WHA ไฟเขียวลงทุน 20% ใน SO เสริมธุรกิจครบวงจร รองรับการเติบโต

WHA

ดับบลิวเอชเอ (WHA) ไฟเขียวลงทุน 20% ใน SO เสริมธุรกิจครบวงจรรองรับการเติบโตภาคธุรกิจโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ…

highlight

  • บอร์ด ดับบลิวเอชเอ ไฟเขียว ทุ่มงบลงทุน 912 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน SO ในสัดส่วน 20% เสริมธุรกิจครบวงจร ต่อยอดการให้บริการกับลูกค้าของ WHA รองรับการเติบโตของภาคธุรกิจโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

WHA ไฟเขียวลงทุน 20% ใน SO เสริมธุรกิจครบวงจร รองรับการเติบโตของโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่า ตามมติคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 อนุมัติให้ บริษัท ดับบลิวเอชเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ดับบลิวเอชเอ เข้าไปลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.สยามราชธานี หรือ SO จำนวน 111,597,905 ล้านหุ้น หรือเทียบเท่า 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเพิ่มทุน ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 8.1720 บาท

โดยภายหลังจากที่เข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญของ SO เสร็จสิ้น ดับบลิวเอชเอ จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับที่ ของ SO ถัดจากตระกูลวิมลเฉลา ซึ่งถือหุ้นรวมกัน 58.2%

WHA
จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนใน SO ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการดำเนินตามภารกิจ Mission to the Sun

โดยเป็นการเอาจุดแข็งของ ดับบลิวเอชเอ ที่มี Ecosystem ที่ครบวงจร และจุดแข็งของ SO เรื่อง Lean Operation มาผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ ที่เป็น Total Sustainable Solutions ให้กับลูกค้าของเรา

ซึ่ง ดับบลิวเอชเอ มองว่า SO เป็นผู้นำในธุรกิจ Outsourcing Service ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการสรรหา และบริหารจัดการบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม และบริการ รวมไปถึงเรื่องการฝึกอบรม เสริมทักษะให้กับบุคลากรเพื่อตอบสนองตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ SO ยังมีความโดดเด่นเรื่อง Lean Business Process ที่นำ Technology มาพัฒนาเป็น Solutions ต่างๆ ช่วยลูกค้าในการปรับปรุงกระบวนการธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนในการบริหารงาน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ระบบบริหารจัดการคนขับรถ และยานพาหนะ (Fleet Management)

ซึ่งอยู่ในแผนการขยายธุรกิจ Green Logistics ของ ดับบลิวเอชเอ อีกทั้ง SO มีผลการดำเนินงานที่มั่นคงมาโดยตลอด และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตตามเทรนด์ Lean Organization

“การลงทุนใน SO นอกจากจะก่อให้เกิดความร่วมมืออย่างยั่งยืนในเชิงกลยุทธ์ และโอกาสในการต่อยอดธุรกิจในเครือของทั้งสองบริษัทมากมาย ยังคาดว่าจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกับบริษัทด้วย” จรีพร กล่าว

WHA

ณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามราชธานี หรือ SO เปิดเผยว่า การขายหุ้นเพิ่มทุน 20% ให้ ดับบลิวเอชเอ ซึ่งเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านโลจิสติคส์ นิคมอุตสาหกรรมและการให้บริการโซลูชั่นครบวงจรแก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partner) ที่สำคัญของบริษัท

ซึ่งจะเข้ามาสร้าง Synergy ให้กับ SO ทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ โดย ดับบลิวเอชเอ จะช่วยให้ SO สามารถขยายขอบเขตการให้บริการ Outsource ให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงร่วมกันพัฒนาธุรกิจ หรือ Solutions ใหม่ ๆ

ที่จะส่งเสริมให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด SO จึงมั่นใจว่า ด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจของ ดับบลิวเอชเอ และ SO จะทำให้ทั้งสองบริษัทก้าวสู่การเป็น Technology Company และเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการความร่วมมือในเฟสแรกจะมุ่งเน้นเรื่อง

  • Center of Shared Services เป็นการขยายธุรกิจ Outsource ไปยังลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะใน EEC ซึ่งเป็นฐานลูกค้านิคมอุตสาหกรรมของ ดับบลิวเอชเอ ที่มีกว่า 1,000 ราย และเป็นบริษัทขนาดใหญ่ทั้งไทย และต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการใช้บริการ Outsource สูง
  • Workforce Excellence Academy เป็นการพัฒนาบุคลากร และแรงงานให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในอนาคต (New S-curve Industries) ที่จะเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดึงดูด FDI
  • EV Fleet Rental and Management ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน Green Logistics
  • ESG และ Carbon Credit เป็นการจัดการพื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และเพิ่มคาร์บอนเครดิต

WHA

การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว บมจ.สยามราชธานี จะนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ซึ่งหากได้รับอนุมัติ คาดว่าการเข้าลงทุนจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนกรกฎาคม 2566

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay