อรูบ้า แนะองค์กรธุรกิจใช้ aruba ESP ช่วยเสริมความคล่องตัวในปรับตัว

aruba

อรูบ้า แนะองค์กรธุรกิจใช้ aruba ESP ช่วยเสริมความคล่องตัวในปรับตัวสู่ความเป็นจริงในการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่…

อรูบ้า แนะองค์กรธุรกิจใช้ aruba ESP ช่วยเสริมความคล่องตัวในปรับตัว

ในงานสัมมนาออนไลน์ HPE Discover 2021 : The EdgetoCloud Conference ที่พึ่งผ่านมา อรูบ้า (Aruba) บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise (HPE) ได้ประกาศเปิดตัวความสามารถ และโซลูชันใหม่สำหรับ อรูบ้า อีเอสพี (Edge Services Platform) ที่ออกแบบมา

เพื่อช่วยให้การดูแลระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานระบบ IT ให้สูงสุดสำหรับองค์กรธุรกิจ การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมถึงความสามารถใหม่ของ อรูบ้า Central ในด้าน AIOps, IoT และ Security ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายแบบ CloudNative ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

และเป็นหัวใจของ อรูบ้า อีเอสพี รวมถึงยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตระกูล อรูบ้า CX Switching รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ Intelligent Edge โดยเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้จะทำให้ฝ่าย IT สามารถขยายระบบเครือข่ายให้ครอบคลุมได้ตั้งแต่ระดับส่วนปลายจนถึงคลาว์ (Edge-to-Cloud) อย่างไร้รอยต่อ

aruba

บนระบบโครงสร้างพื้นฐานเดียวที่มีความคล่องตัว และความง่ายดายยิ่งกว่าเดิม อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องทำงานได้จากหลายสถานที่อย่างในทุกวันนี้ ซึ่งสถานการณ์ของปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อองค์กรธุรกิจและสร้างความท้าทายต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม

ในช่วงแรกนั้นองค์กรธุรกิจต่างต้องเร่งปรับตัว และมุ่งเป้าไปที่การทำให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ แต่มาถึงวันนี้ เมื่อองค์กรธุรกิจต่างได้รับบทเรียนจากปีก่อนกันมาแล้ว ล้วนเริ่มเห็นว่าไม่ใช่แค่การปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ในการดำเนินธุรกิจเท่านั้นที่เกิดขึ้น แต่จะต้องลงทุนทางด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เพื่อให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน IT มีความยืดหยุ่น และมั่นคงทนทานมากยิ่งขึ้น สำหรับเตรียมรับต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรธุรกิจต้องพิจารณาก็คือรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไปสู่การทำงานจากหลายสถานที่

aruba

โดยไม่เพียงแต่แอปพลิเคชัน และระบบงานเท่านั้นที่ถูกกระจายไปยังศูนย์ข้อมูล และ Cloud หลายแห่ง แต่ผู้ใช้งานเองก็ต้องทำงานจากหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นภายในอาคารขององค์กร, ภายในศูนย์ข้อมูล, ทำงานจากที่สาขา หรือแม้แต่การทำงานจากภายนอกอองค์กร

ในขณะเดียวกัน ระบบเครือข่ายเองก็มีความกระจัดกระจายมากขึ้น และมีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายทำงานร่วมกัน ทำให้มีเครื่องมือบริหารจัดการที่แตกต่างกันไปในแต่ละระบบที่กระจายตัวอยู่ในแต่ละพื้นที่ ผลลัพธ์จากความซับซ้อนของระบบ IT ทำให้ธุรกิจไม่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเช่น IoT หรือ Cloud เท่าที่ควร

อีกทั้งยังสร้างผลลัพธ์เชิงลบที่เกิดขึ้นกับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและประสบการณ์ของลูกค้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังดำเนินโครงการด้าน Digital Transformation อยู่ ฝ่าย IT ก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันที่สูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เนื่องจากต้องพยายามติดตั้ง ใช้งาน และบริหารจัดการเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่าง ๆ ให้เป็นแบบอัตโนมัติ เพื่อลดความซับซ้อน และทำให้การดูแลรักษามีความเป็นระบบมากขึ้น

aruba

ความสามารถในการบริหารจัดการแบบ CloudNative สำหรับระบบที่เป็นหนึ่งเดียว

แนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดความซับซ้อนทางด้าน IT ได้นั้นก็คือการติดตั้งใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหนึ่งเดียว (Unified Infrastrucutre) ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง โดยลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความง่ายดายของระบบเครือข่ายจากเทคโนโลยีล้ำสมัยของ อรูบ้า Central และ อรูบ้าOS 10 (AOS 10)

ที่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครือข่ายแบบหนึ่งเดียวที่นำความสามารถของ WLAN และ SDBranch มารวมเข้าด้วยกัน ด้วยแนวทางดังกล่าวนี้ ฝ่าย IT จะสามารถบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่กระจายตัวอยู่หลายพื้นที่ในสาขาย่อย, สาขาทั่วไป และสาขาหลักขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานได้ด้วยสถาปัตยกรรมเดียวซึ่งบริหารจัดการได้แบบอัตโนมัติจากหน้าจอบริหารจัดการเดียวเท่านั้น โดยความสามารถใหม่ในการบริหารจัดการแบบ CloudNative ของ อรูบ้า Central ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ HPEs Compute Cloud Console ซึ่งเพิ่งมีการประกาศเปิดตัวนั้น ได้แก่

aruba

เมื่อนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเหล่านี้มาทำงานร่วมกัน จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์ของ อรูบ้า ให้ถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ในเรื่องการส่งมอบระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหนึ่งเดียว ไปพร้อมกับการดูแลรักษาที่ง่ายดายในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อให้ฝ่าย IT สามารถนำทรัพยากรที่มีค่าของตนเองไปใช้สำหรับงานที่ส่งผลสำคัญต่อการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้โดยตรง

ด้วยอุปกรณ์จำนวนมากกว่า 17,000 ชิ้น ที่ถูกแจกจ่ายออกไปในสาขา 16 แห่งเพื่อรองรับนักเรียนจำนวน 14,000 คน องค์กรของเราจึงต้องทำงานจากหลายสถานที่ให้ได้มากที่สุด

Jesus Orozco ผู้ดูแลระบบแห่ง Santa Barbara Unified School District กล่าวว่า ในสภาวะแบบโรงเรียนเช่นเราที่การเชื่อมต่อเครือข่ายของอุปกรณ์นั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเรียน การที่ระบบเครือข่ายไม่สามารถให้บริการได้นั้นจึงถือเป็นสิ่งที่จะปล่อยให้เกิดขั้นไม่ได้

ซึ่งเทคโนโลยีของ อรูบ้า ก็ทำให้เราสามารถบริหารจัดการเครือข่ายทั้งหมดได้ในแบบเชิงรุกจากศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว ทำให้เราสามารถตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้อย่างง่ายดายก่อนที่ปัญหานั้นๆ จะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากเกี่ยวกับความสามารถใหม่ ๆ

ใน อรูบ้า Central และ อรูบ้าOS 10 ที่ช่วยให้เรามุ่งเข้าไปใกล้เป้าหมายในการสร้างระบบเครือข่ายที่มีความรวดเร็ว, มั่นคงปลอดภัย และเชื่อมต่อใช้งานได้อยู่เสมอเพื่อช่วยให้นักเรียนของเราใช้งานและสื่อสารได้มากยิ่งขึ้น

อรูบ้า Central เป็นส่วนหนึ่งของ อรูบ้า อีเอสพี ที่ถูกนำไปใช้งานมากเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ อรูบ้า Central ได้บริหารจัดการอุปกรณ์ของผู้ใช้งานจำนวนมากกว่า 100 ล้านชิ้น และบริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่ายมากกว่า 1.5 ล้านชิ้นในองค์กร 100,000 แห่งทั่วโลก

เพิ่มขยายระบบเครือข่ายให้ตอบรับต่อความต้องการขององค์กรที่ทำงานจากหลายสถานที่

เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราที่มีโจทย์ความต้องการในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย อรูบ้า ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลักในตระกูล CX Switching เพิ่ม 2 รุ่น ได้แก่

  • อรูบ้า CX 4100i ผลิตภัณฑ์ตระกูล Ruggedized Switch ที่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่สูงและสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย เหมาะสำหรับการใช้งานในระบบ IoT สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบ PoE และการเชื่อมต่อแบบมีสายประสิทธิภาพสูงอยู่ตลอดเวลา
  • อรูบ้า CX 6000 โซลูชัน Layer 2 ที่ราคาคุ้มค่า ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับออฟฟิศสาขาและธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง

ผลิตภัณฑ์ตระกูล CX Switching รุ่นใหม่นี้ช่วยให้ระบบปฏิบัติการ AOSCX ที่เป็นแบบ CloudNative เข้าถึงระบบเครือข่ายได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น และช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ และเปิดรับต่อโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้ตามต้องการ

“การพัฒนาในช่วงปีที่ผ่านมาได้แสดงให้เราเห็นว่าองค์กรที่ทำงานจากหลายสถานที่นั้นจะยังคงเป็นแนวโน้มต่อเนื่องไปอีกยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรต่างมองหาวิธีการที่จะเพิ่มความยืดหยุ่น และสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจเพื่อให้สามารถปรับตัวรับมือกับความท้าทายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

Bob Laliberte ผู้ดำรงตำแหน่ง Senior Analyst และ Practice Director แห่ง Enterprise Strategy Group กล่าวว่า งานวิจัยของเราได้แสดงให้เห็นว่าองค์กรต่างเร่งดำเนินโครงการ Digital Transformation และให้ความสำคัญกับโครงการที่เพิ่มประสิทธิภาพ, ความมั่นคงปลอดภัย

และการสื่อสารในการทำงาน อย่างไรก็ดี สภาพแวดล้อมที่กระจายตัวเป็นอย่างมากนี้ก็ได้สร้างความซับซ้อนที่มากขึ้นให้กับระบบ IT ดังนั้นความต้องการในเทคโนโลยี และโซลูชันที่จะต่อยอดจากข้อมูล และการทำงานอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และการบริหารจัดการให้เป็นระบบจึงมีอยู่จริงในตลาด

กำหนดวางจำหน่าย

ความสามารถใหม่ ๆ ในซอฟต์แวร์ของ อรูบ้า Central และอุปกรณ์ CX Switch รุ่นใหม่นี้จะพร้อมวางจำหน่ายภายในปี นี้ โดยโซลูชันทั้งสองนี้จะมีทั้งในรูปแบบ asaservice, Managed Service และ GreenLake for อรูบ้า

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.