Fortinet เปิดตัว FortiGate 4400F เป็น Hyperscale Firewall ตัวแรกของโลก

0
254
Fortinet

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) เปิดตัว FortiGate 4400F เป็น Hyperscale Firewall ตัวแรกของโลก ให้ประสิทธิภาพ Security Compute Ratings สูงสุดถึง 13 เท่า…

Fortinet เปิดตัว FortiGate 4400F เป็น Hyperscale Firewall ตัวแรกของโลก

ฟอร์ติเน็ต ประกาศเปิดตัว ไฟร์วอลล์ระดับไฮเปอร์สเกลตัวแรกของโลก FortiGate 4400F ซึ่งเป็นการสร้างดัชนีใหม่สำหรับการจัด Security Compute Ratings เพื่อมอบประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่นในการปรับขนาดและความปลอดภัยที่เหนือชั้นในเครื่องเดียว

เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น อุปกรณ์ FortiGate 4400F ใช้โปรเซสเซอร์เครือข่ายรุ่นที่เจ็ด (Network Processor 7: NP7) ล่าสุดของฟอร์ติเน็ตเพื่อรองรับงานระดับผู้ให้บริการขนาดใหญ่  ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล และเครือข่าย 5G

Fortinet

ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกล ต้องการความปลอดภัยแบบไฮเปอร์สเกล

ในปัจจุบันนี้ องค์กรที่พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลส่วนใหญ่มักมีปริมาณข้อมูลที่ใช้งานมากขึ้นแต่ไม่สามารถประมาณการณ์ความต้องการล่วงหน้าได้ ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของโซลูชันความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ ระบบการรักษาความปลอดภัยจึงกลายเป็นจุดสำคัญของการรับ-ส่งข้อมูลเข้า และออกจากศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล  

ผู้ดูแลระบบเครือข่ายจำนวนมากได้รับความกดดันจากความจำเป็นทางธุรกิจมากกว่า จึงยอมลดการทำงานของอุปกรณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยลง นอกจากนี้ การรับ-ส่งข้อมูลที่ไหลเข้า และออกจากเครือข่ายขององค์กรได้อย่างอิสระโดยมีกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่ต่ำ

จะเป็นการเปิดองค์กรให้มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจจะทำลายชื่อเสียงของแบรนด์อย่างรุนแรงและทำให้องค์กรสูญเสียรายได้เนื่องจากการหยุดทำงานเป็นเวลานาน

หลายองค์กรประสบความสำเร็จในการปรับใช้สถาปัตยกรรมเครือข่ายให้เป็นระดับไฮเปอร์สเกล แต่การจัดการความปลอดภัยระดับไฮเปอร์สเกลถือเป็นความท้าทายที่สำคัญเช่นกัน ในปัจจุบัน ผู้ขายบางรายอ้างว่าใช้การรักษาความปลอดภัยระดับไฮเปอร์สเกลผ่านไฟร์วอลล์หลายตัวที่รวมเข้าด้วยกัน

เพื่อให้ได้สถาปัตยกรรมระดับไฮเปอร์สเกลนั้น มีการพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นโซลูชั่นที่ยุ่งยากและมีราคาแพง ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตจึงได้พัฒนา FortiGate 4400F ที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์เครือข่าย NP7 กุญแจสำคัญที่ช่วยเร่งความเร็วการทำงานของฮาร์ดแวร์ในด้านความปลอดภัยต่าง ๆ

ส่งให้เป็นอุปกรณ์แบบรวมเบ็ดเสร็จรุ่นแรกที่มีประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และขนาดที่สอดคล้องกับการเติบโตของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลในปัจจุบัน

Fortinet

FortiGate 4400F รองรับกรณีการใช้งานต่อไปนี้ได้เป็นอย่างดี

  • ธุรกิจ eRetail ที่มีทราฟฟิคมาก : ช่วยให้ธุรกิจ e-Retail ที่มีการรับ-ส่งข้อมูลขนาดมหาศาลจากการทำธุรกรรมออนไลน์สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าโดยรองรับการเชื่อมต่อหลายสิบล้านครั้งต่อวินาที ให้การรักษาความปลอดภัยระดับเลเยอร์ 4 ที่จำเป็น และป้องกันการโจมตี DDoS 
  • งานวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ : รองรับงานวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่รวมถึงการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมประเภท เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ที่มีการถ่ายโอนชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่ชาวไอทีเรียกกันว่า “Elephant flows” ได้สูงสุดถึง 100Gbps ทั้งนี้  ในสถานการณ์ที่ต้องการการเข้ารหัสด้วยความเร็วสูง สามารถใช้ IPsec รองรับการข้อมูลทางอุโมงค์ IPsec ที่มีแบนด์วิดท์สูงได้
  • สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการคลาวด์ และองค์กรเอ็นเตอร์ไพร้ส์ขนาดใหญ่ : ช่วยให้องค์กรเปิดบริการในรูปแบบที่คล่องตัวและปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ตามที่องค์กรต้องการ ทั้งนี้ ด้วยเทคนิคการแบ่งกลุ่มตาม VXLAN ทำให้ FortiGate 4400F ให้การสื่อสารที่รวดเร็วขึ้นมากระหว่างกลุ่มบริการที่มีการปรับขนาดบ่อยครั้งอยู่เสมอ (เช่น การประมวลผล สตอเรจพื้นที่จัดเก็บ หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ) ที่โฮสต์ร่วมกันบนโดเมนจริงและเสมือน ทั้งนี้ FortiGate 4400F ใช้การรักษาความปลอดภัยชั้น 4 ที่จำเป็นหรือการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงระดับ 7 ในการปกป้องกลุ่มขนาดใหญ่เหล่านี้

เครือข่าย 5G ต้องการความปลอดภัยที่สามารถปรับขนาดได้

โลกแบบ Hyperconnected ในปัจจุบันที่มีการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับอุปกรณ์ และอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ ซึ่งทำให้ต้องการความปลอดภัยในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะในช่วงการปรับเปลี่ยนจาก 4G ไปเป็น 5G จะมีความต้องการเหล่านี้มาก และหลากหลายมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากทีมปฏิบัติการเครือข่ายต้องมั่นใจทั้งในแง่ความปลอดภัย และความต่อเนื่องทางธุรกิจในพร้อม ๆ กัน โซลูชันส่วนใหญ่จะไม่สามารถรองรับปัญหาความขาดแคลน IPv4 address รวมทั้งความต้องการใช้แบนด์วิดท์ของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น

และการเพิ่มจำนวนของอุโมงค์ที่ถูกเข้ารหัสซึ่งเชื่อมต่อไปยังโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้บริการไม่สามารถรองรับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว  

FortiGate 4400F จึงได้รับการพัฒนาให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยมีคุณสมบัติอันโดดเด่น ดังนี้

  • การแปลงที่อยู่เครือข่ายในระดับผู้ให้บริการ (Carrier-grade network address translation : CGNAT) เพื่อใช้งานเครือข่ายการจัดส่งแพ็คเก็ตความเร็วสูง (Packet Delivery Network: PDN) ในขณะที่ยังให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ที่รวดเร็วด้วยอัตราการสร้างเซสชันของผู้ใช้งานที่มีความเร็วสูง มีค่าความหน่วงต่ำ และสามารถบันทึกช่วยสำหรับการตรวจสอบและควบคุมโดยใช้ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
  • ขยายสเกลของ Security Gateway (SecGW) : ที่มีอยู่ในเครือข่ายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 4G และ 5G เพื่อควบคุมส่วน Radio Access Network (RAN)  ซึ่งจะช่วยผู้ให้บริการสามารถสร้างเครือข่ายที่รองรับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ได้ตามต้องการ ซึ่งจะเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงสุด
  • รองรับบริการเสริมมูลค่าเพิ่มใหม่ ที่ผู้ให้บริการสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความแตกต่างของข้อเสนอให้กับลูกค้าของตนเอง อาทิ บริการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเด็กๆ ด้วยเทคโนโลยีการกรอง URL
เปรียบเทียบ FortiGate 4400F กับคู่แข่ง

ด้านล่างนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างซีรีส์ FortiGate 4400F กับไฟร์วอลล์อันดับต้น ๆ ในตลาด  โดยใช้เกณฑ์มาตรฐาน Security Compute Rating (ตัวคูณประสิทธิภาพ) ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ FortiGate Network Firewall กับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมของผลิตภัณฑ์คู่แข่งในหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกัน

Fortinet

ตารางเปรียบเทียบแสดงให้เห็นโดยชัดเจนว่า FortiGate 4400F มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดในอุตสาหกรรมด้วย Security Compute Ratings ที่ดีกว่าคู่แข่งถึง 13 เท่า และด้วยเหตุนี้ องค์กรต่าง ๆ จึงสามารถเพลิดเพลินกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลได้มากขึ้นโดยมีต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ต่ำ และยังมีทรัพยากรที่จะทำหน้าที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามที่ไม่คาดคิดมาก่อน

ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Securitydriven Networking

FortiGate 4400F ได้รับการพัฒนาโดยหลักการ Securitydriven Networking ซึ่งใช้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ครบถ้วนทุกจุดขับเคลื่อนเครือข่าย และมารองรับการใช้งานของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลรวมทั้งเครือข่ายแบบกระจายที่ต้องการความปลอดภัยทุกที่ และปรับขนาดอยู่ตลอดเวลา  

ทั้งนี้โซลูชันแบบ Securitydriven Networking ไม่เพียงแต่เร็วกว่าและขยายได้คล่องตัวกว่าคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังคุ้มค่ากว่ามาก สามารถให้อัตราส่วนของราคา/ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมในอุปกรณ์เดียว และมีต้นทุนที่ต่ำลงจากการที่ใช้พื้นที่แรคน้อยลง ใช้พลังงานน้อยลง และใช้ระบบระบายความร้อนที่น้อยลง

นอกจากนี้ ด้วยความสามารถของระบบ Fabric Management Center และระบบปฏิบัติการ FortiOS ของฟอร์ติเน็ตทำให้การจัดการให้การทำงานทั้งหมดเป็นไปโดยอัตโนมัติและประสานสอดคล้องกัน ฟอร์ติเน็ตยังคงเป็นผู้สนับสนุนนวัตกรรมของ Open APIs และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการริเริ่มของอุตสาหกรรม เช่น OpenConfig โดยมีเป้าหมายในการนำเสนอระบบอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงการให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์และง่ายดาย

FortiGate 4400F ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบบูรณาการผ่านซีเคียวริตี้แฟบริค ให้การรักษาความปลอดภัยแก่ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮบริด ดังต่อไปนี้

  • การป้องกันจากการโจมตีจากภัยที่รู้จักแล้วด้วยบริการ FortiGuard Labs ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ รวมถึงบริการระบบกรองเว็บและระบบป้องกันการบุกรุก
  • การตรวจจับภัยคุกคามเชิงรุกใน Segmentation ที่ลูกค้าวางแผนไว้ พร้อมศักยภาพดีกว่าถึง 2 เท่าในตาราง Security Compute Rating
  • มองเห็นภัยคุกคามอย่างสมบูรณ์ และขจัดจุดบอดด้วยการตรวจสอบ SSL Inspection รวมถึง TLS 1.3 ที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์คู่แข่ง 6.5 เท่า
  • การปกป้องแอปพลิเคชัน และเซิร์ฟเวอร์ที่สำคัญทางธุรกิจด้วยการใช้แพทช์เสมือนโดยใช้ IPS รวมและให้ประสิทธิภาพสูง

ไมเคิล เจ แมคกลิน รองประธาน Global Security ที่ WWT กล่าวว่า ไฟร์วอลล์ระดับไฮเอนด์ที่แตกต่างอย่างมากของฟอร์ติเน็ตช่วยให้เราสามารถมีเครือข่าย Securitydriven networking ให้กับลูกค้าของเราเพื่อปกป้องระบบไอที แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน

ซึ่ง FortiGate 4400F เป็นโซลูชันการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงแบบหลอมรวมเบ็ดเสร็จที่สามารถใช้งานในระยะยาว ช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อน  อุปกรณ์ยังช่วยให้เราสามารถจัดหาโซลูชันการรักษาความปลอดภัยระดับไฮเปอร์สเกลที่มอบประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีเยี่ยมและช่วยให้ธุรกิจลูกค้ารายใหญ่ ๆ ที่สุดของเราเติบโตได้ดี

ด้าน ซุส เคราวาล่า ผู้ก่อตั้งและนักวิเคราะห์หลักของ ZK Research กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยเป็นปัญหาสำหรับองค์กรที่มีความต้องการประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุดมานานแล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายหลายคนยอมลดการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งไปกับการตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่รวดเร็ว

ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกลและเครือข่าย 5G มีความต้องการด้านความปลอดภัยที่ต้องปรับตามความต้องการของผู้ใช้และองค์กรได้รวดเร็วมากที่สุด ฟอร์ติเน็ตสามารถแสดงตัวเลขประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่าโซลูชันของคู่แข่ง

ซึ่งสามารถช่วยให้องค์กรไฮเปอร์สเกลสามารถรักษาความปลอดภัยให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างชัดเจน

Fortinet

ขณะที่ จอห์น แมดิสัน  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และรองประธานอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์แห่งฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ฟอร์ติเน็ตยังคงผลักดันการผสมผสานศักยภาพของความปลอดภัย และเครือข่ายที่เราเรียกกันว่า Securitydriven Networking

โดยผลงานการพัฒนา FortiGate 4400F Network Firewall นี้สามารถมอบประสิทธิภาพที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่เทียบเคียงมากถึง 13 เท่า FortiGate 4400F เป็นไฟร์วอลล์สำหรับเครือข่ายเพียงตัวเดียวที่สามารถรักษาความปลอดภัยศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และเครือข่าย 5G ได้ จึงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมตัวจริงที่สำหรับการรักษาความปลอดภัยให้กับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.