ทลายต้นตอฉ้อโกง! true ร่วมมือ ACSC-กสทช. ตัดวงจรเน็ตลักลอบข้ามแดนไทย-เมียนมา

true

ทรู (true) ประสานศูนย์ ACSC และ กสทช. ลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก บุกทลายจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไทย-เมียนมา ตัดวงจรการทำงานของแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตอกย้ำความร่วมมือภาครัฐ และเอกชนเพื่อความปลอดภัยของคนไทย…

ทลายต้นตอฉ้อโกง! true ร่วมมือ ACSCกสทช. ตัดวงจรเน็ตลักลอบข้ามแดนไทย-เมียนมา

ทรู (true) ตรวจพบความผิดปกติของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเทคโนโลยีเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายของบริษัท ซึ่งพบรูปแบบการใช้บริการที่มีลักษณะต้องสงสัย จึงได้รวบรวมข้อมูล และประสานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

และ สำนักงาน กสทช. (NBTC) นำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่ และปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยในตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมตัดวงจรจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ซึ่งต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย 

การตรวจสอบเริ่มต้นจากระบบเฝ้าระวังเครือข่ายของทรูที่ตรวจพบพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญจากผู้ใช้บริการ 2 ราย ที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทตั้งอยู่สถานที่เดียวกัน โดยมีการขอเปิดวงจรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยในระยะแรกมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับปกติ

true

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานเครือข่ายระหว่างวันที่ 22–25 กุมภาพันธ์ 2569 ทรู ตรวจพบว่าปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตพุ่งสูงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยแทบไม่มีช่วงหยุดใช้งาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานของสำนักงานทั่วไป

อีกทั้ง สถานที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ในประเทศเมียนมา จึงนำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)  โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช.

true

นอกจากนี้ ทรู พบหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นว่าอาคารดังกล่าว ไม่มีผู้พักอาศัยประจำ โดยมีพนักงานมาประจำประมาณ 2-3 คนเท่านั้น จึงยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน อีกทั้ง พบตู้ดัดแปลงอุปกรณ์เครือข่ายขนาดใหญ่ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ Network Management

และ Gateway เพิ่มเติม ที่ไม่ได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของผู้ให้บริการ ลักษณะการติดตั้งดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาคารแห่งนี้ถูกดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นจุดรับ และส่งต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Relay Node) รับสัญญาณจากฝั่งไทยแล้วส่งต่อข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งเมียนมา

ทรู จึงนำส่งข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดให้กับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การตรวจค้น และตัดวงจรการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์

true

พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวว่า เบาะแสเริ่มต้นจากข้อมูลความผิดปกติของการใช้อินเทอร์เน็ตในพื้นที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อำเภอแม่สอด

ซึ่งตั้งอยู่ติดแนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอหมายค้นจากศาลเพื่อตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว

ผลการตรวจค้นพบการติดตั้ง และดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปยังเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้ให้บริการตัดวงจรบริการทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน และอยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

true

สุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า ในพื้นที่ชายแดนต่างๆ รวมทั้งชายแดนไทย-เมียนมา เป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่พรมแดนติดกัน ทาง กสทช. จึงได้ร่วมทรู และผู้ให้บริการต่าง ๆ เข้มงวดในการตรวจสอบ

และปฏิบัติตามมาตรการของ กสทช. อย่างเคร่งครัดในการควบคุมการให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือการติดตั้งเสาสัญญาณตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบใช้งานข้ามพรมแดนอย่างเด็ดขาด เมื่อใดที่ตรวจพบก็จะร่วมมือกับ ทรู และ CIB ดำเนินคดีทันที

ด้าน จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรู ทำงานร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการเฝ้าระวัง และตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติในพื้นที่ชายแดน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรรมออนไลน์

ซึ่งการตรวจจับครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีเฝ้าระวัง และวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายมาใช้ เพื่อช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน

นอกจากการสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุกแล้ว ทรู ยังเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการจำหน่ายและลงทะเบียนซิมการ์ด พร้อมนำเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบความเสี่ยงของการใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้ในทางที่ผิด 

true

ขณะเดียวกัน ทรู ยังให้บริการ “ทรู ไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) แก่ลูกค้า ทรู และดีแทค ทุกเลขหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยออนไลน์อัตโนมัติในระดับโครงข่าย ที่สามารถ แจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพ แจ้งเตือน SMS ที่มีความเสี่ยง รวมถึงบล็อกลิงก์ และเว็บไซต์ต้องสงสัยที่มากับข้อความได้ทันที โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay