กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (DES) เผยแม่บทแห่งชาติ มุ่งดันไทยสู่ดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน พร้อมร่วมมือเอกชนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล…
DES ประกาศพร้อมร่วมมือเอกชน พาประเทศไทยสู่ “ดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน“
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม เน้นย้ำความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ภายในงาน MWC Shanghai 2021 (Mobile World Congress Shanghai 2021)
ซึ่งเป็นงานสัมมนา และจัดแสดงนวัตกรรมในระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มุ่งผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน โดยใช้การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ร่วมกับการสร้างร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงพาร์ทเนอร์ในด้านต่าง ๆ
เพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้าน 5G และนวัตกรรมโครงข่ายอินเทอร์เน็ต นำไปสู่แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

ขณะที่โลกของเรากำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวหลังเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19 ทั้งโลกจึงเริ่มตระหนักถึงประเด็นของการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันทุกฝ่าย พร้อมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายของการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (net-zero)
และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในทุกภาคส่วน หัวเว่ยจึงเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาขึ้นในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ภายใต้หัวข้อ “การเชื่อมต่อเพื่อการเติบโตร่วมกัน” (Connected for Shared Prosperity) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพัฒนาการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในระหว่าง Mobile World Congress Shanghai 2021 โดยร่วมกับองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA), คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตัน และ The Paper

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน MWC Shanghai 2021 และในฐานะที่ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด คณะผู้จัดงานฯ จึงได้รับเกียรติจาก วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติของไทย
เป็นผู้แทนของประเทศไทยขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “แผนแม่บทแห่งชาติเพื่อผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน : การสร้างศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งอาเซียน (National Policy Driving Digital Technology and Sustainable Development: Building Digital Hub of ASEAN)“
ร่วมกับตัวแทนจากองค์กรภาครัฐหลากหลายประเทศ พร้อมเผยแพร่นโยบายในการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งอาเซียน ตามวิสัยทัศน์ของการเร่งเติบโตด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพทางสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้น
“เราได้พัฒนานโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว โดยแผนระดับชาตินี้จะทำหน้าที่เป็นแม่แบบซึ่งจะปฏิรูปกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ แนวทางปฏิบัติในภาคธุรกิจเอกชน รวมไปถึงวิถีชีวิตของคนไทย
ทั้งยังครอบคลุมไปถึงการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างโครงข่ายอินเทอร์เน็ต การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลด้วยโครงการดิจิทัลเอสเอ็มอี เกษตรกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมดิจิทัล และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ที่ผ่านมาได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันนวัตกรรมด้านดิจิทัลเพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
ให้แก่เอสเอ็มอี บริษัทสตาร์ทอัพ หรือสถาบันการศึกษา เพื่อปูทางประเทศไทยไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0“ และการเป็นดิจิทัลฮับแห่งอาเซียนอย่างเต็มตัว ยกตัวอย่างเช่นในปีที่ผ่านมา ก็ได้เกิดความร่วมมือกับหัวเว่ย ในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม 5G EIC (Ecosystem Innovation Center) ในกรุงเทพฯ ขึ้น
เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมนวัตกรรมด้านดิจิทัลสำหรับแอปพลิเคชัน และบริการด้าน 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ และนวัตกรรมเหล่านี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งเป้าหมายนี้จะเป็นไปได้ จะต้องเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชน
ทั้งจากในประเทศและระหว่างประเทศ จึงจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ และใช้เทคโนโลยีสร้างอนาคตที่ดีกว่าขึ้นมาได้” วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา กล่าว

ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน นางวรรณพรให้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคสังคม โดยเราเห็นกรณีศึกษาของผลกระทบเหล่านี้อย่างชัดเจนในช่วงเหตุการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจดิจิทัลสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจเติบโตต่อไปได้ ช่วยยกระดับคุณภาพทางสังคมให้ดีขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้
นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับสูงสุดจาก 176 ประเทศทั่วโลกจากดัชนี สปีดเทสต์ โกลบอล อินเดกซ์ (Speedtest Global Index) ของปี 2020 ที่ผ่านมา และยังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่เปิดให้บริการบนเทคโนโลยี 5G ในเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ ภาครัฐของไทยยังได้ริเริ่มโครงการที่มีส่วนผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไปแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ซึ่งช่วยปรับกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยมีต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง, โครงการเน็ตประชารัฐที่วางจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี
ในประเทศกว่า 24,700 จุด คิดเป็นความยาวสายใยแก้วนำแสงกว่า 80,000 กิโลเมตร, และโครงการศูนย์ Digital Community Center ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัล ที่มีจำนวนศูนย์การเรียนรู้มากถึง 2,277 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด และมีจำนวนบุคลากรอาสามากกว่า 2,300 คน เป็นต้น
![]()
พร้อมกันนี้ ภายในงานสัมมนาในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ “การเชื่อมต่อเพื่อการเติบโตร่วมกัน“ (Connected for Shared Prosperity) ซึ่งจัดขึ้นโดยหัวเว่ย นี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณแคทเธอรีน เฉิน รองประธานอาวุโส และกรรมการบริหารฝ่ายองค์กรของหัวเว่ย เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน
รวมถึงได้รับเกียรติจากผู้แทนด้านนวัตกรรมระดับชาติจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อหาทางรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อนและยกระดับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันในงาน Mobile World Congress Shanghai 2021
โดยงานดังกล่าวได้มีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เข้าร่วม และยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น และ The Paper นอกจากนี้ หัวเว่ยยังต้องการผลักดันโมเดลการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นประเทศไทย สำหรับใช้เป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























