BPP เผยแผนธุรกิจสู่ทศวรรษ 2030 ขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

BPP

บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) เผยแผนธุรกิจสู่ทศวรรษ 2030 ขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นมากกว่าการผลิตไฟฟ้า และลดการปล่อย CO2…

highlight

  • บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนการเติบโตทางธุรกิจของปีนี้จนถึงทศวรรษ 2030 ที่จะมุ่งเน้นการปรับพอร์ตโฟลิโอ พร้อมก้าวสู่การเป็น “บริษัทผู้ผลิตพลังงานที่ยั่งยืน” (Sustainable Energy Generation Company) พร้อมลงทุนที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงาน

BPP เผยแผนธุรกิจสู่ทศวรรษ 2030 ขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีพีพี (BPP) ประกาศแผนการเติบโตทางธุรกิจของปีนี้จนถึงทศวรรษ 2030 ที่จะมุ่งเน้นการปรับพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมมากไปกว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า หรือ Beyond Megawatts Portfolio

พร้อมก้าวสู่การเป็น “บริษัทผู้ผลิตพลังงานที่ยั่งยืน” (Sustainable Energy Generation Company) ซึ่งจะยกระดับการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่การส่งมอบพลังงานที่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการลงทุนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

BPP
อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีพีพี

อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีพีพี กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม (Powering Society with Quality Megawatts) และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 20 ปี

ใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บีพีพี เล็งเห็นความต้องการด้านพลังงานในอนาคตที่มุ่งไปในทิศทางที่ยั่งยืนและทันสมัยมากขึ้น จึงได้กำหนดแผนการเติบโตทางธุรกิจจากปัจจุบันสู่ทศวรรษ 2030 หรือจนถึงปี 2573 ที่จะขยายพอร์ตธุรกิจที่ไม่จำกัดเฉพาะภาคการผลิตไฟฟ้า โดยเปิดประตูสู่น่านน้ำใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตพลังงาน

อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Energy Infrastructure) โครงการดักจับ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System : BESS)

นอกจากนี้ ยังคงมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงาน และการขยายโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ด้วยแนวทางนี้ เรามั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจพลังงานยุคใหม่ที่ยั่งยืน และสอดรับกับบริบทใหม่ของสังคม ผ่านแผนการดำเนินเติบโตทางธุรกิจตามแนวทางใหม่จะเน้นการดำเนินงานใน 4 ด้าน ดังนี้

ขยายการเติบโตด้านพลังงานไฟฟ้คุณภาพผ่านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (Growth in Quality Megawatts CCGT)

ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT (Combined Cycle Gas Turbines) โดยเน้นตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา จากปัจจุบันที่ บีพีพี มีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้า Temple I และโรงไฟฟ้า Temple II ในรัฐเท็กซัส โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ถือเป็นสินทรัพย์

ที่ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากไม่เพียงสามารถสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอให้แก่บริษัทฯ แต่ยังช่วยลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเทคโนโลยี CCGT ที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) 

รักษาสมดุลระหว่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และตลาดไฟฟ้าเสรี (Balanced PPA and Merchant Market)

BPP

รักษาสมดุลของพอร์ตธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) และตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) เพื่อนำข้อได้เปรียบของรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าแต่ละประเภทมาก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้สูงสุดจากการผลิต และจำหน่ายไฟฟ้า

โดยสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงจากรูปแบบสัญญา บีพีพี และสร้างโอกาสการทำผลกำไรสูงจากรูปแบบตลาดไฟฟ้าเสรี ทั้งนี้ บีพีพี มีประสบการณ์การทำธุรกิจตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT (Electric Reliability Council of Texas) ในรัฐเท็กซัส เป็นอย่างดี และพร้อมแสวงหาโอกาสในตลาดไฟฟ้าเสรีอื่น ๆ  

อีกทั้งกำลังพัฒนาธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องในตลาดไฟฟ้าเสรี ทั้งธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Power Trading) และธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้า (Power Retail) เป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ลงทุนในโครงการ CCUS เพื่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (Decarbonization through CCUS)

BPP

ขยายการลงทุนใน โครงการดักจั และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) โดยในปี 2566 ได้ลงทุนในโครงการ Cotton Cove ซึ่งนับเป็นโครงการ CCUS แห่งแรกของ บีพีพี ที่คาดจะสามารถเริ่มดำเนินการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ภายในไตรมาส 4 ปีนี้

และคาดอัตรากักเก็บคาร์บอนเฉลี่ย 45,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีในระยะเริ่มแรก นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการศึกษาอีกหลายโครงการ

ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Energy Infrastructure and BESS)

BPP

มองหาโอกาสลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ ระบบสายส่งไฟฟ้า (Electricity Transmission System) โดยมุ่งเน้นโครงการที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที และโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งในอนาคต

และการลงทุนในโครงการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในสินทรัพย์ที่มีอยู่ของ บีพีพี ได้ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบนิเวศการใช้พลังงานที่ยั่งยืน

“แผนการเติบโตนี้สะท้อนความพร้อมในการเปิดประตูสู่การลงทุนในธุรกิจพลังงานที่มากกว่าการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยจะวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจของ บีพีพี ที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต”

BPP
อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีพีพี

“เรายังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นอกจากนี้ อีกสิ่งสำคัญคือพนักงานของเราหรือ “คน บีพีพี” ที่จะร่วมขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับทิศทางของพลังงานไฟฟ้า และพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

ภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter ผ่านการต่อยอดทักษะความรู้ และความชำนาญให้เข้ากับแผนงานในอนาคต พร้อมการพัฒนาศักยภาพต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” อิศรา กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay