Ulike เปิดตัวเครื่องกำจัดขนให้คนไทยเผยผิวเนียนด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ

Ulike

ยูไลค์ (Ulike) เปิดตัวเครื่องกำจัดขน ที่มาพร้อมเทคโนโลยี “แซฟไฟร์ ไอซ์-คูลลิ่ง” ให้คนไทยเผยผิวเนียนไร้ขนได้อย่างมั่นใจแบบไม่ต้องเจ็บตัว…

highlight

  • ยูไลค์ (Ulike) เปิดตัวเครื่องกำจัดขนถาวรในตระกูล ยูไลค์ แอร์ ซีรี่ย์ (Ulike Air Series) ที่มีเทคโนโลยี Intense Pulsed Light (IPL) พลังงานแสงความเข้มสูงที่จะส่งไปทำลายรากขนโดยตรง และยังพัฒนาไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีแซฟไฟร์ ไอซ์-คูลลิ่ง (Sapphire Ice-Cooling) ซึ่งใช้ผลึกแซฟไฟร์คุณภาพเดียวกับที่ใช้ในทางการแพทย์ช่วยให้อุณหภูมิขณะใช้งานไม่สูงเหมือน IPL รุ่นก่อน ๆ โดยเทคโนโลยีนี้จะให้ความเย็นกับผิวหนังระหว่างใช้งาน ลดอาการเจ็บหรือแสบร้อนระหว่างกำจัดขน รวมถึงยังสามารถลดรอยแดง และทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้นอีกด้วย 

Ulike เปิดตัวเครื่องกำจัดขนให้คนไทยเผยผิวเนียนได้อย่างมั่นใจด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ “Sapphire IceCooling

ผู้บริหาร ยูไลค์ กล่าวว่า ในฐานะผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมความงาม เป้าหมายของเรานับตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจคือการแก้ปัญหาของการกำจัดขนที่บ้าน และ ยูไลค์ เป็นแบรนด์แรกที่นำเทคโนโลยีไอซ์-คูลลิ่งที่ใช้โดยผู้ให้บริการกำจัดขนถาวรมืออาชีพมาสู่การกำจัดขนด้วยตัวเองที่บ้าน

เราดีใจที่ได้นำเทคโนโลยีนวัตกรรมนี้มาให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์การกำจัดขนที่ไม่เจ็บ คุ้มค่า และเป็นส่วนตัว

Ulike

เครื่องกำจัดขนตระกูล ยูไลค์ แอร์ : ประสบการณ์ความงามระดับคลินิกที่บ้านของคุณ

เครื่องกำจัดขนถาวรตระกูล ยูไลค์ แอร์ โดดเด่นด้วย เทคโนโลยี แซฟไฟร์ ไอซ์คูลลิ่ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่นิยมใช้กันในคลินิกความงาม และซาลอน ทำงานด้วยการส่งคลื่นแสงหลายความถี่ที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนไปทำลายวงจรการส่งสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์รากขน

ในระยะยาวจึงเป็นการกำจัดขนถาวร และให้ผิวที่เรียบเนียนไร้ขนในราคาที่คุ้มค่า และด้วย เทคโนโลยี แซฟไฟร์ ไอซ์คูลลิ่ง มาตรฐานเดียวกับที่ใช้ทางการแพทย์เป็นสิทธิบัตรของ ยูไลค์ ที่ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยความร้อนในระหว่างการใช้งาน

เนื่องจากมีอุณหภูมิเพียง 10-40 องศาเซลเซียสเท่านั้น ในขณะที่อุปกรณ์กำจัดขนแบบเดิมมีอุณหภูมิสูงถึง 70-100 องศาเซลเซียส จึงสามารถใช้งานที่บ้านได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไม่ต้องทนเจ็บกับการกำจัดขนอีกต่อไป

Ulike

เครื่องกำจัดขนถาวรตระกูล ยูไลค์ แอร์ ใช้ผลึกแซฟไฟร์แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ทุกรุ่นออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างสวยงาม มีน้ำหนักเบาเพียง 284 กรัม พกพาง่าย จับกระชับมือ หัวจ่ายพลังงานแบบแบนช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกกับทุกส่วนของร่างกาย เพียงวางแนบลงบนผิวในบริเวณที่ต้องการ

สามารถปรับระดับค่าพลังงานได้มากถึง 5 ระดับ ตามความเหมาะสมของสภาพเส้นขนบนใบหน้า ใต้วงแขน แนวบิกินี่ แขน และขา ให้ความรู้สึกเย็นสบายระหว่างการใช้งาน และให้ประสิทธิภาพในระดับมืออาชีพในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ โดย ยูไลค์ แอร์+ มีทั้งหมด 3 สี

ได้แก่ เขียวเข้ม เขียวอ่อน และขาว ยูไลค์ แอร์ 3 ม่วง และ ยูไลค์ โรเซ่ สีดำ ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มาพร้อมเทคโนโลยีแสงบำบัด (Light Therapy) ด้วยแอลอีดีแสงสีแดง ที่จะกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณที่กำจัดขนเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย

เครื่องกำจัดขนจากแบรนด์ยอดนิยมมาถึงเมืองไทยแล้ว

ยูไลค์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องกำจัดขนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ช่วยให้ผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านคนเลิกใช้มีดโกน และเปลี่ยนสู่ผิวที่เนียนนุ่มไร้ขน บริษัทมีศูนย์วิจัย และพัฒนาระดับโลกถึง 2 แห่ง เพื่อมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรม

และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรด้านความงามมากมาย เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทยได้รับประสบการณ์คุณภาพระดับมืออาชีพที่บ้าน ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัว และสามารถกำจัดขนด้วยตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกเมื่อที่สะดวก เทคโนโลยีการกำจัดขน เทคโนโลยี แซฟไฟร์ ไอซ์คูลลิ่ง นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในร้านเสริมสวยขนาดใหญ่

และ ผลิตภัณฑ์ของ ยูไลค์ ทั้งหมดผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร และยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และความปลอดภัย ด้วยเครื่องกำจัดขนถาวรของ ยูไลค์ หนุ่มสาวชาวไทยจะสามารถเผยผิวเรียบเนียนไร้ขนได้อย่างมั่นใจในหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น และชุดว่ายน้ำ

โดยเครื่องกำจัดขนในตระกูล ยูไลค์ แอร์ ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยนั้น ประกอบไปด้วยรุ่น Air+ รุ่น Air 3 และ ยูไลค์ โรเซ่ โดยสามารถหาซื้อได้ที่ Ulike Official Store ทาง Shopee และ Lazada ในราคา 7,99912,999 บาท

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay