“รองนายกฯ ประเสริฐ” เดินหน้า “คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2” เสริมเกราะดิจิทัลทั่วประเทศ

รองนายกฯ ประเสริฐ

“รองนายกฯ ประเสริฐ” มุ่งมั่นสานต่อ “โครงการคนไทยรู้ทันซีซัน 2” เพื่อเติมองค์ความรู้ และป้องกันภัยดิจิทัลแก่คนไทย…

รองนายกประเสริฐ” เดินหน้า “คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2” เสริมเกราะดิจิทัลทั่วประเทศ

รองนายกฯ ประเสริฐ

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวเปิด “โครงการคนไทยรู้ทัน ปีที่ 2” ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน โดยได้รับความร่วมมือจาก TikTok ประเทศไทย แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชั้นนำของโลก

โดยผนึกกำลังพันธมิตรเพิ่มอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (FDA), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB)

ร่วมกับ 8 หน่วยงานหลัก ทั้งจากภาครัฐ และประชาสังคม ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (MDES), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), โครงการโคแฟค (Cofact), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (OCPB), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB),

สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC), ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) รวมเป็น 12 หน่วยงาน เพื่อยกระดับองค์ความรู้ และสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์ที่แข็งแกร่ง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้นให้กับคนไทย

รองนายกฯ ประเสริฐ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงผ่านช่องทางดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ ตามสถิติ

เช่น การซื้อสินค้าแล้วได้รับสินค้าที่ไม่ตรงปก, การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการหลอกลวง, Romance Scam, และการหลอกให้ลงทุน เป็นต้น โครงการ “คนไทย รู้ทัน” จึงถูกจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อเป็นช่องทางในการให้ความรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน

ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวทางการรับมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 12 หน่วยงาน นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงนโยบายและมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว มี 3 มาตรการ ได้แก่

การแก้ไขพระราชกำหนด : เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้ง 2 ฉบับ คือ การมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ กรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสถาบันทางการเงิน คือมาตรการการคืนเงินให้กับประชาชนได้รวดเร็วมากขึ้น และเพิ่มโทษการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้มีโทษที่หนักขึ้น

การป้องกันมิจฉาชีพที่ใช้บัญชีม้าในประกอบธุรกรรมทางสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อป้องกันเรื่องเงินที่ไหลเข้าไปทางธุรกรรมอื่น ๆ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองประชาชน

การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (ศูนย์ศปอท.) : เป็นการยกระดับศูนย์ AOC 1441 ให้เป็นศูนย์ศปอท. เพื่อเป็นศูนย์กลางแบบครบวงจร (One Stop Service) ในการรับแจ้งเหตุ, รับเรื่องร้องทุกข์ และประสานงานระงับธุรกรรมทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว

โครงการ 1 อำเภอ 1 IT Man (โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อน และยกระดับ กำลังคน ดิจิทัลระดับอำเภอ) : มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ และคำแนะนำเกี่ยวกับภัยออนไลน์

รองนายกฯ ประเสริฐ

นอกจากนี้กระทรวงฯ ได้ปฏิบัติงานที่สำคัญคือ ได้มีศูนย์ดิจิทัลเพื่อเผยแพร่ภัยออนไลน์รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ต่างๆที่จะให้กับประชาชนในอนาคต โดยทางกระทรวงฯขอชื่นชม TikTok ที่ได้จัดทำหลักสูตร e-Commerce เพื่อให้กระทรวงฯ ใช้ประกอบการเรียนการสอนในศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศกว่า 1,700 แห่ง

โดยหลักสูตรดังกล่าวมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop การสร้างยอดขายผ่านคลิปวีดิโอสั้น ตลอดจนเทคนิคการไลฟ์สดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน

รองนายกฯ ประเสริฐ

“กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มุ่งมั่นปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยการสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน

เมื่อภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง และรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ โอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงจะน้อยลง กระทรวงดิจิทัลฯ ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของ TikTok และพันธมิตรทั้ง 12 หน่วยงาน ที่ได้ร่วมมือในโครงการ #คนไทยรู้ทันซีซัน 2 ในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์

และแนวทางการรับมือกับการหลอกลวงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐ และประชาสังคมจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพื่อลดความศูนย์เสียให้ได้มากที่สุด” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

รองนายกฯ ประเสริฐ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay