dtac เผยแนวคิดทิศทางของไทยแลนด์ 4.0 ในยุคหลังโควิด-19

0
0

มาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกิจการองค์กรของ ดีแทค (dtac ) เผยแนวคิดทิศทางของไทยแลนด์ 4.0 ในยุคหลังโควิด-19…

dtac เผยแนวคิดทิศทางของไทยแลนด์ 4.0 ในยุคหลังโควิด-19

มาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกิจการองค์กร ของดีแทค เปิดเผยว่า ในฐานะผู้มอบบริการที่เป็นหัวใจสำคัญในช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เดินไปข้างหน้า ท่ามกลางมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “ผมต้องการเป้าหมายอะไรสักอย่างที่จะผลักดันให้ผมตื่นขึ้นและออกไปทำงานในทุกเช้า

และตอนนี้ เป้าหมายของดีแทคในการมุ่งสร้างสังคมที่แข็งแกร่งผ่านบริการโทรคมนาคมนั้น ทวีความสำคัญกับลูกค้าของเราและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยิ่งกว่าในยุคสมัยใด

เมื่อพิจารณาจากปริมาณการใช้งานดาต้าที่เติบโตก้าวกระโดดในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อันเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ ยิ่งตอกย้ำความจริงของประเด็นดังกล่าว จากเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2563 ปริมาณการใช้งานดาต้านั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 44%

โดยเฉพาะบนแอปพลิเคชันอย่าง Zoom, Microsoft Office และ LINE ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มหันมาใช้งานช่องทางดิจิทัลในการทำงาน ท่ามกลางมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 

“ในขณะเดียวกัน เราไม่ควรหยุดความพยายามในการพัฒนาบริการ ในยามที่คนหันมาใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น ในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย เราจำเป็นต้องพิสูจน์ให้คนเห็นทุกวันว่าทำไมเราจึงมีบทบาทสำคัญ และเราจะทำอะไรคืนให้กับสังคมได้บ้าง นี่คือสิ่งที่ขับเคลื่อนผมในทุก ๆ วัน”

ในอนาคตอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 3 ประการ 

  • ความตระหนักว่าบริการโทรคมนาคมนั้นเป็นเสาหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งการวางนโยบาย และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การพัฒนาดังกล่าว
  • เสียงเรียกร้องให้ธุรกิจต่างๆ ดำเนินกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค ไปจนถึงการลดคาร์บอนฟุตปรินท์ และการดำเนินธุรกิจโดยใช้หลักธรรมาภิบาล
  • การเปลี่ยนแปลงอันเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่อวิธีที่เราทำงาน ซื้อสินค้า และบริการ และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ
dtac
มาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกิจการองค์กร ของดีแทค

ในยามที่บทบาทของเราในฐานะผู้ให้บริการเครือข่ายนั้น มีความเกี่ยวโยงแน่นแฟ้นกับทุกแง่มุมในชีวิตประจำวัน แปลว่าความต้องการของลูกค้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องยืนหยัดกับเป้าหมายของเรา และเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไปพร้อมกันด้วย

นอกเหนือจากผลกระทบของโควิด-19 แล้ว แน่นอนว่าเรื่องคลื่น 5G นั้นเป็นอีกประเด็นใหญ่สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ในเดือนนี้ ดีแทคเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่มีการเปิดตัวคลื่น mmWave ในรูปแบบทดสอบการใช้งาน (use case)

โดยได้จับมือกับองค์กรขนาดใหญ่เพื่อร่วมหาคำตอบว่าคลื่น 5G จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เรามองว่าคลื่น 5G นั้นเป็นส่วนสำคัญของบริการที่เราจะนำเสนอให้กับลูกค้าของเราในภายภาคหน้า

จึงเป็นเหตุผลที่ดีแทคได้เปิดตัว 5G บนคลื่น 26 GHz และมีแผนจะขยายการให้บริการบนคลื่น 700 MHz ในปี 2563 นี้ อย่างไรก็ดี ด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 เราจำเป็นต้องเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายมือถือที่ราบรื่นสำหรับคนไทยทุกคน

ไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีกำลังซื้ออุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รองรับการใช้งาน 5G เท่านั้น เป็นเหตุผลที่เราเร่งติดตั้งเทคโนโลยี massive MIMO และระบบ 4GTDD ซึ่งจะเอื้อประโยชน์สำหรับทุกคน อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการเครือข่ายนั้นไม่สามารถขับเคลื่อนการใช้งาน 5G ได้โดยลำพัง ต่างจากคลื่น 3G และ 4G ที่ธุรกิจต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนารูปแบบการใช้งานสำหรับคลื่น 5G นี้

“ผมเข้าใจดีว่าคนจำนวนมากให้ความสนใจในคลื่น 5G แต่ในขณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ได้ทำให้การลดช่องว่างระหว่างความคาดหวังในอนาคตกับการใช้งานจริงในปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ลูกค้าอยากได้ประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่ตรงกับที่พวกเขาได้รับสัญญาไว้

เราพยายามทำสิ่งนี้ผ่านหลักการความเรียบง่าย ซื่อตรง และเป็นมิตรกับผู้ใช้ ตราบเท่าที่เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุควิถีใหม่ได้มากที่สุด

เราเชื่อว่าเราจะสามารถเป็นผู้ชนะได้ในตลาด และเราจะใช้ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ในการพัฒนารูปแบบการใช้งานคลื่น 5G ที่มีตอบต่อสังคมไทย การพัฒนา 5G นั้นเหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งให้เร็วที่สุด”

นอกเหนือจากคลื่น 26 GHz และ 700 MHz แล้ว ดีแทคยังมีสถานีฐานที่ให้บริการคลื่นถี่กลาง (mid band) ในระบบ TDD มากที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่คุณมาร์คุสก็เชื่อว่าประเทศไทยจำเป็นต้องนำคลื่นความถี่กลางมาจัดสรรเพิ่มขึ้นในย่าน 3500 MHz   

dtac

ซึ่งการจัดสรรคลื่นความถี่ 3500 MHz สำหรับใช้ให้บริการ 5G นั้นจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันด้าน 5G สู่ประเทศไทย เนื่องจากเป็นคลื่นดังกล่าวเป็นคลื่นหลักที่หลายประเทศทั่วโลกใช้ในการให้บริการ 5G จึงไม่มีเหตุผลที่จะตัดโอกาสผู้บริโภค และธุรกิจไทยจากโอกาสนี้ ดีแทคจะให้การสนับสนุน กสทช. ในกระบวนการหารือกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการผลักดันคลื่นดังกล่าว

โดยที่ผ่านมาดีแทคได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ในการผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และจะยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ในฐานะส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งมุ่งเน้นการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และเสริมสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง

เราจะเห็นบริการดิจิทัลและบริการโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ความสนับสนุนสังคมไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา และบริการต่าง ๆ ของรัฐ ยังมีช่องว่างอีกมากสำหรับการพัฒนา ผมอยากเห็นดีแทคให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเหล่านี้ เราได้เดินหน้าทำหลายสิ่งไปแล้วในช่วงโควิด และตอนนี้ผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมากขึ้นอีก

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบ และเนื้อหาจาก dtacblog.co

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.