Grab ผนึก 7 พันธมิตร เปิดโครงการ “Grab EV” ดันพาร์ทเนอร์คนขับ EV 8 พันคัน

Grab

แกร็บ (Grab) ผนึก 7 พันธมิตร เดินหน้าโครงการ “Grab EV” เล็งผลักดันพาร์ทเนอร์คนขับเข้าถึงรถ EV 8,000 คัน ภายในปี 2568 พร้อมเปิดตัวโปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ” และ “เช่าครบจบบนแอป” หนุนคนขับใช้ EV 10% ตามแผน 5 ปี…

highlight

  • แกร็บ ประเทศไทย จัดงาน “Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า” ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ Rever Automotive, Moove, Swap & Go, EV Station PluZ, H SEM Motor, STROM และ Auto Drive EV เดินหน้าโครงการ “แกร็บ อีวี” (Grab EV)
  • ผลักดันเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ได้ 10% ภายในปี 2569 โดยเปิดตัว 2 โปรแกรมใหม่ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้คนขับสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่ “ผ่อนขับรับรถ” (Drive-to-Own) โปรแกรมสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าแบบผ่อนจ่ายรายวัน เจาะกลุ่มคนขับที่ต้องการให้บริการผู้โดยสารด้วยรถ EV และ “เช่าครบจบบนแอป” (End-to-End EV Bike Rental) โปรแกรมเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าราคาเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน
  • เจาะกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดลิเวอรีหรือรับ-ส่งผู้โดยสาร โดยภายใต้ความร่วมมือนี้คาดว่าจะช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึง EV ได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 คันภายในปี 2568 พร้อมชวนผู้ใช้บริการร่วมรักษ์โลกผ่านฟีเจอร์ “แกร็บ อีวี ไรด์” (Grab EV rides) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสค้นหารถ EV ในพื้นที่และช่วงเวลานั้น ๆ มาให้บริการเป็นตัวเลือกแรก

Grab ผนึก 7 พันธมิตร เปิดโครงการ “Grab EV” ดันพาร์ทเนอร์คนขับ EV 8 พันคัน

Grab
แกร็บ ประเทศไทย นำโดย วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และเมธิณ อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ จัดงาน “Grab EV-LUTION เปลี่ยน…เพื่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตที่ดีกว่า” ประกาศความร่วมมือกับ 7 พันธมิตร ได้แก่ BYD, H SEM Motor, STORM, Swap & Go, EV Station PluZ, Auto Drive EV และ Moove เดินหน้าโครงการ “Grab EV” เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงรถ EV ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ได้ 10% ภายในปี 2569

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาวะโลกร้อน และปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นประเด็นระดับโลกที่ทุกภาคส่วนตื่นตัว และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ทั้งนี้ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่หลายองค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน กำลังผลักดัน

และมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง และขนส่ง แกร็บ ตระหนักถึงบทบาทในการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในทุกประเทศ

รวมถึงส่งเสริมให้คนในวงจรธุรกิจมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยได้ประกาศเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจนในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด Triple Bottom Line สำหรับในประเทศไทย แกร็บ ได้ส่งเสริม และผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะโครงการ แกร็บ อีวีที่มุ่งส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับผู้จัดส่งอาหารหันมาใช้รถ EV เพื่อให้บริการ โดยตั้งเป้าให้มีจำนวนผู้ใช้รถ EV ให้ได้ 10% ของพาร์ทเนอร์ทั้งหมดภายในปี 2569

“แม้ปัจจุบันจะมีพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ความสนใจและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV สูงถึง 85% แต่ยังคงมีหลายปัจจัยที่ถือเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น ราคารถที่ค่อนข้างสูง สมรรถนะของรถที่ไม่ตอบโจทย์การให้บริการ รวมถึงระบบโครงสร้างและสถานีชาร์จที่อาจยังมีไม่เพียงพอ ดังนั้น แกร็บ จึงได้ผนึกความร่วมมือกับ 7 พันธมิตร ในแวดวง EV

ได้แก่ Rever Automotive, H SEM Motor, STROM, Swap & Go, Auto Drive EV, EV Station PluZ และ Moove เพื่อผลักดัน และขับเคลื่อน โครงการ แกร็บ อีวี ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดตัว 2 โปรแกรมใหม่ ผ่อนขับรับรถ และ เช่าครบจบบนแอป ที่จะช่วยปลดล็อกและทำให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น”

โครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทย

Grab
(ซ้ายไปขวา) วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย

เมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทาง และบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บเริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้งาน และความต้องการของพาร์ทเนอร์คนขับมาอย่างต่อเนื่อง

ทำให้เราเข้าใจอินไซต์ของผู้ใช้งานจริง ตลอดจนปัญหา และข้อจำกัดต่าง ๆ และพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาโครงการ แกร็บ อีวี เพื่อส่งเสริมการเข้าถึง EV ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับให้มากขึ้น โดยปัจจุบันแกร็บ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งบริษัทผู้ผลิต และจัดจำหน่าย EV  

ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของพาร์ทเนอร์คนขับให้เหมาะสมที่สุด

อาทิ  การพัฒนาฟังก์ชัน และคุณสมบัติของ EV ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะกับรูปแบบการให้บริการ การระบุตำแหน่งสถานีชาร์จ หรือจุดสลับแบตเตอรีในบริเวณที่มีผู้ใช้บริการหรือพาร์ทเนอร์คนขับหนาแน่น เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อทลายข้อจำกัดในด้านการเงินซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงรถ EV แกร็บ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลักในการพัฒนา 2 โปรแกรมใหม่ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ นั่นคือ 

โปรแกรม ผ่อนขับรับรถ(Drive-to-Own) : ซึ่งแกร็บเตรียมผนึกความร่วมมือกับ Moove ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อยานยนต์ และ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้โดยไม่ต้องใช้ประวัติทางการเงิน

แต่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการกับแกร็บ โดยความพิเศษของโปรแกรมสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือนนี้คือ พาร์ทเนอร์คนขับไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนจ่ายได้แบบรายวันผ่านการหักรายได้จากการให้บริการในแต่ละวัน นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เสริมอื่น ๆ อาทิ ฟรีค่าซ่อมบำรุงรถ

รวมถึงครอบคลุมการทำประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถจองรถยนต์ไฟฟ้าจาก BYD ได้ในได้ในช่วงต้นปี 2567 และคาดว่าจะทำให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 5,000 คันภายในปี 2568 

โปรแกรมเช่าครบจบบนแอป (End-to-end EV Bike rental) : โดยแกร็บได้ผนึกความร่วมมือกับ 3 ผู้ผลิตชั้นนำรถยนต์ และผู้นำแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า อันได้แก่ STROM, H SEM Motor และ Swap & Go เพื่อให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการ

จัดส่งอาหารผ่าน แกร็บฟู้ด จัดส่งพัสดุผ่าน แกร็บ เอ็กซ์เพรส หรือรับส่งผู้โดยสารผ่าน แกร็บไบค์ โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ การสลับแบตเตอรีได้ไม่จำกัดรอบตลอด 24 ชั่วโมง การจัดหาอุปกรณ์เสริมให้ เช่น ตะแกรงท้าย ที่วางโทรศัพท์มือถือ และสายชาร์จแบตเตอรีสำหรับชาร์จไฟ

ที่บ้านหรือที่สถานี การจัดหารถสำรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนค่าบำรุงรักษารถ การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดการใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคาดว่าโปรแกรมนี้จะช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสามารถเข้าถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสามพันธมิตรหลักได้กว่า 3,000 คันภายในปี 2567

Grab

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ บทบาทของภาคเอกชนในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยโดยได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารของบริษัทพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย วิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด, อาวีมาศ สิริแสงทักษิณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด, มร. ลาดี เดอลาโน่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Moove 

พร้อมด้วย เมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทาง และบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และทรรศนะในการผลักดันการใช้ EV ในประเทศไทย พร้อมหาแนวทางในการสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ให้สามารถเข้าถึง EV ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ด้าน อาวีมาศ สิริแสงทักษิณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด กล่าวว่า บริษัท สวอพแอนด์โก จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพของ ปตท. มีเป้าหมายที่จะเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ร่วมขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการร่วมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือกับแกรปในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ตอบสนองให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านตามทิศทางการใช้พลังงานของประเทศ พรัอมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป

ทางฝั่งของพาร์ทเนอร์ผู้จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย วิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เล่าว่า Rever Automotive มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม

ผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD หลากหลายรุ่นสู่ตลาดไทย โดยเราได้ส่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ BYD มาทั้ง 3 รุ่นเพื่อผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บภายใต้โครงการ แกร็บ อีวี

ทั้งนี้ เราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยเห็นความสำคัญของการใช้รถ EV และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคกล้าที่เปลี่ยนเพื่อสิ่งแวดล้อม และชีวิตที่ดีกว่า

ด้าน ลาดี เดอลาโน่ (Ladi Delano) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และผู้ร่วมก่อตั้ง MOOVE กล่าวว่า การเข้าถึงสินเชื่อรถยนต์ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคของพาร์ทเนอร์ในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Moove ได้ผนึกกำลังกับ แกร็บ เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า

ผ่านผลิตภัณฑ์ Drive To Own ของเราได้ โดยเราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์คนขับของ แกร็บ เท่านั้น แต่ยังจะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย และยังขยายไปในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay