แกะนวัตกรรมที่ทำให้ Huawei FreeBuds Pro 3 ทำไมถึงเป็นหูฟังเรือธงที่มีคุณภาพเสียงดี และคุยสายสนทนาได้อย่างชัดเจน และคุ้มค่าที่สุด…
แกะนวัตกรรมหูฟังเรือธง Huawei FreeBuds Pro 3 ที่คุ้มเกินราคา
มาร่วมแกะกล่องทำความเข้าใจกันว่าทำไม Huawei FreeBuds Pro 3 (หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3) ถึงเป็นหูฟังเรือธงซึ่งมีสุดยอดนวัตกรรมด้านเสียงที่ไม่ควรพลาดในการเป็นเจ้าของ โยเฉพาะสำหรับเหล่านักฟังที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตด์ในการใช้ชีวิต
ไดรเวอร์คู่ขนาดใหญ่ 11 มม.

หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 มาพร้อมกับไดรเวอร์ Dual–Hearing แบบ Ultra–Hearing ซึ่งประกอบด้วยยูนิตคอยล์ไดนามิกแม่เหล็ก 4 อัน เพื่อแรงขับเคลื่อนเสียง และยูนิตเสียงแหลมไมโครระนาบสำหรับการควบคุมความถี่ต่ำลงไปที่ 14Hz ในขณะที่ความถี่สูงถึง 48kHz มอบประสบการณ์การฟังที่เต็มอิ่มด้วยเสียงเบสและรายละเอียด
นอกจากนี้ภายในไดรเวอร์ยังรวมอาร์เรย์แม่เหล็ก Halbach เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับส่งข้อมูลชั่วคราวที่สูงเป็นพิเศษ ให้เสียงแหลมใสคมชัดทุกคลื่นความถี่, เสียงร้อง และดนตรีอย่างชัดเจน มีจุดเด่นการหูฟังอื่นๆที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะระหว่างเครื่องดนตรีต่าง ๆ ในเพลงได้

หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 ยังรองรับตัวแปลงสัญญาณความละเอียดสูง L2HC 2.0 และ LDAC™ ด้วยอัตราการส่งข้อมูลเสียงสูงสุด 990kbds/96kHz/24bit ช่วยลดความล่าช้า และการเสื่อมสภาพในการส่งสัญญาณเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถรักษารายละเอียดโดยรวมของเพลงไว้อย่างดี
และนำเสนอด้วยเสียงที่มีความเที่ยงตรงสูง หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 รองรับการส่งสัญญาณเสียงความละเอียดสูง ได้รับการรับรอง HWA และ Hi–Res Audio Wireless Certification ด้วยความก้าวหน้าในอุปกรณ์ อัลกอริธึม และการส่งสัญญาณเสียง ทำให้ หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 มีเสียงเบสที่หนักแน่น และรายละเอียดที่ครบถ้วน
แนะนำการเปิดใช้งาน : หลังจากเชื่อมต่อชุดหูฟังเข้ากับโทรศัพท์ของคุณแล้ว ให้สวมหูฟังขณะเปิดแอป HUAWEI AI Life บนโทรศัพท์ของคุณ ทั้งในระบบ Android และ App Store เข้าสู่โมดูลคุณภาพเสียง และเลือก “Smart HD” ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตัวแปลงสัญญาณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ในแท็บ “Current Bluetooth Audio Codec“
เทคโยโลยี Pure Voice 2.0 เพื่อการโทรที่คมชัดแม้ ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 มาพร้อมเทคโนโลยี VPU (Voice Pickup) ความไวสูงใหม่ที่จะจับเสี
นอกจากนี้ VPU ใหม่ยังอยู่ในตำแหน่งใกล้กับช่

อีกทั้งใช้อัลกอริธึมการตัดเสียงรบกวน Deep Neural Network (DNN) หลายช่องสัญญาณที่เป็นเอกสิทธิ์ของหัวเว่ย สำหรับการโทร อัลกอริธึม DNN แบบหลายช่องสัญญาณในการแบ่งส่วนย่านความถี่เมื่อรวมกับเทคโนโลยีไดนามิกฟิวชั่น AI จะช่วยให้การตัดเสียงรบกวนที่แม่นยำยิ่งขึ้นในย่านความถี่ต่าง ๆ
ซึ่งจะรักษารายละเอียดเสียงได้มากขึ้นและปรับปรุงการต้านทานเสียงรบกวนได้ 5dB ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น รถไฟความเร็วสูง, รถไฟใต้ดิน และสนามบิน เพิ่อประสบการณ์เสียงที่ชัดเจน
หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 ยังมีการอัพเกรดอัลกอริธึมการตัดเสียงรบกวนจากลมอย่างครอบคลุม หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 มอบประสบการณ์การต้านทานเสียงลม โดยปรับปรุงความสามารถในการต้านทานเสียงลมได้ถึง 80% แม้ในลมแรงที่ความเร็วสูงสุด 9 เมตร/วินาที ผู้ใช้ก็สามารถเพลิดเพลินกับการโทรได้อย่างต่อเนื่อง
อัลกอริทึมการตัดเสี ยงรบกวนแบบปรับได้ของ AI รวมกับระบบตัดเสี ยงรบกวนแบบไฮบริดแบบ 3 ไมค์

หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 เจเนอเรชันใหม่ยกระดับสิ่งนี้ขึ้นไปอีกระดับด้วย Intelligent ANC 3.0 ที่อัปเกรดแล้ว คุณสมบัตินี้นำเสนอการตัดเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์ โดยใช้การคำนวณที่แม่นยำแบบเต็มเวลา และความถี่เต็ม ช่วยให้หูฟังสามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางเสียงที่แตกต่างกัน เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างบนเครื่องบินหรือในช่วงเวลาที่รถไฟใต้ดินมีเสียงดัง ความสามารถของ ANC ได้รับการปรับปรุงขึ้น 50% ซึ่งครอบคลุมสภาพแวดล้อมในโลกแห่งความเป็นจริงส่วนใหญ่
และยังสามารถเลือกปรับโหมดการตัดเสียงรบกวนได้ 3 โหมด ได้แก่ Ultra, General และ Cozy ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์การใช้งานแต่ละแบบ เช่น บนรถไฟฟ้า, ห้างสรรพสินค้า, ผับบาร์, คอนเสิร์ต, ร้านกาแฟ หรือห้องสมุด รวมทั้งยังมีโหมดที่สามารถตัดเสียงรบกวนที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมเมื่ออยู่บนเครื่องบินโดยเฉพาะ เช่น เสียงเครื่องยนต์เครื่องบิน
ราคา และโปรโมชัน

หัวเว่ย ฟรีบัด โปร 3 วางจำหน่ายในราคา 6,990 บาท พร้อม รับฟรี!! กระเป๋าหูฟัง มูลค่า 599 บาท เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2566 ถึง 7 มกราคม 2567 ที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























