Xiaomi โชว์รายได้ Q1/63 พุ่ง 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

0
210

เสี่ยวมี่ (Xiaomi) โชว์รายรับไตรมาส 1 ปี 2563 ทะยานขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เติบโตกลับสู่ระดับเดิมก่อนแม้เผชิญวิกฤตโรคระบาด…

highlight

  • รายรับเสียวหมี่ ไตรมาส 1 ปี 2563 ทะยานขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเติบโตทั้งรายได้ และกำไรสูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรค ยอดขายผลิตภัณฑ์หลักฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และกลับสู่ระดับเดิมก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาดทั่วโลก

Xiaomi โชว์รายรับ Q1/63 พุ่ง 13.6% แม้เกิดวิกฤตโรคระบาด

เสียวหมี่ คอร์ปอเรชันบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตที่ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสมาร์ทโฟน และสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เปิดเผยผลการดำเนินงานไม่สอบทานจากไตรมาส สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563

พร้อมเดินหน้าสานต่อตำนาน กับ 3 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Redmi Note 9 Pro และ Redmi Note 9 ร่วมด้วย Mi Note 10 Lite ลุยทำตลาดไทยในไตรมาส 2 ปีนี้ โดยจากการเปิดเผยของจากข้อมูลจาก Canalys ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาด

ระบุว่า ภายในไตรมาสแรกของปี 2563 เสียวหมี่ ประสบความสำเร็จในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกเซ็กเมนต์ โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 49.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เมื่อเทียบปีต่อปี และมีกำไรสุทธิหลังการปรับปรุง 2.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โดย เสียวหมี่ สามารถมีการเติบโตของยอดการจัดส่งเมื่อเทียบปีต่อปีสูงสุดในบรรดาบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำในอันดับ 5 ของโลก และมีอัตราการเข้าถึง 5G ของสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในประเทศจีนอยู่ที่ระดับ 25.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟน 5G และการใช้กลยุทธ์ Dual-Engine สมาร์ทโฟน + AIoT ที่มีประสิทธิภาพ

Xiaomi

ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ไตรมาสที่ 1 ปี 2563

  • รายรับรวมอยู่ที่ประมาณ 49.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่
  • กำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 7.56 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 44.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
  • กำไรสุทธิที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตาม IFRS อยู่ที่ 2.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่
  • ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ 1.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

เหลย จวิน ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และซีอีโอของ เสียวหมี่ กล่าวว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมจะกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างรุนแรง แต่กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ยังคงมีการเติบโตในทุกเซ็กเมนต์ท่ามกลางภาวะตลาดที่ตกต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่น การปรับตัว และขีดความสามารถในการแข่งขันของรูปแบบธุรกิจของเสียวหมี่

ในไตรมาสแรกของปี 2563 เรายังถูกจัดให้อยู่ใน Forbes’ Global 2000 อีกครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการเป็นที่ยอมรับของเสียวหมี่ในตลาดทุนต่างประเทศ เราเชื่อว่าวิกฤตถือเป็นบททดสอบที่ดีที่สุดถึงมูลค่าของบริษัท รูปแบบธุรกิจ และศักยภาพในการเติบโต

เมื่อผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดเริ่มบรรเทาลง เราจะยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 5G + AIoT และเพิ่มความแข็งแกร่งในขนาดของการลงทุนของเรายิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนในโลกมีความสุขกับชีวิตที่ดีขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม

Xiaomi

กลยุทธ์ “DualBrand” ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 รายรับของเสียวหมี่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 30.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มียอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนถึง 29.2 ล้านเครื่อง ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากข้อมูลของ Canalys ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 เสียวหมี่ ได้อันดับที่ 4 จากทั่วโลกในด้านยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟน และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 11.1% ซึ่งทำให้เสียวหมี่เป็นเพียงหนึ่งในสองบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำระดับท็อป 5 ของโลกที่สามารถรักษาอัตราการเติบโตของยอดการจัดส่ง (YoY)

สำหรับในปีนี้ เสียวหมี่ จะยังคงใช้กลยุทธ์ Dual Brand ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสแรกของปี 2563 โดย Mi 10 และ Mi 10 Pro มียอดการจัดส่งเกิน 1 ล้านเครื่อง ในเวลาเพียง 2 เดือน หลังจากการเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แบรนด์ Redmi ยังคงออกผลิตภัณฑ์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในราคาต่าง ๆ

ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวรุ่นแฟล็กชิพ K series Redmi K30 Pro และ Redmi K30 Pro Zoom Edition และหลังจากความสำเร็จของ Redmi Note 8 ซีรีย์ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 (จากข้อมูลของ Canalys)

ด้วยแรงหนุนจากสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมี่ยม ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่จึงเพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในไตรมาสแรกของปี 2563 และราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนในจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 18.7% และ 13.7% ตามลำดับ

Xiaomi

ธุรกิจ IoT (ไม่รวมสมาร์ทโฟน และแล็ปท็อป) มีรายรับเพิ่มขึ้น 7.8%

ในไตรมาสแรกของปี 2563 รายรับของเสียวหมี่ในกลุ่ม IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อยู่ที่ 13.0 พันล้านหยวน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ IoT ที่หลากหลายของเสียวหมี่ผนวกกับรากฐานธุรกิจที่มั่นคง ทำให้กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ประสบความสำเร็จในการมีรายรับเพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีวิกฤตโรคระบาด

ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์ม IoT สำหรับผู้บริโภคชั้นนำของโลก จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม IoT ของ เสียวหมี่ เพิ่มขึ้นเป็น 252 ล้านหน่วย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยเพิ่มขึ้น 42.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ 5 เครื่องขึ้นไปที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม IoT ของ บริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ยังมีจำนวนถึง 4.6 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 67.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในเดือนมีนาคม 2563 ผู้ช่วย AI 小愛同學 มีผู้ใช้งานถึง 70.5 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 54.9%

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแอปพลิเคชัน Mi Home มีผู้ใช้งานถึง 40 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 53.3 % (YoY) โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 แม้ว่ายอดขายโทรทัศน์ทั่วโลกจะลดลงจากวิกฤตโรคระบาด แต่การยอดการจัดส่งสมาร์ททีวีทั่วโลกของเสียวหมี่ยังคงเพิ่มขึ้น 3% (YoY) เป็น 2.7 ล้านเครื่อง

โดยยังคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสมาร์ททีวีทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดต่างประเทศ บริษัท วิจัย All View Cloud (“AVC”) ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2563 ยอดการจัดส่งโทรทัศน์ของเสียวหมี่ในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ในอันดับที่ 1 ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 อีกทั้งยังติดอยู่ในหนึ่งในห้าอันดับแรกในยอดการจัดส่งโทรทัศน์ทั่วโลกอีกด้วย

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เสียวหมี่เปิดตัว AX3600 ซึ่งเป็นเราเตอร์ AIoT ที่รองรับ WiFi 6 ทำให้เสียวหมี่เป็นแบรนด์แรกในประเทศจีนที่รองรับเทคโนโลยี WiFi 6 จากอุปกรณ์ปลายทางไปยังเราเตอร์ โดยยอดขายเราเตอร์ของเสียวหมี่เพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาสแรกของปี 2563 (YoY)

และจากข้อมูลของ AVC เสียวหมี่ได้อันดับ 2 ในประเทศจีนในด้านยอดการจัดส่งเราเตอร์ออนไลน์ นอกจากนี้ยอดขายของหูฟังไร้สาย Mi True, Mi Band, Mi Electric Scooter และ Mi Robot Vacuum ยังเพิ่มขึ้นถึง 619.6%, 56.0%, 40.7% และ 40.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

จากข้อมูลของ Canalys เสียวหมี่เป็นอันดับที่ 1 ในด้านยอดของการจัดส่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์สวมใส่ข้อมือ และอันดับที่ 3 ในด้านยอดการจัดส่ง True Wireless Stereo (“TWS”) ทั่วโลกในปี 2562 และจากข้อมูลของ iResearch เสียวหมี่เป็นอันดับที่ 1 ในด้านยอดของการจัดส่งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2562 อีกด้วย

Xiaomi

รายรับรวมครึ่งหนึ่งมาจากตลาดต่างประเทศ

รายรับจากต่างประเทศของเสียวหมี่เพิ่มขึ้น 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 24.8 พันล้านหยวน ในไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งคิดเป็น 50.0% ของรายรับทั้งหมด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รายรับจากต่างประเทศคิดเป็นครึ่งหนึ่งของรายรับทั้งหมด

ในไตรมาสแรกของปี 2563 สมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 31.2% ของยอดการจัดส่งในอินเดียและเป็นอันดับที่ 1 ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 11 จากข้อมูลของ IDC โดยเสียวหมี่ได้ยกระดับความเป็นผู้นำในตลาดอินเดีย และมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดประเทศใกล้เคียง

จากข้อมูลของ Canalys เสียวหมี่เป็นอันดับที่ 1 ในยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนในประเทศเนปาลในไตรมาสแรกของปี 2563 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 30.9% ซึ่งเทียบเท่ากับส่วนแบ่งการตลาดของ บริษัท สมาร์ทโฟนอันดับ 2 และอันดับ 3 รวมกัน

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังมีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ จากข้อมูลของ Canalys ในไตรมาสแรกของปี 2563 เสียวหมี่มียอดขายสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 58.3% เมื่อเทียบปีต่อปี ในตลาดยุโรป โดยคิดเป็นสัดส่วน 14.3% ของส่วนแบ่งตลาดและติดอยู่ในท็อป 4

นอกจากนั้นเสียวหมี่ยังติดอยู่ในท็อป 4 ในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี จากข้อมูลของ Canalys ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 79.3% เมื่อเทียบปีต่อปี ในประเทศสเปน เสียวหมี่กลายเป็นบริษัทสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ด้วยยอดการจัดส่งที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 28.0%

ในละตินอเมริกา เสียวหมี่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับที่ 5 จากยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น 236.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ตลาดโดยรวมกำลังถดถอย นอกจากนี้ยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนในตะวันออกกลางและแอฟริกาของเสียวหมี่ยังเพิ่มขึ้น 55.2% และ 284.9% ตามลำดับ

Xiaomi

บริการอินเทอร์เน็ตโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่รายรับจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตของเสียวหมี่อยู่ที่ 5.9 พันล้านหยวน ในไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 38.6% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) กิจกรรมของผู้ใช้และเวลาที่ใช้บนอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2563 

โดยในเดือนมีนาคม 2563 จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ MIUI เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 330.7 ล้านคน ในขณะที่จำนวนผู้ใช้รายเดือนของ MIUI ในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 111.5 ล้านคน ด้วยการใช้วิธีการสร้างรายได้ที่หลากหลาย รวมถึงการแสวงหา การติดตั้งล่วงหน้า ฟีดข่าว

รวมไปถึงการขยายฐานผู้โฆษณาในหลากหลายอุตสาหกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึม ทำให้ รายรับจากโฆษณาจึงเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ เนื่องจากตลาดเกมออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในจีนแผ่นดินใหญ่

และรายรับเฉลี่ยเกมออนไลน์ต่อผู้ใช้ที่สูงขึ้นจากผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม รายรับจากเกมออนไลน์จึงเพิ่มขึ้น 80.5% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 1.5 พันล้านหยวนในไตรมาสแรกปี 2563 รายรับจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากโฆษณาและเกมจากสมาร์ทโฟนในจีนแผ่นดินใหญ่

ซึ่งรวมถึงรายรับจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Youpin ธุรกิจฟินเทค บริการอินเทอร์เน็ตทีวีและบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 71.5% เมื่อเทียบปีต่อปี ในไตรมาสแรกของปี 2563 บริการสตรีมวิดีโอ และบริการสมัครสมาชิกอื่น ๆ ที่มีให้บริการบนโทรทัศน์ของเสียวหมี่

กลายเป็นตัวเลือกด้านความบันเทิงที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคจำนวนมากในช่วงวิกฤตโรคระบาด เมื่อผู้ใช้งานเริ่มคุ้นเคยกับบริการชำระค่าสมัครบนแพลตฟอร์มของเสียวหมี่ รายรับจากการสมัครสมาชิกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในเดือนมีนาคมปี 2563 จำนวนผู้ใช้งานรายเดือนของสมาร์ททีวี และ Mi Box มีจำนวนถึง 30.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 46.8% เมื่อเทียบปีต่อปี โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีจำนวนผู้ที่ชำระเงินเพิ่มขึ้น 53.7% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 4.3 ล้านคน

Xiaomi

ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

เสียวหมี่ได้ดำเนินงานอย่างสุดความสามารถในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนา เสียวหมี่นับเป็นหนึ่งในบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งแรกๆ ที่ต่อสู้กับวิกฤตโรคระบาดในมณฑลหูเป่ย โดยได้บริจาคและส่งมอบเวชภัณฑ์ที่สำคัญให้กับโรงพยาบาลกว่า 30 แห่งในมณฑล

นอกเหนือจากการต่อสู้กับโรคระบาดในประเทศจีนแล้ว เสียวหมี่ยังต่อสู้อย่างเต็มกำลังเพื่อให้ความช่วยเหลือและบริจาคเวชภัณฑ์จำนวนมาก รวมทั้งหน้ากากอนามัย ชุดป้องกัน และเครื่องช่วยหายใจ ไปยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และในจีนแ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดเริ่มบรรเทาลง การขายผลิตภัณฑ์หลักของ เสียวหมี่

จึงฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ร่วมมือกับพันธมิตรในซัพพลายเชนในการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อช่วยเพิ่มกำลังการผลิต การผลิตในจีนแผ่นดินใหญ่โดยส่วนใหญ่กลับมาดำเนินต่อไป และความต้องการสมาร์ทโฟนฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่เดือนเมษายนยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ค่อย ๆ กลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาด และยอดการจัดส่งสมาร์ททีวีก็ฟื้นตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน ในตลาดต่างประเทศ การเข้าถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลกของเสียวหมี่ ทำให้กลุ่มบริษัทเสียวหมี่สามารถวางกลยุทธ์และปรับใช้ทรัพยากรในตลาดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ในการรับมือกับวิกฤตโรคระบาด ในขณะที่มาตรการล็อคดาวน์ในตลาดต่าง ๆ ค่อย ๆ ผ่อนปรนลง ยอดขายก็เริ่มฟื้นตัว โดยในสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคม จำนวนการเปิดใช้งานสมาร์ทโฟนในตลาดยุโรปได้กลับสู่ระดับ 90ของระดับเฉลี่ยรายสัปดาห์ของเดือนมกราคม 2563

Xiaomi

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.