Grab เผยแนวคิด ไม่มีคำว่า “เกษียณ” สำหรับคนที่ไม่หยุด “เรียนรู้”

0
204
Grab

แกร็บ (Grab) เผยแนวคิด ไม่มีคำว่า “เกษียณ” สำหรับคนที่ไม่หยุด “เรียนรู้” เปิดมุมมองประสบการณ์ เมื่ออายุไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นสิ่งใหม่…

Grab เผยแนวคิด ไม่มีคำว่า “เกษียณ” สำหรับคนที่ไม่หยุด “เรียนรู้

เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัย 60 เกษียณ อาจเปรียบเสมือนปลายทางสำหรับคนทำงานหลาย ๆ คนที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายสิบปี เพื่อจะมีโอกาสได้ใช้เวลาในช่วงบั้นปลายดูแลตัวเอง และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว หากแต่ยังมีอีกหลายคนที่กลับรู้สึกว่า ชีวิต ไม่จำเป็นต้อง หยุดนิ่ง เมื่อก้าวสู่วัยเกษียณ

แต่กลับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปิดโลก และอาจกลายเป็นประตูที่นำทางไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ของชีวิตด้วยก็เป็นได้ เฉกเช่น เดชา เจริญกิจขจรไชย หนุ่มใหญ่วัย 65 ปีที่ยังคงหาเลี้ยงชีพด้วยการขับแกร็บคาร์ และ วิชัย เติมธนวัฒน์ 

อดีตผู้จัดการฝ่ายขายในบริษัทยาชั้นนำวัย 72 ที่ผันตัวมาขับรถส่งอาหารกับแกร็บฟู้ด ทั้ง 2 ไม่ปล่อยให้อายุที่ล่วงเลยเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และเปิดรับประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิต

เรียนรู้ที่จะ “ปรับตัว

Grab

เดชา เจริญกิจขจรไชย คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการทำงานเพื่อหาเลี้ยงลูก 3 คนจนสามารถเรียนจบปริญญา เขาผ่านร้อนผ่านหนาว และอุปสรรคชีวิตต่าง ๆ มามากมาย แต่ยังคงไม่คิดจะหยุดพัก โดยเล่าว่า “พออายุมากขึ้น ผมหันกลับมามองตัวเองและตั้งคำถามว่าถึงเวลาที่จะต้องหยุดพักหรือยังทำงานต่อไปได้

สำหรับผมแล้ว ถึงแม้จะส่งเสียลูก ๆ ทั้ง 3 จนจบปริญญาตรี แต่บทบาทของความเป็นพ่อไม่เคยจบ ผมยังมีความฝันที่อยากจะซื้อบ้านสักหลังให้ลูก ยังอยากทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงเพื่อให้เขาได้เติบโตอย่างมีความสุข จึงตัดสินใจว่าจะไปต่อในวัยเกษียณ ทุกวันนี้ผมถามตัวเองเสมอว่า เรายังสามารถทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อที่จะก้าวไปถึงฝัน และจุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้”

การเกษียณในแบบฉบับของผมคงไม่ใช่การหยุดพัก แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจากการขับรถแท็กซี่ที่ทำมานานกว่า 12 ปี หันมาลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้มากขึ้น ได้ปรับตัวเพื่อก้าวออกจากความเคยชินเดิม ๆ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิต ช่วยให้เราเข้าถึงงานและหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น

Grab

จากแต่ก่อนตอนขับแท็กซี่ต้องวนรถ หรือจอดรอผู้โดยสาร แต่ตอนนี้มีแอปพลิเคชันอย่างแกร็บที่ช่วยอำนวยความสะดวก ส่งงานมาให้เราโดยตรง อายุมากขึ้นจะให้ขับรถวนทั้งวันเหมือนแต่ก่อนคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอีกต่อไป ผมเลยลองรับงานผ่านแอปดู

เพราะงานขับรถรับส่งผู้โดยสารถือเป็นงานที่ผมถนัด แถมยังเป็นช่องทางที่ทำให้มีรายได้ที่สมเหตุสมผล ชีวิตวัยเกษียณของผมจะไม่หยุดอยู่กับที่ และจะยังสู้ต่อไปเพื่อลูก

“ช่วงแรกที่เริ่มขับแกร็บใหม่ ๆ ผมเอาประสบการณ์จากสมัยที่ขับแท็กซี่มาประยุกต์ใช้ในการให้บริการลูกค้า สิ่งที่ท้าทายคือเราต้องปรับตัวที่จะเรียนรู้เทคโนโลยี และการใช้แอป ตอนแรก ๆ ยอมรับเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่หลังจากขับมาได้ 3 ปีก็คุ้นชิน

และใช้ได้คล่องมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะขับแท็กซี่หรือขับแกร็บ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เราต้องมีความขยัน และมีใจรักบริการ เพราะงานขับรถรับส่งผู้โดยสารแบบนี้ ยิ่งทำมากก็ยิ่งมีรายได้มาก” เดชา เสริม

เรียนรู้ที่จะ “ไม่หยุดเรียนรู้

Grab

อีกหนึ่งนักสู้ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน วิชัย เติมธนวัฒน์ อดีตผู้จัดการฝ่ายขายที่สั่งสมประสบการณ์การทำงานมากว่า 30 ปีคนนี้คือตัวอย่างของคำนิยามที่ว่า อายุเป็นแค่เพียงตัวเลข เพราะแม้จะผ่านชีวิตมาจนเข้าสู่วัย 72 ปีแต่ก็ยังมองว่าการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

เขายังคงมองหาโอกาสในการทำงาน เพื่อส่งต่อประสบการณ์ชีวิต และข้อคิดดี ๆ ให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ หลายคนอาจมองว่าวัยอย่างผมควรหยุดพักอยู่บ้านได้แล้ว แต่การได้ออกไปข้างนอกคือการเติมเต็มความสุขของผม ทำให้เราได้เปิดหูเปิดตา และหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ชีวิต

ผมเองยังไม่เคยคิดเรื่องการเกษียณ ด้วยเงื่อนไขของอายุอาจทำให้มีข้อจำกัดในการทำงาน บริษัทหลายแห่งไม่ค่อยอยากรับ แต่เพราะแกร็บไม่มีการจำกัดอายุ ผมจึงเลือกมาลองขับแกร็บฟู้ด โดยให้บริการรับ-ส่งอาหารในย่านปิ่นเกล้าซึ่งอยู่ใกล้บ้าน

“การได้มาทำงานตรงนี้ทำให้ผมมีความสุข เพราะเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้ และสัมผัสโลกภายนอกอยู่ตลอดเวลา ผมสนุกที่ได้ขับรถ และชอบที่ได้ออกมาเจอผู้คน ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคนอื่น โดยเฉพาะกับน้อง ๆ ที่ส่งอาหารเหมือนกัน เป็นโอกาสให้ได้ถ่ายทอด และส่งต่อประสบการณ์ทั้งในชีวิต และการทำงาน

เผื่อพวกเขาจะได้นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นประโยชน์กับชีวิตไม่มากก็น้อย ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ และทำให้ชีวิตของผมมีสีสันในทุก ๆ วัน แทนที่จะนั่งเหงาอยู่บ้านตัวคนเดียว แถมยังมีรายได้อีกด้วย” วิชัย กล่าว

Grab

เรียนรู้ที่จะ “ประเมินตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการขับแกร็บฟู้ดคือ เราต้องหมั่นสังเกต และประเมินตัวเองว่าเราไหวถึงแค่ไหน เพราะหากเราทำเกินกำลังก็ไม่ส่งผลดีกับตัวเอง ต้องยอมรับว่าร่างกาย และพละกำลังของเราไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อน อย่างตอนแรกผมเริ่มขับประมาณ 8 รอบต่อวัน แล้วขยับขึ้นมาเป็น 10 รอบ หรือมากสุดก็ 12 รอบ

แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว และเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ และความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน พยายามหาจุดกึ่งกลางที่เรายังสามารถทำงานไหว และไม่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายมากนัก

Grab

เรียนรู้ที่จะ “เปิดโอกาสให้ตัวเอง

ถึงแม้อายุจะมากแล้ว แต่โอกาสก็ยังเข้ามาให้เราไขว่คว้า และต่อยอดได้เสมอ เพียงแค่เราเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เราอาจจะได้ประสบการณ์ที่มันคุ้มค่ากับชีวิตก็เป็นได้” 

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตมาตลอด 60 ปี คือการที่เราจะต้องพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ให้ตัวเอง ได้ออกจากความเคยชินเดิม ๆ ไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีอะไรจะปิดกั้นเราได้ ขอแค่เปิดใจและให้โอกาสตัวเอง คำว่า เกษียณ ก็จะไม่ใช่ปลายทางสำหรับคนอายุ 60 อีกต่อไป

ถ้าผมไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองแล้วเลือกที่จะหยุดพักหรือเกษียณอายุเหมือนที่หลาย ๆ คนทำ ผมคงไม่มีโอกาสที่ได้เปิดโลกใบใหม่ ได้เจอกลุ่มเพื่อนต่างวัยแต่ใจเดียวกันแบบนี้ ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับรุ่นน้องซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลาน ได้ส่งต่อประสบการณ์การทำงาน และการใช้ชีวิตกว่า 70 ปีของผมให้คนรุ่นหลังนำไปปรับใช้กับชีวิตของพวกเขา

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.