เอเซอร์ (Acer) ประกาศความสำเร็จครบรอบ 50 ปี เปิดตัวยุทธศาสตร์ “The Next Breaking Barriers” มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรไทยในเวทีโลก ด้วยการนำ AI มาใช้งานจริง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จขององค์กรที่นำ Acer AI Factory มาใช้งานจริงในยุคดิจิทัล 2026…
Acer ครบรอบ 50 ปี! เปิดยุทธศาสตร์ “The Next Breaking Barriers” สู่แบรนด์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์
เอเซอร์ (Acer) ประกาศก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” สะท้อนวิสัยทัศน์การ “ทลายขีดจำกัด” สร้าง DNA สำคัญของแบรนด์ เพื่อก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เตรียมพลิกจากความแข็งแกร่งในตลาดพีซี ไปสู่บทบาทของ แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์
ที่เข้าใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์การใช้งานจริง และขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในระยะยาวผ่าน 3 แกนพอร์ตธุรกิจสำคัญ ทั้งในฝั่ง Commercial, Retail และ Home Appliance

เจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวคิด “Breaking Barriers” ของ เอเซอร์ ในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ หรือการก้าวข้ามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ แต่คือการทำให้เทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น
และกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล เอเซอร์ จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลายมิติ โดยนำ AI มาทำหน้าที่เป็น “Trusted Companion” หรือคู่คิดที่ช่วยยกระดับคุณภาพการทำงาน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
พร้อมเสริมความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจผ่านการยกระดับการผลิต และการบริหารงานในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาด และรองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับตอกย้ำความเชื่อมั่นผ่านระบบบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
“ในวาระครบรอบ 50 ปี เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้สึกผูกพัน และเชื่อมโยงด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกเจเนอเรชัน และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต” เจฟ ลี กล่าว

จากวิสัยทัศน์ สู่การลงมือทำจริง
ในปีนี้ เอเซอร์ นำแนวคิด “Breaking Barriers” มาเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารแบรนด์ เพื่อเล่าการเดินทางตลอด 5 ทศวรรษ ในฐานะแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี พร้อมต่อยอดความหมายของการ “ทลายขีดจำกัด” จากเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์ ไปสู่การสร้างความเข้าใจ และมั่นใจ
ในการใช้เทคโนโลยีให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการลดความกังวลเกี่ยวกับ AI หรือการทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เอเซอร์ จึงวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมสำคัญอย่างแคมเปญ Acer Day, การแข่งขัน Predator League Tournament และการ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ
โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโปรเจกต์ Acer x Butterbear ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ผ่านการออกแบบคอลเลกชัน Notebook, Gadget และ Accessories สำหรับคอมมูนิตี้ไทย เพื่อทำให้เอเซอร์ไม่เพียงถูกจดจำในฐานะผู้นำธุรกิจ แต่เป็นแบรนด์ที่มอบทั้งคุณค่าการใช้งาน และประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค
ภายใต้ทิศทางดังกล่าว เอเซอร์ จึงเดินหน้าขยายบทบาทของธุรกิจในแต่ละแกนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในฝั่ง Commercial ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อองค์ก รและการศึกษา ฝั่ง Retail ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภค และฝั่ง Home Appliance ที่สะท้อนการขยายตัวของแบรนด์เข้าสู่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านอย่างชัดเจน
จากเทคโนโลยี สู่แบรนด์ที่สร้างสรรค์โอกาส
ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงประสิทธิภาพอุปกรณ์ แต่มุ่งขยายบทบาทให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยลดข้อจำกัดเพื่อการเติบโตขององค์กร สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

ณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฝั่ง Commercial เอเซอร์ได้ปรับบทบาทจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไอที สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจอินไซต์ และความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่ม
โดยครอบคลุมตั้งแต่การเป็น Education Partner ที่ร่วมพัฒนาโซลูชันเพื่อยกระดับการเรียนรู้ เป็น Enterprise Partner ที่ช่วยองค์กรออกแบบ และวางระบบเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ไปจนถึงการเป็น Business Partner สำหรับผู้ประกอบการ SME
เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคใหม่ ทุกโซลูชันถูกพัฒนาเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นพลังสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และทรัพยากร

ในขณะเดียวกัน เอเซอร์ ยังนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ Commercial ผ่านแนวทางสำคัญ เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กรและขยายโอกาสทางดิจิทัล ได้แก่
Breaking the Performance Barrier : เอเซอร์ ยกระดับศักยภาพการประมวลผลขององค์กรด้วย Altos BrainSphere™ GB10 F1 ภายใต้แนวคิด “A Grace Blackwell AI Supercomputer on Your Desk” นำพลังประมวลผล AI ระดับสูงมาไว้ในเครื่องขนาดกะทัดรัด ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา Local AI Model วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการงาน AI ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Breaking the Boundary of Work : เปิดตัว TravelMate และ Veriton เจเนอเรชันใหม่ รองรับการทำงานยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความสามารถด้าน AI-Powered Productivity ระบบความปลอดภัยระดับองค์กร การจัดการพลังงาน และแนวคิดด้านความยั่งยืน
Breaking the Opportunity Gap : เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลผ่าน Digital Learning Support Program สนับสนุนอุปกรณ์ Chromebook ให้กับโรงเรียนไทย พร้อมพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้และเสริมศักยภาพทั้งผู้สอน และผู้เรียนให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม
แบรนด์ที่อยู่ในชีวิตจริงของคนยุคดิจิทัล
ในฝั่ง Retail เอเซอร์ กำลังขยับจากแบรนด์ที่ผู้บริโภคเคยเลือกด้วยเหตุผลด้านเทคโนโลยี ไปสู่แบรนด์ที่สร้างความหมาย ความเชื่อมั่น และความผูกพันระยะยาว ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในชีวิตจริง

สุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ออกแบบทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของอุปกรณ์ไอที และทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของผู้ใช้งานได้จริง
พอร์ตผลิตภัณฑ์ใหม่จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่กลุ่ม Hybrid Work ในซีรีส์ Swift AI และ Aspire AI, กลุ่ม Pro Creator ที่ต้องการประสิทธิภาพขั้นสูง ไปจนถึงกลุ่ม Immersive Gaming ภายใต้ Predator และ Nitro ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เอเซอร์ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสานประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความทนทาน และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ในระยะยาว โดยนำแนวคิด “Breaking Barriers” มาขับเคลื่อนแนวทางสำคัญ ได้แก่
Breaking the AI Barrier : ทำให้ AI PC เข้าถึงได้ในหลายเซ็กเมนต์ ผ่าน Swift Series ตั้งแต่ Swift Edge 14 AI / 16 AI, Swift Air 16, Swift Go 14 AI ไปถึง Aspire 16 AI ที่ยกระดับการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน
Breaking the Performance Barrier : เสริมความแข็งแกร่งกลุ่มเกมมิ่งด้วย Predator และ Nitro เจเนอเรชันใหม่ โดย Predator Helios Neo 16S AI โดดเด่นด้านดีไซน์และการปรับแต่งประสิทธิภาพ ขณะที่ Nitro V16 AI มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่รองรับการเล่นต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น
Breaking the Ecosystem Barrier : ขยายพอร์ต Desktop, Monitor, Memory และ DIY ครอบคลุมตั้งแต่ All-in-One, Tower PC, Mini PC, Portable Display, ProDesigner Monitor, จอเกมมิ่งรีเฟรชเรตสูง ไปจนถึง SSD, RAM และอุปกรณ์เสริมเกมมิ่ง เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของแบรนด์ให้ครบวงจร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือโปรเจกต์ Predator x ADBIG ที่ เอเซอร์ ร่วมมือกับ ADBIG ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ประกอบ (Custom PC) เพื่อพัฒนา Custom DIY PC ภายใต้แบรนด์ Predator ที่คัดสรรและออกแบบสเปกของแต่ละรุ่นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้สมดุลด้านประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน
ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสูง พร้อมวางจำหน่าย เฉพาะผ่าน Acer Online Store เท่านั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคอมมูนิตี้เกมเมอร์และผู้ใช้งานสาย DIY พร้อมขยายการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

“อย่างไรก็ดีในส่วนคอมประกอบ เอเซอร์ ยังไม่ได้คาดหวังรายได้ แต่ต้องการนำเสนอรวมสามารถทำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ตลาดนี้มีความน่าสนใจ มีการเติบโตที่สูง การที่แบรนด์อื่นไม่โดเข้ามาเราคงตอบแทนไม่ได้ แต่ที่เราเข้ามาในตลาดนี้เพราะเรามีความพี้อมเพราะเราสามารถผลิตชิ้นส่วนเองได้หลายส่วน
อาทิ การที่เอเซอร์วามารถผลิตแรมของตัวเองได้ อีกทั้งเรายังมีบริการหลังการขายทีมีความพร้อมทำให้สะดวกในการบริการลูกค้า แม้ว่าตลาด memory จะสวิง ในเรื่องของสงครามกีกกันทางการค้า และสงครามจริง ๆ แต่ผู้ผลิตส่วนใหญ่มีการสล็อกสินค้าอยู่แล้ว ทำให้ในช่วงต้นปีนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบมาก
อย่างไรก็ดีในส่วนของไตรมาสที่เหลืออาจจะต้องมาดูอีกครั้งว่าสถาการณ์สงครามจะส่งผบอย่างไร ซึ่งสินค้าที่จะออกมาช่วงนั้นก็อาจจะต้แงมีการปรับเปลี่ยนราคาตามสถาการณ”
จากเทคโนโลยี สู่ทุกมิติของการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งก้าวกลยุทธ์ของเอเซอร์ในวาระครบรอบ 50 ปี คือการรุกเข้าสู่ตลาด Home Appliance ภายใต้แบรนด์ Acerpure ซึ่งสะท้อนการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น
โดย Acerpure ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเสาหลักใหม่ของการเติบโต ภายใต้แนวคิด “Live Pure” ซึ่งนำองค์ความรู้ด้าน IT, AI และ Connectivity มาสร้างสรรค์โซลูชันการอยู่อาศัยที่สะอาด และปลอดภัย ควบคู่กับดีไซน์ที่ทันสมัย ผ่านสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

บุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทิศทางต่อไปของ เอเซอร์ คือการลดช่องว่างเพื่อทำให้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและอยู่ในทุกจังหวะของการใช้ชีวิต Acerpure จึงเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่าน
ที่ทำให้เอเซอร์ขยายบทบาทจากโลกเทคโนโลยีสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขภาวะภายในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยเอเซอร์กำลังเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประเทศไทย ได้แก่
Acerpure CHILL : ไฮไลต์สำคัญของพอร์ตผลิตภัณฑ์ Acerpure ในปีนี้ คือเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่มาพร้อม PINOKI เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ Acerpure ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สะอาด สบาย และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติของการใช้ชีวิต
Large Appliances for Smart Living : ขยายสู่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการอยู่อาศัยอัจฉริยะ และทำให้ Acerpure เข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
Energy-Efficient Appliances : กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เน้นประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานด้วยระบบ Dual Inverter พร้อมการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Acerpure LIFE รองรับการใช้งานในยุคสมาร์ทโฮม
Acerpure ASPIRE TV : การต่อยอดสู่หมวด Audio & Visual ผ่านทีวีดิจิทัลจอขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้าน ด้วยระบบภาพและเสียงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ในราคาที่เข้าถึงได้

“Acerpure เริ่มต้นในปีที่เกิดโควิด ปัจจุบันเติบโตจนจะเข้าตชาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีผลิตภัณท์มากว่า 30 ผขิตภัณฑ์ ในส่วนนี่จะยังไม่ทีการสร้างช้อป แต่จะดำเนินแบบปรับปรุงช้อปที่ร่วมกุบพาทเนอร์ อาทิ โฮมโปร เป็นต้น
ขณะที่ในส่วนประเด็นสถาการณ์การสงคราม และภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขนส่ง และนำเข้า นั้นเอเซอร์ ไม่ได้กังวลมากเนื่องจาก ได้วางกลยุทธ์ล่วงหน้า ในการกระจายฐานการผลิตไปยังภูมิภาคที่สะดวกต่อการขนส่งเพื่อประกอบ และนำเข้าชิ้นส่วน ซึ่งร่วมไปถึงการส่งสินค้าเข้ามายังตลาดในไทยได้ต่อเนื่อง”
จากความสำเร็จ สู่ทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน
จากการเดินหน้าธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เอเซอร์ สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ และกำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมได้รับการยอมรับผ่านรางวัล Thailand’s Most Admired Brand และ Thailand’s Most Admired Company สะท้อนความเป็นผู้นำของ เอเซอร์ ในตลาดไอทีและพีซี ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความไว้วางใจจากผู้บริโภค
อีกปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของเอเซอร์ในตลาดไทย คือมาตรฐานด้านการบริการหลังการขายคุณภาพสูง ภายใต้แนวทาง Global Brand, Local Touch ของศูนย์บริการ HSNT ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
โดยปัจจุบันศูนย์บริการของเอเซอร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ครบทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพ และความสม่ำเสมอในการให้บริการที่เชื่อถือได้ พร้อมมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

อีกด้านหนึ่ง เอเซอร์ ยังดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยผสานหลักความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหมุนเวียน เพื่อให้การเติบโตของเทคโนโลยีดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
ในวาระครบรอบ 50 ปีของ เอเซอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายแห่งความสำเร็จในอดีต แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของธุรกิจพีซี สู่การพัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กร และพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” ซึ่งสะท้อนการก้าวจากผู้นำเทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























