วิธีสมัคร พร้อมทดลองใช้ AIS Disney+ Hotstar บริการสตรีมมิ่งสุดปัง!!

AIS Disney+ Hotstar

วิธีสมัคร พร้อมทดลองใช้ AIS Disney+ Hotstar บริการสตรีมมิ่งสุดปัง!! ที่หลายคนรอคอย หลังเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้…

วิธีสมัคร พร้อมทดลองใช้ AIS Disney+ Hotstar บริการสตรีมมิ่งสุดปัง!!

สิ้นสุดการรอคอยกับบริการสตรีมมิ่งที่ทุกคนถามอย่าง เอไอเอส ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ (AIS Disney+ Hotstar) หลังจากที่ เอไอเอส ได้ประกาศจับมือกับทางดิสนีย์ไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา วันนี้พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว

แน่นอนว่าน่าจะมีหลายคนสงสัยว่าทำไมจึงเป็นชื่อ ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ เพราะแต่เดิมบริการสตรีมมิ่งของ ดิสนีย์ นั่นใช้ชื่อว่า ดิสนีย์พลัส(Disney+) แต่พอเข้าไทยกลับกลายเป็น ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ (Disney+ Hotstar) แทน

AIS Disney+ Hotstar

คำตอบของคำถามนี้เพราะ Hotstar คือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ทางดิสนีย์ ซื้อกิจการมาจากผู้ให้บริการในอินเดียมานั่นเองครับ จนทำให้เรียกกันติดปากกันมา ซึ่งคอนเทนต์ที่มีในก็จะแตกต่างกันนิดหน่อย โดยมีคอนเทนต์จากโซนเอเซียมากขึ้นกว่าที่มีอยู่ใน ดิสนีย์พลัส เดิมที่มีเพียงคอนเทนต์จากทาง Disney, Disney+ แลค่ายในเครือดิสนีย์

แต่คอนเทนต์ใน ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ จะเป็นคอนเทนต์จากกลุ่มประเทศไทย, เกาหลี, จีน หรือกลุ่มเอเซียนั่นเองครับ ความแตกต่างอีกประการคือเสียง และคำบรรยาย ก็จะมีเป็นเสียง และภาษา ของประเทศที่ดิสนีย์เข้าไปให้บริการครับ และยังแตกต่างในเรื่องของสิทะฺืในการเข้าใช้งานครับ

เพราะ ดิสนีย์พลัส จะมีรองรับการใช้งานพร้อมกันถึง 4 อุปกรณ์ ขณะที่ ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ จะใช้ได้เพียง 2 อุปกรณ์เท่านั้น และไม่มีระบบการรับชมแบบครอบครัวซึ่งแยกโปรไฟล์ได้ แต่ทาง ดิสนีย์พลัส นั่นมีบริการดังกล่าวนั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ นั้นอาจจะดีกว่าคือค่าบริการที่ค่อนข้างถูกกว่าฝั่งของ ดิสนีย์พลัส 

โดย ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ ที่สมัครกับทาง เอไอเอส นี้มีค่าบริการรายเดือนเพียง 99 บาท และรายปี 799 บาท และช่วงนี้ เพราะ เอไอเอส จัดแพ็กเกจรับชมสตรีมมิ่งในราคาพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ใช้ เอไอเอส ทั้งแบบรายเดือน และเติมเงิน เพียง 499 บาทต่อปี และแบบรายเดือนเพียง 49 บาทต่อเดือน เท่านั้น โดยให้ดูฟรี 1 เดือน (ในเดือนที่ 2)

ขณะที่ ดิสนีย์พลัส นั้น คิดราคารายเดือน 249 บาท และรายปี 2,500 บาท ครับ ส่วนคนที่ใจใช้งานสามารถดูวิธีการสมัครได้ด้านล่างนี้เลยครับ

AIS Disney+ Hotstar

  • สมัครผ่านระบบ IVR โดยกด *111 (รายเดือน) *112 (รายปี) แล้วโทรออก
  • สมัครผ่าน myAIS application โดยโหลดแอปฯ myAIS เข้าสู่ระบบด้วยเบอร์มือถือ และOTP มองหาแบนเนอร์ AIS Disney+ Hotstar เลือกแพ็กเกจรายเดือน / รายปี กด สมัคร และ ยืนยัน รอ sms แจ้งยืนยัน จากนั้นโหลดแอปฯ Disney+ Hotstar ลงอุปกรณ์ไว้ และทำตามเช่นเดียวกับการทำผ่าน แอปฯ

AIS Disney+ Hotstar

  • สมัครผ่าน www.ais.th/disney เข้าสู่ระบบด้วยเบอร์มือถือ และOTP มองหาแบนเนอร์ AIS Disney+ Hotstar เลือกแพ็กเกจรายเดือน / รายปี กด สมัคร และ ยืนยัน รอ sms แจ้งยืนยัน จากนั้นโหลดแอปฯ Disney+ Hotstar ลงอุปกรณ์ไว้ และทำตามเช่นเดียวกับการทำผ่าน แอปฯ
  • สมัครผ่านแอปฯ Disney+ Hotstar โดยโหลดแอปฯ จาก Google Play หรือ Appl Store (รออัพเดทในอนาคต) ลงในอุปกรณ์ เปิดแอปฯ เลือกแพ็กเกจรายเดือน / รายปี กด สมัคร และ ยืนยัน จากนั้นให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ เอไอเอส กด “ดำเนินการต่อ” รอ OTP (4 หลัก) เมื่อได้รับให้ใส่ในหน้าต่างการกรอกรหัส OTP เพียงเท่านี้ก็เริ่มรับชมได้เลย

AIS Disney+ Hotstar

ช่องทางการรับชม

  • บน เบราว์เซอร์ : Google Chrome เวอร์ชั่น 75 ขึ้นไป, Mozilla Firefox เวอร์ชั่น 70 ขึ้นไป, Safari เวอร์ชั่น 11 ขึ้นไป, Microsoft Edge เวอร์ชั่น 79 ขึ้นไป และ Safari เวอร์ชั่น 11 ขึ้นไป
  • บน โทรศัพท์ หรือ แท็บเล็ต : ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.4.4 ขึ้นไป, ระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป และสามารถรับชมได้บน Mobile web
  • บน เครื่องสมาร์ททีวี และกล่องดิจิทัล : Android TVs with TV OS 7.0 or above, Chromecast (Gen 2) และ Apple tvOS 11 

*ระบบ Android TV (ตั้งแต่เวอร์ชั่น 7.0) ส่วน Google TV ใน PlayStore แล้วดาวน์โหลดแอป Disney+ Hotstar ส่วน Apple TV (ตั้งแต่เวอร์ชั่น 11) ใน Appl Store

เมื่อคลิกที่การตั้งค่าด้านบนซ้าย จะพบกับเมนู ดาวน์โหลด ที่เราสามารถโหลดภาพยนต์ที่ต้องการมาเก็บไว้รับชมได้ในช่วงที่ไม่สามารถใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ ขณะที่เมนู รายการที่เฝ้าดู คือเมนูที่เราบันทึกคอนเทนต์ที่สนใจ ส่วนเมนู ประเภท ก็จะเป็นการจัดลำดับหมวดหมู่แนวของภาพยนต์ และซี่รี่ย์ สามารถกำหนดให้เป็นโหมดสำหรับเด็กได้ที่ปุ่มด้านบนขวา ระบบจะคัดเอาภาพยนต์ที่เหมาะกับเด็กโชว์อย่างเดียวครับ เมื่อเข้ามาดูคอนเทนต์ภายในแอปฯ ก็จะเห็นว่ามีการแบ่งแยกหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจนถึง 30 หมวดหมู่ ได้แก่ 

  • ดิสนีย์พลัส ออริจินัลล์
  • เมดอินไทยแลนด์
  • มาใหม่ล่าสุด
  • ภาพยนต์ทำเงินยอดฮิต
  • ซีรีส์ตะวันตกยอดนิยม
  • ซีรีส์เอเซียยอดนิยม
  • ซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องฮิต
  • สตาร์วอร์ส หลากหลายยุค
  • เจ้าหญิงดิสนีย์
  • โลกสดใสของพิกซาร์
  • เกาหลี และญี่ปุ่น
  • จีน
  • ภาคต่อสุดฮิต
  • สุดยอดสารคดี
  • แอนิดมชั่นต้องดู
  • บทเพลงบรรเลงใจ
  • ทั้งฮิตทั้งฮา
  • ความรักอบอวล
  • ผจญภัยสายบู๊
  • ไซไฟ แฟนตาซี
  • สุดสยอง 
  • ดราม่าชั้นดี
  • ภาพยนต์ขนะรางวัล
  • ท่องโลกเทพนิยาย
  • ซีรีส์แอนิเมชั่น
  • เรื่องโปรดจากดีสนีย์ แชนแนล
  • เรื่องโปรดจากดีสนีย์ จูเนียร์
  • ผู้หญิง ผู้ยิ่งใหญ่
  • รักวัยรุ่น
  • สั้นกระชับ ประทับใจ

AIS Disney+ Hotstar

*ในส่วนนี้แอดมินว่าการตั้งชื่อหมวดภาษาไทยนั้นจะค่อนข้างแปลกไปซักนิด ซึ่งหากเปลี่ยนภาษาในการแสดงผลได้จะดีขึ้นมาก

ตัวอย่างการรับชมภาพยนต์

*ตัวอย่างทำขึ้นนำเสนอรูปแบบการใช้งาน ห้ามมีให้คัดลอกไปเผยแพร่ในทุกกรณี

ผลจากการรับชมถือว่าคอนเทนต์ที่มีส่วนใหญ่มีคุณภาพของภาพ และเสียงที่จัดว่ามีคุณภาพสูง (ความชัดของเสียง และภาพที่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ใช้) รูปแบบการใช้งานไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ของคอภาพยนตร์ และซีรีส์ และด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินน่าจะเป็นอีกหนึ่งผู้ท้าชิงรายสำคัญของ Netflix ได้ไม่ยากเย็น นอกจานนี้ยังถือเป็นข่าวร้ายสำคนที่ชอบดูดไฟส์อีกด้วยเพราะตัวระบบไม่อนุญาติให้บันทึกภาพผ่านโปรแกรมบันทึกหน้าจอที่มีอยู่ในมือถือ ซึ่งแม้ว่าจะบันทึกได้ ก็ทำได้แต่หน้า โฮม เท่านั้น เมื่อเข้าสู่โหมดการเล่นภาพจะไม่ถูกบันทึกจะเป็นเพียงการบันทึกเสียงเท่านั้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.