Facebook ร่วมรณรงค์ใช้อินเทอร์เน็ตปลอดภัย เผย 4 เคล็ดลับดูแลลูก

0
185

เฟซบุ๊ก (Facebook) ร่วมรณรงค์ใช้อินเทอร์เน็ตปลอดภัยกับ เผย 4 เคล็ดลับดูแลลูก เมื่อพวกเขาเข้าสู่โลกออนไลน์ ฉบับ We Think Digital Thailand…

Facebook ร่วมรณรงค์ใช้อินเทอร์เน็ตปลอดภัย เผย 4 เคล็ดลับดูแลลูก

ในช่วงปีที่ผ่านมา พวกเราใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะเด็ก ๆ และเยาวชนที่ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเพียง เพื่อการติดต่อพูดคุยกับเพื่อน หรือหาข้อมูลทำรายงานอีกต่อไปแล้ว แต่ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์กันเต็มเวลา ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต 

ในโอกาสวันแห่งการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถช่วยกันสร้างความเข้าใจ และรณรงค์สร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยมากขึ้นให้กับเด็ก และเยาวชน

Facebook

แอมเบอร์ ฮอว์คส์ หัวหน้าด้านความปลอดภัย เฟซบุ๊ก ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน เราทราบดีว่าเด็ก และเยาวชนจะมีความเสี่ยงบนโลกออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำงานเชิงนโยบายของเรา

นอกเหนือไปจากเรื่องความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะปกป้องพวกเขาจากภัยต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ และการรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีที่เรามีบน เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม เรายังเพิ่มมาตรการปกป้องมากขึ้นอีกสำหรับผู้เยาว์ เรากำหนดให้ผู้ใช้ ต้องมีอายุเกิน 13 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถสร้างบัญชี เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม

และข้อกำหนดด้านอายุนี้มีการปรับให้สูงขึ้นไปอีกในบางประเทศ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และฟีเจอร์การมองเห็นต่าง ๆ จะมีมาตรการที่เข้มงวดมากกว่าบัญชีของผู้ใหญ่

เช่น การส่งข้อความไปหาผู้เยาว์บน เฟซบุ๊ก โดยที่ผู้ส่งไม่ได้เป็นเพื่อนกับเขา หรือเป็นเพื่อนของเพื่อนเขานั้น ข้อความเหล่านั้นจะถูกกรองออกจากกล่องข้อความของผู้เยาว์ทันที และถูกจัดให้ไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปมโดยอัตโนมัติ

ในขณะที่อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และโซเชียลมีเดียได้เปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากสามารถเชื่อมต่อกับใคร เวลาใด และที่ไหนก็ได้ตามต้องการนั้น ทำให้การมีทักษะความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และความเป็นพลเมืองดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

Facebook

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์นั้น เป็นหัวข้อพูดคุยที่สำคัญระหว่างคนในครอบครัวเมื่อเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ต ในปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการ We Think Digital Thailand ที่เข้าถึงง่าย

เพื่อช่วยให้คนไทยได้พัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและความเป็นพลเมืองดิจิทัล และมีความเข้าใจต่อประเด็นต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตคืออะไร (What Is the Internet?) รอยนิ้วมือดิจิทัลของคุณ (Your Digital Fingerprint) การเป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์ (Be a Critical Thinker) 

และเคล็ดลับในการสังเกตข่าวปลอม (Tips for Spotting False News) นอกจากนี้ พ่อแม่ยังสามารถค้นหาทรัพยากรเพิ่มเติมเพื่อช่วยปกป้องและให้คำแนะนำแก่เด็ก ๆ บนโลกออนไลน์ได้อีกด้วย มาดู 4 เคล็ดลับที่พ่อแม่สามารถนำไปใช้ เพื่อพูดคุยและดูแลให้ลูกๆ สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเข้าสู่โลกออกไลน์ และหมั่นตรวจสอบ

ปัจจุบันนี้ เด็ก ๆ ที่มีอายุเพียงแค่ 6 ปี ก็สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์แท็บเล็ตได้แล้ว ดังนั้น พ่อแม่ควรเริ่มพูดคุยกับลูกๆ ในหัวข้อต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี ตั้งแต่พวกเขาอายุยังน้อย เช่น การพูดถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก การใช้งานโทรศัพท์มือถือ

หรือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการมีปฏิสัมพันธ์บนโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม เป็นต้น ถ้าลูก ๆ ของคุณชอบเล่นวิดีโอเกม คุณควรนั่งอยู่กับเขาตอนเล่นเกมด้วย หากลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่นใช้งาน เฟซบุ๊ก หรือ อินสตาแกรม ควรพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับการเพิ่ม หรือติดตามเพื่อน

หมั่นพูดคุยเกี่ยวกับคนที่พวกเขาติดต่อด้วย และเนื้อหาที่พวกเขาแชร์ บอกให้พวกเขาได้รับรู้ว่าสามารถเล่าให้คุณฟังได้เสมอ หากพบเห็น หรือมีประสบการณ์ที่น่าอึดอัดใจบนโลกออนไลน์

Facebook

ตั้งกฎของครอบครัว และพยายามเป็นแบบอย่างที่ดี

ตั้งกฎเกณฑ์พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งาน และการแชร์ข้อมูลออนไลน์อย่างปลอดภัย เช่น การจำกัดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดียของลูกๆ หรือสามารถให้แชร์ข้อมูลได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาโตมากพอที่จะใช้งาน เฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เท่านั้น

โดยพ่อแม่ควรเป็นตัวอย่าง และทำตามกฎเช่นเดียวกัน หากคุณตั้งกฎว่า ห้ามเล่นเน็ตหลังสองทุ่ม หรือห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้ามาในห้องนอน คุณควรที่จะปฏิบัติตามกฎเดียวกันกับลูก

สอนให้เด็ก ๆ รับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำบนโลกออนไลน์

พ่อแม่หลายคนต้องการปกป้องลูก ๆ จากอันตราย และคิดว่าพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของลูก ๆ เป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่ แต่ที่จริงแล้ว พ่อแม่ควรพูดคุยกับลูกให้เข้าใจว่าพวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองบนโลกอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองในชีวิตจริง

โดยก่อนที่พวกเขาจะแชร์ข้อมูลใดบนโซเชียลมีเดีย พ่อแม่ควรตั้งคำถามเพื่อให้พวกเขาได้ไตร่ตรองว่าผู้อื่นจะตีความเนื้อหานั้นว่าอย่างไร คำถามที่สามารถใช้ถามได้ เช่น

  • เนื้อหานี้สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้หรือไม่ คนอื่นจะมองลูกว่าอย่างไร
  • เนื้อหานี้เป็นการดูถูก รังแก หรือทำร้ายผู้อื่นหรือไม่
  • สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจากการแชร์เนื้อหานี้คืออะไร

แสดงให้เห็นถึงวิธีการควบคุมการใช้งาน

Facebook

พ่อแม่ควรรู้วิธีการที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัว และสอนวิธีการที่ง่าย และมีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูก ๆ เช่น บน เฟซบุ๊ก ควรใช้การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (two-factor authentication) เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีออนไลน์ และสอนให้พวกเขาควบคุมสิ่งที่เห็นในฟีดข่าวด้วยการคลิกไปที่สัญลักษณ์จุดสามจุดที่อยู่ด้านบนขวาของโพสต์

Facebook

  • หากพวกเขาไม่ชอบเรื่องราวใดก็ตามที่ปรากฏอยู่บนฟีดข่าว พวกเขาสามารถซ่อนเนื้อหานั้นได้
  • หากพวกเขาไม่ต้องการเห็นโพสต์จากผู้ใช้คนใดคนหนึ่ง พวกเขาสามารถเลิกติดตาม หรือซ่อนผู้ใช้คนนั้น ๆ ได้
  • นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถแสดงความคิดเห็นหรือรายงานโพสต์ที่มีเนื้อหารังแกผู้อื่นได้

แน่นอนว่าการเป็นพ่อแม่เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและในยุคดิจิทัล พ่อแม่ยังมีหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้นในการดูแลลูกๆ ให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่สามารถอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อช่วยให้ลูกๆ มีประสบการณ์เชิงบวกบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ที่ 

https://www.facebook.com/safety/parents และ https://about.instagram.com/community/parents

นอกจากนี้ คุณยังสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ We Think Digital Thailand และหลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆ ของโครงการได้ที่ wethinkdigital.fb.com/th รวมถึงเคล็ดลับ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเพจของโครงการที่ https://www.facebook.com/wtdthailand/ 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.