เอมิตี้ (Amity) เทคคอมพานีรายแรกของไทย เข้าไปอยู่ในรายการของ AWS Marketplace แค็ตตาล็อกดิจิทัลที่รวบรวมซอฟต์แวร์โซลูชันระดับโลก…
Amity เทคคอมพานีรายแรกของไทยที่เข้าสู่ AWS Marketplace
เอมิตี้ (Amity) เป็นคู่ค้าด้านเทคโนโลยีของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) อีกทั้งยังเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ช่วยให้บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ บูรณาการโซเชียลฟีเจอร์ (social features) เข้ากับแอปพลิเคชันของตนเองได้อย่างง่ายดาย
ในวันนี้ เอมิตี้ ประกาศว่า เอมิตี้ เป็นบริษัทผู้พัฒนา และจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (Independent Software Vendor: ISV) รายแรกของประเทศไทยที่เข้าไปอยู่ใน AWS Marketplace แค็ตตาล็อกดิจิทัลที่มีรายการซอฟต์แวร์กว่าพันรายการจาก ISV
ปัจจุบัน หลายบริษัทสามารถซื้อโซลูชัน Amity Social Cloud (ASC) ได้ทั่วโลกเพื่อสร้างฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแชท หรือวิดีโอสตรีมมิงผ่านทาง AWS Marketplace โดย AWS Marketplace นั้นเป็นแค็ตตาล็อกดิจิทัลที่ได้รับการดูแลจัดการซึ่งทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถค้นหา จัดซื้อ ให้สิทธิ์ จัดเตรียม และควบคุมซอฟต์แวร์ third–party เพื่อใช้จริงได้อย่างง่ายดาย

การได้เข้าไปอยู่ในรายการของ AWS Marketplace นับเป็นการเสริมแกร่งในการเป็นคู่ค้าพันธมิตรร่วมกับ AWS นอกจากนี้ เอมิตี้ ยังได้เข้าร่วมโปรแกรม AWS ISV Accelerate เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพื่อรับแรงสนับสนุนมุ่งเน้นด้านการขายร่วมกันจาก AWS การเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ของกระบวนการ
ที่เสริมสร้างให้ทำการขายได้ (sales enablement) ยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อเร่งกระบวนการ หรือรอบการขาย (sales cycle) และโปรแกรมนี้เองยังช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังเสริมสร้างความมุ่งมั่นระหว่าง AWS และคู่ค้าให้แข็งแกร่งขึ้น
พันธกิจของ เอมิตี้ คือ ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้ามีส่วนร่วม (engagement) และเป็นเชิงบวกมากที่สุด ในขณะที่หลายธุรกิจมองหาวิธีอื่น ๆ ในการดำรงรักษาให้ลูกค้ามี engagement ในปัจจุบันธุรกิจเหล่านั้นก็กำลังสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลให้เป็นรูปแบบโซเชียลและเฉพาะบุคคลมากขึ้นด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ อาทิ แชท, วิดีโอสตอรี, กลุ่มสนทนา, โซเชียลฟีด, ไลฟ์สตรีมมิง และแชทบอท
เอมิตี้ Social Cloud ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมดิจิทัลดังกล่าวผ่านชุดส่วนประกอบแบบ pre–built ที่สามารถเพิ่มลงไปในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้วอย่างง่ายดาย เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ก ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สร้างชุมชนดิจิทัลที่ก้าวหน้า
เพื่อเพิ่ม engagement รักษาผู้ใช้งาน ตลอดจนมูลค่าตลอดอายุการใช้งาน (lifetime value) ในขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของข้อมูลทั้งหมด ผู้นำในหลายอุตสาหกรรม อย่างเช่น เพอร์นอต ริคาร์ด (Pernod Ricard), ทรูไอดี (TrueID) และไคเซ็น เกมมิง (Kaizen Gaming) ต่างก็เลือก เอมิตี้ Social Cloud เพื่อสร้างชุมชนผู้ใช้งานในแอปของตนเอง ที่รวบรวมและให้บริการผู้คนกว่า 10 ล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก

กรวัฒน์ เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของ เอมิตี้ กล่าว กล่าวว่า เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ AWS เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง อีกทั้งยังรู้สึกยินดีที่สามารถเดินหน้าขยาย เอมิตี้ Social Cloud ออกไปทั่วโลกบน AWS Marketplace ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบริษัทเทคจากประเทศไทยที่ได้เข้าไปอยู่ในรายการบนแค็ตตาล็อกดิจิทัลที่รวบรวมซอฟต์แวร์โซลูชันระดับโลกของ เอมิตี้
“การได้เข้าไปอยู่ในรายการของ AWS Marketplace นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเราในฐานะบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่ยังช่วยทุกองค์กรที่ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าและพร้อมมุ่งขยายการเติบโตไปอย่างก้าวกระโดด”

ด้าน สแตนเลย์ ชาน หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรเทคโนโลยี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส กล่าวว่า ลูกค้าทั่วโลกสามารถเข้าถึงโซลูชัน เอมิตี้ Social Cloud ได้อย่างง่ายดาย เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และสร้างชุมชนดิจิทัลผ่านการใช้ฟีเจอร์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และเห็นระดับความพึงพอใจในรูปแบบใหม่ของผู้ใช้งานได้
“เรารู้สึกยินดีที่ได้สานต่อการทำงานร่วมกับ เอมิตี้ และมี เอมิตี้ บน AWS Marketplace ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมให้แก่ลูกค้าทั่วโลก”
พร้อมสานต่อเป้าหมาย “สู่ระดับโลก“

กรวัฒน์ เจียรวนนท์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันตลาด B2B SaaS ทั่วโลกมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการงทุนทางด้านโซลูชั่นมากขึ้น โดยเฉพาะ แอปที่มีลูกค้าใช้จำนวนมาก ล้วนใช้บริการแบบ SaaS โดย 90% ของแอปที่ฟีเจอร์ search ใช้ฟีเจอร์ค้นหาจากบริษัท elasticทำ search ให้แอปพลิเคชัน
ดังนั้น เอมิตี้ จึงได้เปลี่ยนพัฒนาบริการจากเดิมที่เป็นเพียง Social และ Communications ให้ก้าวไปสู่ผู้ให้บริการทางด้าน คอมมูนิตี้ (Community) เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มต่าง ๆ สร้าง คอมมูนิตี้ ของตัวเองได้ เช่นเดียวกับ FB, LINE และ Tiktok โดยเพียงแค่ติดตั้งโซลูชั่นของเราไป plug–in เท่านั้น
โดยแพลตฟอร์ม เอมิตี้ Social Cloud ของ เอมิตี้ มี 4 โมดูลหลัก คือ แชท, วิดีโอสตอรี, กลุ่มสนทนา, โซเชียลฟีด, ไลฟ์สตรีมมิง และแชทบอท นั้นจะช่วยให้ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มต่าง ๆ มีฟังก์ชัน Social feed, Group community และ Profile ได้โดยไม่ต้องพัฒนาเอง และยังสามารถปรับได้ตามต้องการของผู้ใช้

ซึ่งการเข้าร่วมกับ AWS ทำให้ เอมิตี้ สามารถมีขีดความสามารถเติบโตในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และจีน ได้เร็วขึ้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ เอมิตี้ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นบริษัทผู้ให้บริการระดับโลก และเป็นผู้ให้บริการจากภูมิภาคนี้ที่มีความสามารถไม่แพ้กับผู้ให้บริการจากประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ
ซึ่ง ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถสร้าง ร้านค้าเสมือน (Digital Storefront) ที่สามารถติดต่อกับฐานลูกค้าเขาได้โดยตรง และ เพิ่มควาสัมพันธ์ (Engagement) กับลูกค้าของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแพลตฟอร์มของตัวเองได้
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอมิตี้ ได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และมีทีมวิศวกรด้านซอฟต์แวร์กมากว่า 60-70 คน ที่จะเดินหน้าพัฒนาบริการใด้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























