Accenture เผยธุรกิจธนาคารมีโอกาสเพิ่มรายได้อีกปีละ 4% จากการใช้โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

Accenture

เอคเซนเชอร์ (Accenture) เผยธุรกิจธนาคารมีโอกาสเพิ่มรายได้อีกปีละ 4% จากการใช้โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการด้านดิจิทัลเพียงอย่างเดียว…

Accenture เผยธุรกิจธนาคารมีโอกาสเพิ่มรายได้อีกปีละ 4% จากการใช้โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

รายงานฉบับใหม่ของเอคเซนเชอร์ วิเคราะห์เจาะลึกด้านการปรับโมเดลธุรกิจ และใช้กลยุทธ์แนวทางใหม่ที่ต่างจากเดิม เพื่อรับมือกับคู่แข่งใหม่ ๆ ที่เข้าตลาดมาเพื่อให้บริการการเงินและการธนาคารด้านดิจิทัลเพียงอย่างเดียว การปรับตัวจะช่วยให้ธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมสามารถเพิ่มรายได้ต่อปีได้อีกประมาณ 4% ดันรายได้ให้เพิ่มขึ้นเกินครึ่งล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025

รายงานเรื่อง The Future of Banking: It’s time for a change of perspective มองอนาคตของธุรกิจการธนาคารด้วยการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจของธนาคารชั้นนำร่วม 100 แห่งที่ดำเนินธุรกิจในแบบเดิม และผู้ให้บริการแบบดิจิทัลอย่างเดียวกว่า 200 แห่งใน 11 ประเทศ

ในทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา โดยศึกษาบทบาทของกิจการเหล่านี้ในวงจรห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถแบ่งประเภทโมเดลธุรกิจออกมาได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ขยายตัวในแนวดิ่ง (vertically integrated) : โมเดลธุรกิจเชิงเส้นแบบดั้งเดิม เช่น ธุรกิจที่ขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของตนเอง นำผลิตภัณฑ์ของคนอื่นไปจัดจำหน่าย หรือกิจการที่ให้บริการแก่บริษัทอื่นในด้านเทคโนโลยีหรือกระบวนการทางธุรกิจ เป็นต้น
  • ขยายตัวนอกระบบเชิงเส้น (non-linear) : โมเดลธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น “การจัดรวมสินค้า และบริการเป็นแพคเกจ” (packager) โดยประกอบคุณค่าใหม่ เพิ่มมูลค่าเข้าไปมากกว่าการจัดจำหน่าย และเป็นกิจการที่ผนวกคุณค่าเข้าไปให้ครอบคลุมถึงบริการจากภายนอกด้วย เช่น บริการ “ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง” โดยรวมไว้ที่จุดขายของผู้ขายเลย

รายงานฉบับนี้ได้ศึกษาวิเคราะห์ธนาคารชั้นนำหลายแห่งซึ่งมีโมเดลธุรกิจในลักษณะการขยายตัวแนวดิ่ง พบว่ากิจการที่ไม่นำผลิตภัณฑ์เดิมมารวมไว้ แต่ได้ผสานความร่วมมือกับกิจการอื่นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และนำเสนอได้ตรงใจลูกค้ารายบุคคล จะสามารถเติบโตเกินขีดจำกัด และมีมูลค่าสูงกว่าที่ตลาดประเมิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใช้โมเดลธุรกิจแบบขยายตัวนอกระบบเชิงเส้น ซ้อนไปบนโมเดลธุรกิจเดิมที่ขยายตัวในแนวดิ่ง จะยิ่งผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้ขยายตัวได้อีก 3.8% ต่อปี ส่งผลให้รายรับรวมเพิ่มขึ้นได้อีก 5.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2025

Accenture
วิชยา แซ่จาว กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจงานบริการทางด้านการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย

วิชยา แซ่จาว กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจงานบริการทางด้านการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า หากมองภาพรวมทั่วไป อุตสาหกรรมการธนาคารอาจจะดูแข็งแกร่ง เพราะว่าธนาคารมีขนาดใหญ่ มีรายรับและผลกำไรที่ดีมาก แต่เมื่อมองดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าได้รับผลกระทบทั้งจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ

ค่าธรรมเนียมหดตัวจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกันในตลาด สัดส่วนของธุรกิจธนาคารเมื่อเทียบต่อจีดีพี จึงค่อยๆ ลดลง ทั้งนี้ ในหลายตลาด รายได้จากธุรกิจการธนาคาร และการชำระเงิน กำลังไหลออกจากลุ่มผู้ประกอบการเดิมไปสู่ผู้ประกอบการใหม่ที่เข้ามาในตลาด

ดังนั้น ถ้าจะพลิกเกมการเติบโตอีกครั้ง ธนาคารแบบดั้งเดิมจะต้องปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับวิธีการสร้าง และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าดึงดูด โดยเน้นให้ตอบโจทย์ความสนใจของลูกค้า ขณะเดียวกันก็ต้องทบทวนโมเดลการขยายธุรกิจในแนวดิ่งกันใหม่ด้วย

Accenture

รายงานระบุว่าระหว่างปี 2018 ถึง 2020 ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลอย่างเดียว สามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าธนาคารแบบดั้งเดิมมาก โดยกิจการที่ใช้โมเดลการขยายตัวนอกระบบเชิงเส้น จะมีรายได้โตขึ้นเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ถึง 76% ขณะที่กิจการด้านดิจิทัลอื่นที่เดินตามโมเดลการขยายตัวแนวดิ่งแบบเดิม

จะเติบโตเพียง 44% ส่วนธนาคารแบบดั้งเดิมที่ทำผลประกอบการดีที่สุดในตลาดที่โตเต็มที่แล้ว จะมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยน้อยกว่า 2% ต่อปี แม้จะมีฐานธุรกิจที่ใหญ่กว่ามากก็ตาม รายงานฉบับนี้ ได้ระบุถึงวิธีที่ธนาคารแบบดั้งเดิมจะสามารถนำจุดแข็งมาเสริมความแกร่งได้

ทั้งด้านงบดุล ความชำนาญในการบริหารความเสี่ยง และความคุ้นเคยกับกฎระเบียบต่าง ๆ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโมเดลธุรกิจ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และที่สำคัญ ควรพิจารณานำโมเดลเหล่านี้มาใช้กับหนึ่งรูปแบบหรือผสมผสานกัน เช่น

  • ขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของธนาคาร และกำกับทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิตไปจนถึง
    การจัดจำหน่าย โดยมีปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนคุณค่าคือ การผนึกกำลังผ่าน M&A (การควบรวมกิจการ) และได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม
  • สร้างระบบนิเวศที่มีการกระจายสินค้าเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการธนาคารของบริษัทอื่น ๆ และสร้างตลาดเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่เกี่ยวกับการธนาคาร
  • หาโอกาสการขยายตลาด โดยให้บริการด้านเทคโนโลยีหรือกระบวนการทางธุรกิจแก่บริษัทอื่น ๆ
  • สร้างสรรค์คุณค่าใหม่ โดยการสร้างหรือรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ และบริการย่อยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งธนาคารหรือธุรกิจอื่นสามารถจัดจำหน่ายได้

“การนำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลมาใช้ ไม่ใช่กลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างอีกต่อไป ดังนั้น หากต้องการสร้างการเติบโต ธนาคารแบบดั้งเดิมจำเป็นต้องก้าวไปให้ไกลกว่าให้บริการที่ดีที่สุดแบบเดิมบนระบบดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องปรับตัว และใช้หลาย ๆ โมเดลธุรกิจในเวลาเดียวกัน ต้องเปลี่ยนมุมมอง

นำโมเดลที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้มาใช้ เน้นโมเดลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมในผลิตภัณฑ์ การกระจายสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ รวมถึงเจตนารมณ์ขององค์กรและความยั่งยืน

ซึ่งธนาคารสามารถเลือกต่อยอดนวัตกรรมไปตามจังหวะปัจจุบันของตนเอง จะใช้แนวทางของการเป็นผู้ตามที่ฉับไว (fast follower) หรือจะเป็นผู้นำในการปรับโมเดลธุรกิจ แล้วแต่จะเลือก แต่ที่สำคัญคือ ธนาคารไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไป” วิชยา กล่าว

ติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้ ที่นี่ 

Accenture

กลุ่มธุรกิจการให้บริการทางด้านการเงิน และการธนาคารของเอคเซนเชอร์ มีบทบาทช่วยให้ธนาคารเพื่อการพาณิชย์และรายย่อยต่าง ๆ รวมทั้งผู้ให้บริการระบบชำระเงิน สามารถยกระดับนวัตกรรม รับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ เทคโนโลยี และกฎระเบียบต่าง ๆ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน

เพื่อกระชับทั้งความเชื่อมั่น และการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ให้ธุรกิจเติบโตได้โดยมีผลกำไรและมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจนี้ได้ที่ https://www.accenture.com/us-en/industries/banking-index

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.