dtac แนะทำความเข้าใจเด็ก Gen Z ด้วยการอ่านปัญหา สถานะ และความหวังต่อสังคม

0
153

ดีแทค (dtac) แนะเข้าใจเด็ก Gen Z ด้วยการอ่านปัญหา สถานะ และความหวังต่อสังคมที่พวกเขาต้องการ บทเรียนจากสายตาของน้อง ๆ ค่าย YSLC2.0…

dtac แนะทำความเข้าใจเด็ก Gen Z ด้วยการอ่านปัญหา สถานะ และความหวังต่อสังคม

ประเทศไทยกำลังถูกท้าทายด้วยมรสุมของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้อง ความยากจน การศึกษา สิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการทิศทางของประเทศอย่างมีนัยสำคัญคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยปัจจุบันจำนวนประชากรไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีจำนวนทั้งสิ้นราว 10 ล้านคน

คิดเป็นสัดส่วนทั้งสิ้น 15% และคาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายใน 10 ปีข้างหน้า ขณะที่อัตราการเกิดลดลงอยู่เพียงแค่ 0.3% ต่อจำนวนประชากร จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้การให้ความสำคัญต่อ คุณภาพ ของประชากรเป็นอีกหนึ่งอีกทางรอดของประเทศท่ามกลางความท้าทายนานัปการ

ดีแทคในฐานะ Corporate citizenship ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา ทักษะ ของเด็ก และเยาวชนโดยกำหนดเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยล่าสุดร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการจัดค่าย YSCL 2.0

ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าค่ายออนไลน์ เพื่อเรียนรู้ หลักสูตรที่ไม่มีสอนในโรงเรียน และนำเสนอโครงการเพื่อต่อยอดไอเดียของน้อง ๆ ผ่านเงินทุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ดีป้า และกองทุนสื่อ

ท่ามกลางการผลิบานของพลังเยาวชน ดีแทค บล็อก ได้พุดคุยกับน้อง ๆ เยาวชนในค่าย YSCL 2.0 ทีม ถ้าเธอโดนแกล้ง เราคือเพื่อนกัน ซึ่งประกอบไปด้วย น้องฟิล์ม-ฐิตาพร มั่งคั่ง อายุ 18 ปี น้องฟลุ๊ค-สหรัฐ สุวรรณวงศ์ อายุ 18 ปี และน้องฝน-ธัญลักษณ์ ศรีรัตนัย อายุ 17 ปี จากโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ นนทบุรี น้องเฟรนด์-ธนารีย์ ประเสริฐดี อายุ 17 ปี จากโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ และน้องต๊อดติ-ณภัทร สมจารี อายุ 18 ปี จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

dtac

ปัญหา : Cyberbullying เรื่องของเด็กที่ไม่เด็ก

แม้จะอยู่กันต่างโรงเรียน แต่มิตรภาพของน้องได้ก่อตัวขึ้นที่สถาบันติวเตอร์แห่งหนึ่ง และที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของพลังเยาวชนในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ นั่นคือ การกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์(Cyberbullying)

โดยน้อง ๆ ได้ชักชวน และฟอร์มทีม เพื่อเข้าอบรมค่าย YSLC 2.0 และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาคิดเป็นโซลูชั่นที่เรียกว่า อบอุ่น ซึ่งเป็นแชทบอทที่จะมาทำหน้าที่เป็นเพื่อน ที่คอยพูดคุย รับฟังปัญหา และคอยให้คำปรึกษาต่างๆ กับคนที่ประสบปัญหา Cyberbullying อยู่

น้องฟลุ๊ค ผู้ซึ่งรับบทบาทในการเขียนโปรแกรม กล่าวว่า แต่เดิมเราก็อาจจะทำได้เพียงแค่การโคดดิ้งเบื้องต้น แต่พอเราได้เข้าโปรแกรมห้องเรียนเด็กล้ำ ซึ่งมีข้อมูลมากมายที่ไม่มีในห้องเรียนอย่างการแยกแยะข่าวปลอม การทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ

รวมถึงหัวข้อ AI chatbot ที่ทำให้เราได้เรียนรู้การสร้างแชทบอทแบบง่าย แต่ใช้งานได้จริงด้วย Dialogue flow ซึ่งทำให้พวกเรามีวิธีคิดในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถนำทักษะที่ได้เรียนรู้ร่วมมือกันประดิษฐ์ออกมาเป็น Line chatbot ที่ชื่อว่าอบอุ่นตัวนี้ได้”

dtac

ขณะที่ น้องฟิล์ม ผู้ทำหน้าที่ในการหาข้อมูลคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับการกลั่นแกล้ง บอกว่า ในหลักสูตรห้องเรียนเด็กล้ำประกอบด้วย 12 หัวข้อ แต่ละหัวข้อใช้เวลาในการเรียนประมาณครึ่งวัน ซึ่งถือว่าต้องใช้ความพยายามและการจัดสรรเวลาอย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความรู้ และทักษะที่ได้รับมานั้นถือว่า คุ้มค่า

ทั้งหมดไม่มีสอนในห้องเรียน มันช่วยให้เธอ และเพื่อน ๆ เปิดโลกทรรศน์และขยายขอบเขตความรู้ติดตัว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ Hard skills แต่ยังรวมถึง Soft skills ด้วย ที่ทำให้พวกเธอมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังได้อาจารย์เจน และอาจารย์เบลจาก Fab cafe มาเป็น mentor ของโปรเจ็คให้ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ไม่ได้หาได้ง่ายเลย

ขณะที่ น้องต๊อดติ จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กล่าวว่า ก็อาจมีความรู้สึกท้อถอยหรือล้มเลิกกลางคันบ้าง บางหัวข้ออาจไม่ได้อยู่ในความสนใจของเรา แต่เมื่อเปิดใจกับมัน สิ่งนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก อย่างเรื่องเฟคนิวส์ (Data visualization) ที่ให้ทักษะในการอธิบายข้อมูลด้วยแผนภูมิต่าง ๆ ที่เข้าใจง่าย

dtac

สถานะ : เกิดมากับมือถือ

Mcinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกให้นิยามของ Gen Z ไว้ว่าเป็นประชากรที่เกิดระหว่างปี 2538-2553 เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับฟลุ๊คที่บอกว่า ประสบการณ์ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตครั้งแรกของเขาคือช่วงอนุบาล โดยใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อดูการ์ตูน แต่กว่าจะมีความสามารถในการใช้งานได้จริงก็คือช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น

“ผมว่ารุ่นผมอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีตอนปลาย คือก็ยังทันยุคเทคโนโลยีเดิมอย่างแผ่นซีดีและโซเชียลมีเดียอย่าง Hi5 อยู่บ้าง ในขณะเดียวกันก็เห็นและได้ใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเฟซบุ๊ก ยูทูปและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน” น้องต๊อดติ กล่าว

น้อง ๆ ทั้ง 4 คนประสานเสียงบอกว่า โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาไปแล้ว ตั้งแต่ตื่นนอนก็ใช้โทรศัพท์ในการตั้งปลุก ใช้มือถือในการสื่อสาร อ่านข่าวสารเหตุบ้านการเมือง หาสถานที่ท่องเที่ยวและแรงบันดาลใจต่างๆ ผ่านโลกอินเทอร์เน็ต

อย่างเฟซบุ๊กจะเป็นช่องทางในการผูกมิตรกับเพื่อน อินสตาแกรมเอาไว้ติดตามเซเล็บดาราหรือเพื่อนที่เราสนใจ ส่วนทวิตเตอร์เอาไว้ติดตามข่าวหรือกระแสให้ทันเหตุการณ์ แต่สำหรับทีวีแล้ว เรียกได้ว่าเปิดน้อยมากหรือไม่ได้เปิดเลย

“การเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีทำให้คนรุ่นพวกเรามีโอกาสมากขึ้น มีความสะดวกในการค้นคว้าหาข้อมูล แต่ขณะเดียวกัน ก็เกิดโอกาสในการเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะความเสี่ยงทางออนไลน์อย่าง Cyberbullying ข่าวปลอม และความรุนแรงของคอนเทนท์ที่หลายครั้งที่เราก็เสพคอนเทนท์นั้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ทักษะในการรับมือกับภัยออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้น” น้องเฟรนด์ กล่าว

dtac

ความหวัง : ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

แม้น้อง ๆ ทั้ง 4 คนจะเกิดมาพร้อมกับโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกัน ปัญหาที่พวกเขาเป็นห่วงอย่างมากคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการศึกษา การเข้าถึงเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ต ความพร้อมของสถานศึกษา และพื้นฐานครอบครัว โดยเฉพาะระหว่างเด็กเมือง และเด็กต่างจังหวัด

“อย่างการล็อกดาวน์ในช่วงโควิด เทรนด์ทวิตเตอร์ที่ดังมากและกลายเป็นประเด็นช่วงหนึ่งคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หนูมีเพื่อนนักเรียนเครือข่ายต่างจังหวัด หลายคนไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้ เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์หรือมือถือ

บางพื้นที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง ขณะที่การสอนออนไลน์ก็ยังมีความไม่พร้อมอยู่มาก เพราะด้วยการปรับเปลี่ยนกระทันหัน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในแง่ของความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ควรได้รับการแก้ไขในระดับนโยบาย” น้องฟิล์ม กล่าวย้ำ

อยากเห็นสังคมที่คาดหวังเป็นอย่างไร?

“เราอยากเห็นสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความสุข แต่นั่นต้องเริ่มจากตัวเอง โดยเฉพาะการมีความรับผิดชอบส่วนรวม และเคารพต่อสิทธิผู้อื่น อย่างการใช้อินเทอร์เน็ต ทำอย่างไรถึงจะมีการบูลลี่ลดลง มีมารยาทในการอยู่บนโลกออนไลน์ และนี่คุณค่าที่พวกเราให้และคาดหวังต่อสังคมเช่นเดียวกัน” น้องๆ ทั้ง 4 กล่าว

dtac

และนี่คือตัวอย่างของน้องในโครงการ YSCL2.0 จากทั้งหมด 20 ทีมที่ส่งโครงการนำเสนอ เพื่อพัฒนาไอเดียต่อยอดด้วยพลังของน้อง ๆ เอง เพราะดีแทค ดีป้า และกองทุนสื่อฯ จึงขอเชิญชวนน้องๆ เข้ามาเรียนรู้หลักสูตรที่ไม่มีสอนในห้องเรียนกับ ห้องเรียนเด็กล้ำ ได้ที่ https://learn.safeinternet.camp/

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.