มุ่งสร้างผลิตภาพจากการใช้ AI หรือ “การทำงานอย่างชาญฉลาด และยั่งยืน” (AI-driven Productivity) แทนการสะสมเพียงวุฒิการศึกษา
“โดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. และ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) และ NetDragon ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสร้าง “อินเทลลิเจนซ์ บริดจ์” หรือ “สะพานอัจฉริยะ” (Intelligent Bridge) ที่จะเชื่อมโลกการศึกษากับโลกการทำงานจริงเข้าด้วยกัน นอกจากการสร้างคนที่เก่งเทคโนโลยีแล้ว
หัวใจสำคัญ คือการปลูกฝัง “จริยธรรม AI” เพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ และโปร่งใส เพื่อเชื่อมต่อโลกการศึกษากับการทำงานจริง โดยให้ความสำคัญกับปรับกระบวนการสรรหาให้มุ่งเน้นที่ทักษะ (Skills First) มากกว่าเพียงแค่วุฒิการศึกษาในสังคมไทย” ดร. พิมพ์พร กล่าว
มาตรการบังคับใช้ : มหาวิทยาลัยต้องสอน AI และจริยธรรม

เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม กระทรวง อว. ได้ออกประกาศให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งแทรกเนื้อหาด้าน AI อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในทุกหลักสูตร โดยครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความรู้ทั่วไปของ AI, การพัมนาทักษะการนำไปใช้งาน เช่น การเขียน “คำสั่ง” หรือ พรอมต์ (Prompt) หรือวิเคราะห์ข้อมูล และที่สำคัญที่สุด คือ “จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์” (AI Ethics) เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด เช่น สแกมเมอร์
นโยบาย “AI Love You” และยุทธศาสตร์ 3U พลิกโฉมการศึกษา
ภารกิจเร่งด่วน คือ การลดช่องว่างทางทักษะ (Skills Gap) และเปลี่ยนมหาวิทยาลัย ผ่านโครงการ หรือแพลตฟอร์มบ่มเพาะศักยภาพบุคลากร หรือผู้มีความสามารถ (Talent Incubator) ที่มุ่งเน้นการสร้างผลิตภาพผ่านแนวคิด 3U ได้แก่
- University (U) : การยกระดับสถาบันการศึกษาให้เป็นแหล่งบ่มเพาะบุคลากร และนวัตกรรม AI
- Universal Adoption (U) : ส่งเสริมการนำ AI ไปปรับใช้อย่างแพร่หลายในทุกภาคส่วน
- Utilization (U) : การมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างสร้างสรรค์

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็น “กลไกขับเคลื่อนผลิตภาพ” (Productivity Engine) ที่สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ซึ่งการร่วมมือกับ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) จะช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ และระบบประเมินสมรรถนะมาตรฐานโลก เพื่อสร้างกำลังคนผ่านโครงการประเมินความพร้อม และทักษะการจ้างงาน (Job-Ready) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
“วันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “กลไกขับเคลื่อนผลิตภาพ” (Productivity Engine) ที่จะช่วยสร้างกำลังคนแบบ “Job-Ready” ให้ตรงความต้องการของตลาดโลก”
โดยภายในงาน AI Transformation ในครั้งนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหารระดับสูงจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม อาทิ เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย), Dr. Simon Leung จาก NetDragon Websoft, แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย,
สกลกรย์ สระกวี ประธานกลุ่มบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ปฯ และ ดร. กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ซึ่งต่างมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นแหล่งบ่มเพาะบุคลากรระดับโลก,
และนับเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุค AI อย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาคนในรูปแบบของการขับเคลื่อนด้วยความต้องการของลูกค้า หรือตลาดเป็นหลัก (Demand-driven) และการให้ความสำคัญกับทักษะ และความสามารถ (Skills-First) เป็นหลัก เพื่อให้คนไทยมีสมรรถนะที่ตรงตามความต้องการของตลาดโลกในอนาคต

นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้
ภายในงานนี้ยังมีการเปิดตัวครื่องมือสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทย อย่าง แพลตฟอร์ม Zuno และ AI Tokens ที่เกิดจากความร่วมมือของ NetDragon ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก และ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) โดย
- แอปพลิเคชัน Zuno : แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีฟีเจอร์ AI Assessment เพื่อประเมินทักษะ, AI Coaching ผู้ช่วยส่วนตัวในการวางแผนพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคล และ AI Job Matching ระบบจับคู่ทักษะผู้สมัครให้ตรงกับความต้องการของบริษัท
- การเข้าถึงความรู้ระดับสากล : การรวบรวมคอร์สเรียนฟรีจากพันธมิตรระดับโลก เช่น Microsoft และ Bitkub
- AI Tokens : แนวคิดการแจกโทเคนให้บุคลากรและนักศึกษาเพื่อเข้าถึงเครื่องมือ AI ประสิทธิภาพสูง (Professional AI) ที่เหนือกว่าเวอร์ชันทั่วไป เพื่อใช้ในการทำงาน และการวิจัย

ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “AI Transformation กับการสร้างระบบการเรียนรู้และอาชีพของคนไทยในยุคดิจิทัล” ซึ่งดำเนินรายการโดย เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะที่น่าสนใจ อาทิ
- Dr. Leung Lim Kin (Simon), Vice Chairman of the Board, Executive Director, NetDragon : ที่ได้เน้นย้ำความสำคัญของการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกมาเป็นกลไกในการยกระดับการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล
- สกลกรย์ สระกวี ผู้ก่อตั้ง และประธาน บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : ซึ่งมาให้มุมมองเกี่ยวกับการเตรียมทักษะแห่งอนาคตเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ดร. กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร CEO, iApp Technology และนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ : ร่วมวิเคราะห์บทบาทของ AI ในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ
- แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานกิตติมศักดิ์ และประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย : นำเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่าง อว. และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อช่วย SMEs ในการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ธุรกิจและการตลาด,,
- Dr. Joshua K. Park, Asia Campus Dean, George Mason University: ร่วมแบ่งปันมุมมองด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลในระดับการศึกษาคุณภาพสูง
ตัวอย่างผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ
ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น 50% ในภาคการศึกษา โดยในปัจจุบันมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้เริ่มนำ AI มาใช้พัฒนาการสอนอย่างเห็นผล เช่น การใช้ NotebookLM เพื่อสร้างบทความและวิดีโอประกอบการสอน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาทำงานได้ถึง 50% และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้นในเวลาที่เท่าเดิม
สำหรับโครงการ AI Love You และการผนึกกำลังในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างคนที่ “เก่ง” เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างคนที่ “มีจริยธรรม” ในการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ
ดังคำกล่าวที่ว่า “อนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราเดินเข้าไปหา แต่อนาคตคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา” ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะบุคลากรระดับโลก และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีด้วยหัวใจนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคน

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th


























