เสียวหมี่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง “Xiaomi 15 Series” (เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์) สู่ความเหนือระดับของการถ่ายภาพครั้งใหม่ พร้อมกนรวดเดียว 2 รุ่น ได้แก่ เสียวหมี่ 15 และ เสียวหมี่ 15 อัลตราในไทย …
Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง “Xiaomi 15 Series” ในไทย 2 รุ่น ชูความความเหนือระดับที่ครบจบ! เรื่องถ่ายภาพ
เสียวหมี่ ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์ สู่ความเหนือระดับครั้งใหม่ของการถ่ายภาพที่สามารถถ่ายภาพ และวิดีโอได้อย่างน่าทึ่งในทุกสถานการณ์ด้วยเลนส์ออปติคอล Leica Summilux ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 (เสียวหมี่ ไฮเปอร์โอเอส 2) รุ่นล่าสุด
ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเชื่อมต่อ และความสามารถของ AI เพื่อประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เหนือระดับ
เสียวหมี่ 15 อัลตรา : เหนือระดับของการถ่ายภาพเพื่อภาพถ่ายอันน่าทึ่ง

เสียวหมี่ 15 อัลตรา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของกล้องคลาสสิก ซึ่งมาใน 3 สี สวยให้เลือก ได้แก่ Black, White, และ Silver Chrome โดยแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสง่างามที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
รุ่นสี Silver Chrome ได้หลอมรวมไฟเบอร์กลาสเกรดอากาศยาน (aerospace-grade glass fiber) และหนัง PU เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อและช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของวัสดุให้ดียิ่งขึ้น โดย เสียวหมี่ 15 อัลตรา โดดเด่นด้วยหน้าจอ WQHD+ AMOLED ขนาด 6.73 นิ้ว
ที่ให้ความละเอียดคมชัดถึง 3200 x 1440 และความหนาแน่นของพิกเซลอันน่าประทับใจ 522 ppi ความสว่างสูงสุด 3200 nits ทำให้หน้าจอจะยังคมชัดในทุกสภาพแสงและสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดจ้าหรือแสงสลัวก็ตาม

นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลยังมาพร้อม 1Hz Always-Active ที่จะแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น เวลา วันที่ และการแจ้งเตือนในทันที เสียวหมี่ 15 อัลตรา ยกระดับความปลอดภัย และความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้นด้วยเซ็นเซอร์ลายนิ้วมืออัลตราโซนิกที่ได้รับการอัปเกรดซึ่งช่วยให้คุณปลดล็อคได้เร็วขึ้น และใช้งานได้ดีขึ้น
เสียวหมี่ 15 อัลตรา มีการออกแบบที่ทนทานโดยตัวอุปกรณ์ใช้โครงสร้าง Guardian ขั้นสูง ซึ่งประกอบไปด้วย Shield Glass 2.0 รุ่นล่าสุดที่ทนต่อการตกกระแทกได้ดีขึ้นถึง 16 เท่า และยังรวมไปถึงกรอบอะลูมิเนียม CNC ที่มีความแข็งแรงสูงที่ช่วยให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาแต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง
ในขณะที่กระจก Corning® Gorilla® Glass 7i นั้นช่วยปกป้องตัวกล้องจากการตกหล่นและรอยขีดข่วนได้ดีมากยิ่งขึ้น

เสียวหมี่ 15 อัลตรา ยกระดับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน โดยตัวกล้องจะครอบคลุมความยาวโฟกัสทุกช่วงของการซูมแบบออปติคอลตั้งแต่ 14 มม. ถึง 200 มม. โดยประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ Leica Summilux และเลนส์แอสเฟอริคัล 8P ที่มีการส่งผ่านแสงสูง (8P aspherical high-transmittance lens)
ซึ่งถูกเสริมด้วยการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน (AR) แบบคู่เพื่อให้ผู้ใช้งานสัมผัสกับประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม หัวใจสำคัญของระบบกล้องของ เสียวหมี่ 15 อัลตรา คือกล้องหลัก Leica 23 มม. ขนาด 1 นิ้วชั้นนำของอุตสาหกรรม และเซ็นเซอร์รับภาพ Sony LYT-900 ความละเอียด 50MP
เพื่อภาพที่คมชัดที่เก็บทุกรายละเอียด ทั้งนี้ตัวอุปกรณ์ยังมาพร้อมกับเลนส์ออปติคอล Leica Summilux ที่มีรูรับแสงขนาดใหญ่ ƒ/1.63 ระยะโฟกัสตั้งแต่ 23 มม., 28 มม. และ 35 มม. รวมไปถึงช่วงไดนามิกที่สูงถึง 14EV และด้วยองค์ประกอบเหล่านี้จึงทำให้ความสามารถของกล้องของ เสียวหมี่ 15 อัลตรา นั้นมีประสิทธิภาพการถ่ายภาพที่น่าทึ่งได้ทั้งในสภาวะแสงน้อย หรือยามค่ำคืนก็ตาม

สำหรับการถ่ายภาพบุคคล และภาพสตรีท เสียวหมี่ 15 อัลตรา มีกล้องเทเลโฟโต้ลอยตัว Leica 70 มม. ที่ทำงานที่ระยะโฟกัสสูงสุดจึงทำให้ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม ในขณะที่เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่นั้นโดดเด่นในด้านการถ่ายภาพมาโคร ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บภาพรายละเอียดที่ซับซ้อนได้ในระยะที่ใกล้เพียง 10 ซม. เท่านั้น
ตัวอุปกรณ์ยังยกระดับการถ่ายภาพขึ้นไปอีกขั้นด้วยกล้องเทเลโฟโต้ Leica 100 มม. ความละเอียด 200MP ชั้นนำของอุตสาหกรรมจึงถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกลได้อย่างง่ายดายด้วยระยะโฟกัส 100 มม. ซึ่งสามารถขยายได้ถึง 200 มม. โดยใช้เทคโนโลยีซูมในเซ็นเซอร์อีกด้วย
ทั้งนี้ เสียวหมี่ 15 อัลตรา ยังใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว ที่ผนวกเข้ากับรูรับแสง ƒ/2.6 จึงสามารถรับแสงได้มากกว่า เสียวหมี่ 14 อัลตรา ได้ถึง 136% และกล้องตัวที่ 4 ตัวสุดท้ายก็คือกล้องอัลตราไวด์ Leica 14 มม. ที่ให้มุมมองที่กว้างไกลสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม และภาพหมู่

เสียวหมี่ 15 อัลตรา ทำลายทุกขีดจำกัดของการถ่ายวิดีโอ ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินไปกับการถ่ายวิดีโอแบบสโลว์โมชั่นในระดับภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยกล้องหลัก และกล้องเทเลโฟโต้ปริทรรศน์ (periscope telephoto cameras) ที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 120fps ได้
กล้องหลักมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) ซึ่งจะช่วยลดการสั่นไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้วิดีโอนั้นคงคุณภาพระดับมืออาชีพ นอกเหนือจากความสามารถด้านวิดีโออันน่าประทับใจแล้ว
เสียวหมี่ 15 อัลตรา ยังรองรับการบันทึกวิดีโอด้วย Dolby Vision® ที่ 4K 60fps และการบันทึกวิดีโอแบบ 10-bit Log ในทุกความยาวโฟกัสอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะพันธมิตรผลิตภัณฑ์ของ ACES เป็นรายแรกของแอนดรอยด์
ตัวอุปกรณ์ได้ยกระดับการถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการรับประกันความแม่นยำของสีในระดับอุตสาหกรรม และฟุตเทจคุณภาพระดับภาพยนตร์ พร้อมไมโครโฟนอีก 4 ตัว ที่ช่วยบันทึกเสียงได้อย่างเต็มอิ่มด้วยโหมดการบันทึกแบบรอบทิศทาง
ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง และตามวิถีการเคลื่อนที่อีกด้วย คุณสมบัติเหล่านี้จึงช่วยให้ผู้ใช้งานมีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการตัดต่อ และการปรับสีคุณภาพสูง เพื่อให้คุณสามารถรังสรรค์วิดีโอได้สนุกยิ่งกว่าเดิม

เสียวหมี่ 15 อัลตรา เปิดตัวมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์กล้อง เสียวหมี่ 15 อัลตรา “Photography Kit Legend Edition” สุดคลาสสิกที่มอบความพิเศษให้กับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของกล้องสุดคลาสสิก
โดยประกอบไปด้วยวงแหวนที่ตกแต่งด้วยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ UI ที่ออกแบบเองภายใต้โหมด Fastshot ปุ่มชัตเตอร์และที่รองรับนิ้วหัวแม่มือแบบถอดได้ วงแหวนอะแดปเตอร์ฟิลเตอร์ขนาด 67 มม. แบบมัลติฟังก์ชัน และแบตเตอรี่ในตัวขนาด 2000mAh เพื่อการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
เสียวหมี่ 15 : ความเป็นเลิศรอบด้านระดับเรือธงในขนาดกะทัดรัด

โดย เสียวหมี่ 15 ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายที่พกพาได้ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Black, White, Green และสีพิเศษ Liquid Silver ที่โดดเด่นด้วยเส้นโค้งระยิบระยับอันน่าดึงดูดที่ทำมาจากกระจกที่ถูกดัดด้วยความร้อน
ด้านการดีไซน์ เสียวหมี่ 15 มีดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง และทนทาน และเสริมด้วยกรอบอะลูมิเนียมทรงโค้งมนที่เพิ่มความแข็งแกร่งได้มากขึ้นถึง 33% รวมทั้งอัตราส่วนของหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 94% และมีขอบจอที่บางเฉียบเพียง 1.38 มม. โดยการใช้เทคโนโลยี LIPO ใหม่ล่าสุด จึงช่วยให้ตัวเครื่อง และกรอบมีความบางเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ เสียวหมี่ 15 ยังมีระบบกล้อง 3 ตัว ที่ใช้งานได้หลากหลาย และมอบคุณภาพของภาพได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีระยะโฟกัสที่ขยายได้ตั้งแต่ 14 มม. ถึง 120 มม. ทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนและใช้งานได้หลากหลายในทุกช็อต กล้องหลักใช้เลนส์ออปติคอล Leica Summilux
ซึ่งประกอบไปด้วยเลนส์แอสเฟอริคัล 7P ที่มีการส่งผ่านแสงสูง (7P aspherical high-transmittance) พร้อมการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน และรูรับแสงขนาดใหญ่ ƒ/1.62 เพื่อการจับแสงที่เหนือกว่า และความคมชัดที่ยอดเยี่ยมในสภาพแสงต่าง ๆ
ทั้งยังใช้เซ็นเซอร์ไดนามิกสูง Light Fusion 900 ที่มอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพด้วยระยะโฟกัสหลักสามระยะ ได้แก่ 23 มม., 28 มม. และ 35 มม. ทั้งนี้สำหรับการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ที่มีรายละเอียด เสียวหมี่ 15 ก็ยังมีกล้องเทเลโฟโต้ลอยตัว Leica 60 มม. เซ็นเซอร์ความละเอียด 50MP
ที่ให้สามารถถ่ายภาพที่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนจากระยะไกล และถ่ายภาพมาโครที่สวยงามได้ในระยะที่ใกล้ถึง 10 ซม.ได้ นอกจากนี้กล้องอัลตราไวด์ Leica 14 มม. ความละเอียด 50MP และรูรับแสงขนาดใหญ่ ƒ/2.2 ก็ยังจะช่วยให้ถ่ายภาพมุมกว้างสวยยิ่งกว่าเดิม

ทั้งนี้โหมด Fastshot นั้นถูกออกแบบมาเพื่อความเร็ว และความแม่นยำจึงช่วยให้คุณถ่ายภาพสตรีทได้อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วในการจับภาพที่ 0.6 วินาทีในทุกระยะโฟกัส สำหรับการถ่ายวิดีโอ เสียวหมี่ 15 ก็มาพร้อมกับ Master Videography ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายวิดีโอได้ในคุณภาพระดับสตูดิโอ
โดยกล้องหลักรองรับการบันทึกวิดีโอ 8K ที่ 30fps และวิดีโอ Dolby Vision® ที่ 4K 60fps ในทุกระยะโฟกัส รวมไปถึงไมโครโฟนที่มีมาให้ถึง 4 ตัว ที่จะช่วยบันทึกเสียงที่สมจริง และครอบคลุมเพื่อให้ได้กลิ่นไอของภาพยนตร์อย่างแท้จริง
และยังมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.36 นิ้ว (2670 x 1200) พร้อมความหนาแน่นของพิกเซล 460 ppi ให้ความสว่างสูงสุด 3200 nits ที่ครอบคลุม APL 25% (ระดับภาพเฉลี่ย) เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ชัดเจนและสีสันสดใสแม้ในสภาพแสงจ้า
ทั้งนี้ด้วยการใช้แผงหน้าจอ M9 ที่พัฒนาขึ้นโดยเสียวหมี่จึงทำให้หน้าจอสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 10% และทำให้ภาพมีสีสันที่สดใสมากยิ่งขึ้นจึงช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับเนื้อหาได้อย่างสบายตาพร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมอีกด้วย
นอกจากนี้ เสียวหมี่ 15 ยังป้องกันแสงสีฟ้าด้วยการรับรองจาก TÜV Rheinland for Low Blue Light (ฮาร์ดแวร์โซลูชัน), การปราศจากการกระพริบ (Flicker Free) การเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน (Circadian Friendly) โดยมีการหรี่แสง DC ในทุกระดับความสว่างเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานจะสามารถรับชมได้อย่างสบายตาแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน
สัมผัสกับพลังอันเต็มเปี่ยมของฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด
เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์ ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนด้วยการผสานโปรเซสเซอร์อันล้ำสมัยเข้ากับเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูงและการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่อันก้าวหน้า
ซึ่ง เสียวหมี่ 15 และ เสียวหมี่ 15 อัลตรา ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Snapdragon® 8 Elite ที่มอบประสิทธิภาพ CPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 45% และลดการใช้พลังงานลง 52% พร้อมด้วยประสิทธิภาพ GPU ที่เพิ่มขึ้นถึง 44% และลดการใช้พลังงานลง 46% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

นอกจากนี้ เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์ มีระบบระบายความร้อน IceLoop ซึ่งช่วยให้ตัวอุปกรณ์สามารถทำงานที่ท้าทายได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็น การบันทึกวิดีโอ ระบบการประมวลภาพเทคโนโลยี Computational Photography การประมวลผล AI แบบเรียลไทม์ และการเล่นเกมที่เข้มข้น
ด้วยระบบระบายความร้อนที่ใช้โครงสร้างแบบปีกที่ล้ำสมัยทำให้สัมผัสกับเฟรมได้ดียิ่งขึ้นจึงช่วยให้สามารถลดอุณหภูมิในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของแบตเตอรี่ และการชาร์จ ทั้ง เสียวหมี่ 15 และ เสียวหมี่ 15 อัลตรา ใช้ระบบ Surge Battery Management
เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และยาวนาน โดย เสียวหมี่ 15 อัลตรา ใช้แบตเตอรี่ Surge 5410mAh (typ) ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงเป็นพิเศษด้วยระดับคาร์ไบด์ซิลิกอนคอนเทนต์ (SiC) ถึง 10% ที่ทำให้ได้ความจุที่มากขึ้นในขนาด และน้ำหนักเท่าเดิม
และยังรองรับไฮเปอร์ชาร์จที่ 90W และไฮเปอร์ชาร์จแบบไร้สาย 80W ในขณะที่ เสียวหมี่ 15 ใช้แบตเตอรี่ Surge 5240mAh (typ) ที่รองรับไฮเปอร์ชาร์จ 90W และไฮเปอร์ชาร์จแบบไร้สาย 50W
ตัวเครื่องยังใช้ระบบหน่วยความจำ LPDDR5X รุ่นล่าสุด โดย เสียวหมี่ 15 ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล UFS 4.0 ในขณะที่ เสียวหมี่ 15 อัลตรา ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล UFS 4.1
โดย เสียวหมี่ 15 อัลตรา มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 16GB+512GB และ 16GB+1TB และ เสียวหมี่ 15 มีให้เลือก 2 รุ่นความจุ คือ 12GB+256GB และ 12GB+512GB7
เติมสีสันให้ชีวิตของคุณด้วย “เสียวหมี่ ไฮเปอร์โอเอส 2“ ที่ได้รับการอัปเกรด

ซึ่ง เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์ ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ เสียวหมี่ ไฮเปอร์โอเอส 2 รุ่นใหม่ล่าสุด โดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ HyperCore, HyperConnect และ HyperAI นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ดียิ่งขึ้น
ในด้านฟังก์ชันการทำงาน ความลื่นไหลของระบบ การเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการเข้าถึงการโต้ตอบของ AI อันล้ำสมัย และเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอื่น ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
เสียวหมี่ ไฮเปอร์ เอไอ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ด้วยชุดเครื่องมือ AI อันทรงพลัง ซึ่งรวมไปถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น AI Writing และ AI Speech Recognition พร้อมด้วยเครื่องมืออื่น ๆ อีกหลายตัว นอกจากนี้ AI Creativity Assistant ยังจะช่วยปลดล็อกศักยภาพ
ด้านความคิดสร้างสรรค์ให้ผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ด้วยเครื่องมือการถ่ายภาพ และวิดีโอที่ทันสมัย ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ได้แก่ AI Image Enhancement, AI Image Expansion, AI Eraser Pro, AI Reflection Removal, AI Magic Sky และ AI Film ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย
จากความร่วมมือระหว่าง Google และเสียวหมี่ ณ ปัจจุบัน Google Gemini สามารถค้นหาและดำเนินการต่างๆ ได้ในแอปต่าง ๆ ของเสียวหมี่ได้ โดยช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Notes, Calendar และ Clock ได้โดยตรงใน Gemini เป็นครั้งแรก

หัวใจหลักของระบบปฏิบัติการ เสียวหมี่ ไฮเปอร์โอเอส 2 นั้นอยู่ที่เทคโนโลยี HyperCore ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองโดยรับประกันถึงความลื่นไหล และประสิทธิภาพของระบบที่ดีที่สุด รวมไปถึงการอัปเกรดแอปพลิเคชันระดับระบบ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดย HyperCore มาในรูปลักษณ์ใหม่
โดยออกแบบล็อกสกรีนพร้อมเทมเพลต และสไตล์ใหม่ที่ได้รับการอัปเดต ซึ่งแสดงถึงองค์ประกอบแบบภาพยนตร์อย่างแท้จริง ด้วยเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวแบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากระบบย่อยกราฟิกที่ได้รับการปรับปรุง การออกแบบหน้าจอหลักใหม่ทั้งหมดจึงช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น และสวยงามมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่ HyperConnect ช่วยทลายทุกอุปสรรคระหว่างอุปกรณ์ แพลตฟอร์ม และระบบนิเวศน์ รวมไปถึงแท็บเล็ตและแพลตฟอร์ม iOS/macOS อีกด้วย ฟีเจอร์ใหม่ เช่น กล้องข้ามอุปกรณ์ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงกล้องของอุปกรณ์อื่นได้
ในขณะที่ยังคงความสามารถในการประมวลผลภาพอันยอดเยี่ยมบน เสียวหมี่ 15 ซีรี่ย์ เอาไว้ได้ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถใช้กล้องแบบผสมเพื่อรวม และแสดงฟีดวิดีโอจากอุปกรณ์หลายเครื่อง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อถ่ายภาพเหตุการณ์สด การบรรยาย หรือวิดีโอการสอนได้
การวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

เสียวหมี่ 15 อัลตรา รุ่นความจุ 16GB+1TB สี Silver Chrome วางจำหน่ายในราคา 46,990 บาท ที่ เสียวหมี่ สโตร์ และช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ mi.com, Lazada, Shopee, TikTok Shop
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 4-14 มีนาคม 2568 รับฟรี Photography Kit และบริการอื่น ๆ มูลค่ารวม 32,824 บาท
เสียวหมี่ 15 อัลตรา รุ่นความจุ 16GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver Chrome, Black และ White วางจำหน่ายในราคา 42,990 บาท ที่ เสียวหมี่ สโตร์, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ mi.com, Lazada, Shopee, TikTok Shop
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 4-14 มีนาคม 2568 รับฟรี Photography Kit และบริการอื่น ๆ มูลค่ารวม 32,824 บาท
เสียวหมี่ 15 รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Green, Black, White และสีพิเศษ Liquid Silver (ซึ่งสี Liquid Silver จะจำหน่ายจำนวนจำกัดเฉพาะบน mi.com เท่านั้น) วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท ที่ เสียวหมี่ สโตร์, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ mi.com, Lazada, Shopee, TikTok Shop
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 4-14 มีนาคม 2568 รับฟรี เสียวหมี่ วอช เอส3 และบริการอื่นๆ มูลค่ารวม 27,724 บาท
เสียวหมี่ 15 รุ่นความจุ 12GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Green, Black, White วางจำหน่ายในราคา 26,990 บาท ที่ เสียวหมี่ สโตร์ และ mi.com เท่านั้น
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 4-14 มีนาคม 2568 รับฟรี สียวหมี่ วอช เอส3 และบริการอื่น ๆ มูลค่ารวม 27,724 บาท

ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
