Huawei แนะองค์กรธุรกิจจับตา 4 เทรนด์นวัตกรรมแห่งอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า

0
209

หัวเว่ย (Huawei) แนะองค์กรธุรกิจจับตา 4 เทรนด์นวัตกรรมสำคัญแห่งอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ที่จะกำหนดอนาคตของโลกอัจฉริยะอย่างครอบคลุมในปี ค.ศ. 2025…

Huawei แนะองค์กรธุรกิจจับตา 4 เทรนด์นวัตกรรมแห่งอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรที่มีการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ซึ่งในปี ค.ศ. 2021 ที่กำลังจะมาถึง เราก็จะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ แห่งอนาคตกันอีก

โดยจะมีเทรนด์ดิจิทัลเทคโนโลยีสำคัญถึง 10 เทรนด์ ซึ่งมีอย่างน้อย 4 เทรนด์ เทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมของทั้งประเทศไทย และต่างประเทศกันอีกครั้ง และจะเป็นการกำหนดอนาคตของการสร้างโลกอัจฉริยะอย่างครอบคลุมในปี ค.ศ. 2025 

Huawei
อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงเทรนด์นวัตกรรมที่มีนัยสำคัญภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ว่า ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ภารกิจของหัวเว่ยคือการเติบโตในประเทศไทยไปพร้อมกับการสนับสนุนประเทศไทย

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศไทยในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา ทั้งยังรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านเทรนด์เทคโนโลยีและเทรนด์อุตสาหรรมจากวันนี้จนถึงปี ค.ศ. 2025 ให้ทุกคนได้รับทราบ

โดยเทรนด์เทคโนโลยีโลกที่น่าจับตามองต่อจากนี้ครอบคลุม 4 ประเด็นหลักได้แก่ Augmented Creativity, Symbiotic Economy, 5G Rapid Rollout และ Global Digital Governance โดยเทคโนโลยีด้าน ICT จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเทรนด์เหล่านี้ และจะมีผลโดยตรงต่อการสร้างโลกอัจฉริยะให้เป็นจริงขึ้นมาได้

เทรนด์ Augmented Creativity คือการผสานกันระหว่าง AI และเทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในกระบวนการสร้างสรรค์งาน ทั้งนี้ รายงาน GIV (รายงานด้านวิสัยทัศน์ด้านอุตสาหกรรมโลกในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจัดทำโดยหัวเว่ย)

ระบุว่าองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า 97% จะเริ่มนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน รวมถึงส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า อันจะนำไปสู่เทรนด์ที่สองคือ Symbiotic Economy เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องการสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปในระดับโลกมากขึ้น

กว่า 85% จะใช้งานแอปพลิเคชันทางธุรกิจของตนเองผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีได้จากทุกแห่งหน การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจจะเป็นเรื่องปกติ และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการดำเนินธุรกิจจะต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับ 5G Rapid Rollout มีการคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีสถานีฐานสำหรับการให้บริการ 5G ถึง 6.5 ล้านสถานีทั่วโลก รองรับการให้บริการผู้ใช้งานได้มากถึง 2,800 ล้านคน ครอบคลุมจำนวนประชากรโลกถึง 58% 

และเทรนด์สุดท้ายที่น่าจับตามองก็คือ Global Digital Governance เมื่อเครือข่าย 5G แพร่หลายมากขึ้น ผู้คน และองค์กรธุรกิจใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมีจำนวนสูงถึง 180 เซตตะไบต์ (หรือ 180,000 ล้านเทระไบต์)

จึงต้องมีขั้นตอนการบริหารจัดการข้อมูลที่รัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งมาตรการป้องกันการล่วงละเมิดทางข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย เทรนด์สำคัญจากรายงาน GIV ของ หัวเว่ย นี้ ทำให้เห็นภาพของโลกอัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

Huawei

“หัวเว่ยเชื่อว่าทุกคนมุ่งหวังจะเห็นอนาคตอันน่าตื่นเต้นนี้ และต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงไปพร้อมกัน ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ICT จึงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ และจะตอบรับกับยุคใหม่นี้ด้วยวิสัยทัศน์ และภารกิจของบริษัท ซึ่งก็คือการเติบโตพร้อมกับการสนับสนุนประเทศไทยไปด้วยกัน” อาเบล เติ้ง กล่าวเสริม

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.