Grab ชวนส่องเทรนด์การทำงานในยุคดิจิทัล “ยืดหยุ่น เปิดกว้าง สร้างรายได้”

0
451
Grab

แกร็บ (Grab) ออกโรงแนะนำเทรนด์การทำงานในยุคดิจิทัลที่ “ยืดหยุ่น เปิดกว้าง สร้างรายได้” ในยุคที่เทคโนโลยีได้เข้ามาทำลายข้อจำกัดของเวลา และสถานที่…

Grab แนะธุรกิจปรับตัวตามเทรนด์ดิจิทัลที่ “ยืดหยุ่น เปิดกว้าง สร้างรายได้”

ในยุคที่ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับคลื่น ดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) รูปแบบการทำงานในปัจจุบันก็กำลังเผชิญหน้ากับกระแสของความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เนื่องจากเทคโนโลยีได้เข้ามาทำลายข้อจำกัดของเวลาและสถานที่

โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้เราสามารถทำงานที่ไหนหรือเวลาใดก็ได้ จนทำให้เกิดรูปแบบใหม่ของการทำงานที่มีอิสระมากขึ้น มีเวลาในการทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น สามารถเลือกรับงานได้ตามความเหมาะสม และกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของการทำงานในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น งานฟรีแลนซ์ การขายสินค้าออนไลน์

รวมไปถึงการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันต่างๆ อย่างการเป็นพาร์ทเนอร์คนขับ-จัดส่งอาหารของแกร็บซึ่งกำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก บางองค์กรต้องมีการเลิกจ้างหรือปิดตัวกิจการลง

ทำให้หลายคนหันมาสมัครเป็นคนจัดส่งอาหารหรือพัสดุเพื่อเป็นอาชีพเสริม ด้วยรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถเลือกรับงานได้ตามช่วงเวลาที่สะดวก พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างรายได้เสริมจากการใช้ประโยชน์ของแอปพลิเคชัน เพียงแค่มีใจรักบริการ มีใบขับขี่ และไม่มีประวัติอาชญากรรม

จึงทำให้ พาร์ทเนอร์แกร็บ” กลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยนอกเหนือจากค่าตอบแทนจากการให้บริการแล้ว แกร็บยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ ให้กับพาร์ทเนอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น โบนัสหรืออินเซนทีฟ ประกันอุบัติเหตุ

นอกจากนั้น ยังมีส่วนลดหรือสิทธิพิเศษจากพันธมิตรของแกร็บ รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากแกร็บมีการออกเอกสารรับรองรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์ ซึ่งสิทธิประโยชน์ส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามระดับของการรับงาน

สำหรับวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ แกร็บ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับพาร์ทเนอร์คนขับ และผู้รับส่งอาหาร-พัสดุในประเทศไทย* มาดูกันว่าปัจจุบันพาร์ทเนอร์ของแกร็บกว่าแสนรายเป็นคนกลุ่มไหนกันบ้าง

Grab

3 ใน ของพาร์ทเนอร์แกร็บให้บริการจัดส่งอาหาร และพัสดุ

หากแบ่งตามประเภทบริการ พาร์ทเนอร์ส่วนใหญ่ของแกร็บถึง 77% ให้บริการจัดส่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ด (Food) และบริการจัดส่งพัสดุผ่านแกร็บเอ็กซ์เพรส (Express) ในขณะที่ 23% ให้บริการการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น แกร็บคาร์ (Car) แกร็บแท็กซี่ (Taxi) แกร็บไบค์ (Bike)

รวมไปถึงบริการคนขับรถยนต์ส่วนตัวอย่างแกร็บไดรฟ์ยัวร์คาร์ (DriveYourCar) แต่หากแบ่งตามประเภทของยานพาหนะที่ใช้ 64% ของพาร์ทเนอร์แกร็บใช้รถจักรยานยนต์ในการรับงาน ขณะที่ 35% ใช้รถยนต์เพื่อให้บริการการเดินทาง รวมถึงการจัดส่งพัสดุ ที่น่าสนใจคือมี 1% ที่ไม่ได้ใช้ยานพาหนะใด ๆ

แต่เลือกใช้ การเดินเท้า เพื่อจัดส่งอาหารในระยะใกล้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แกร็บฟู้ด วอล์ค (Food Walk) ซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องการหารายได้เสริมระหว่างเรียน

Grab

เพศชาย และเจน Y ยังถือเป็นกลุ่มใหญ่ของพาร์ทเนอร์แกร็บ

หากแบ่งตามวัยหรือเจเนอเรชัน พบว่าพาร์ทเนอร์ของแกร็บอยู่ในกลุ่มเจน Y (คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 – 2537) มากที่สุดถึง 48.5% รองลงมาคือเจน X (คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2503 – 2522) คิดเป็น 26% และเจน Z (คือคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2553) คิดเป็น 24% 

ในขณะที่กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (คือคนที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2503) มีสัดส่วนเพียง 1.5โดยพบว่าพาร์ทเนอร์ที่มีอายุมากที่สุดคือ 83 ปี ซึ่ง หากแบ่งตามเพศ แน่นอนว่าพาร์ทเนอร์ส่วนใหญ่ของแกร็บถึงกว่า 86% เป็นเพศชาย แต่ก็เริ่มเห็นว่ามีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เริ่มหันมารับงานอิสระเพื่อสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ส่งอาหาร รวมถึงส่งของ

Grab

สร้างรายได้เสริมจากการทำงานแบบพาร์ทไทม์ ทางเลือกในวิกฤติโควิด-19

ด้วยลักษณะการทำงานที่ยืดหยุ่น สามารถเลือกช่วงเวลาที่รับงานได้ตามความสะดวกของตนเอง ทำให้คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันแกร็บในการหารายได้เสริม โดยมีพาร์ทเนอร์แกร็บมากถึง 71% ที่เลือกรับงานแบบพาร์ทไทม์ (Part-time) คือมีระยะเวลาในการให้บริการน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

ในขณะที่ 29% ของพาร์ทเนอร์ตั้งใจใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแกร็บเป็นช่องทางในการหารายได้หลักโดยรับงาน 8 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป โดยกลุ่มนี้รวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่ขับรถรับจ้างเป็นอาชีพอยู่แล้ว

หากเจาะลึกไปที่ระยะเวลาหรือจำนวนปีที่พาร์ทเนอร์เหล่านี้ให้บริการ พบว่ามีพาร์ทเนอร์ 2.5% ที่ถือเป็นแกร็บรุ่นบุกเบิก คืออยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บมายาวนานกว่า 5 ปี ขณะที่พาร์ทเนอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่ให้บริการไม่เกิน ปี ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่แกร็บได้เริ่มบุกตลาดการจัดส่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ด (Food) อย่างจริงจัง

โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่เป็นพาร์ทเนอร์มาแล้ว 1-3 ปีจำนวน 26.5%  และ เดือน – 1 ปีจำนวน 19% แต่ที่ถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดถึงกว่า 44นั้น คือกลุ่มที่เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บน้อยกว่า เดือน ซึ่งพาร์ทเนอร์กลุ่มนี้รวมถึงกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤติโควิด-19 อย่างพนักงานประจำที่ต้องพักงาน

หรือถูกลดเงินเดือน จึงเข้ามาสมัครเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บเพื่อหารายได้เสริม (โดยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมที่ผ่านมา แกร็บได้เปิดรับพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหารแล้วกว่า 29,000 อัตรา เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับคนไทยในภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ)

Grab

โดย ปัจจุบัน บริการของแกร็บครอบคลุมใน 26 จังหวัดทั่วประเทศ แต่สำหรับ จังหวัด ที่มีจำนวนพาร์ทเนอร์แกร็บมากที่สุดยังคงเป็นเมืองใหญ่ของทุกภูมิภาค และเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อันได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น และนครราชสีมา

จะเห็นได้ว่าการเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บไม่ได้จำกัดแค่อยู่เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น โอกาสในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยีนั้นเปิดกว้างสำหรับคนทุกกลุ่ม ทั้งในช่วงสถานการณ์ปกติ หรือแม้แต่ยามที่หลายภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างวิกฤติโควิด-19 

Grab

รูปแบบของงานประเภทนี้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือก และมีบทบาทสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ (* ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563)

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.