อินเทล เผยโฉมโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra ตัวแรก สำหรับ AI PC

Intel Core Ultra

อินเทล เผยโฉมโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra ตัวแรก สำหรับ AI PC ส่งมอบประสิทธิภาพการเล่นเกม และการประมวลผลอันเหนือชั้นพร้อมประหยัดพลังงานมากกว่าที่เคย…

อินเทล เผยโฉมโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra ตัวแรก สำหรับ AI PC

อินเทล ประกาศเปิดตัวตระกูลโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra 200S series ใหม่ ซึ่งจะขยายขีดความสามารถของ AI บนแพลตฟอร์มเดสก์ท็อป และนำเสนอตัวเลือก AI PC สำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูง

นำโดยโปรเซสเซอร์ Core™ Ultra 9 processor 285K เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์เจเนอเรชั่นล่าสุดนี้ประกอบด้วย 5 เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ใหม่ ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Performance-core (P-core) ล้ำสมัยสูงสุดถึง 8 คอร์ ซึ่งมีความเร็วสูงสุดเท่าที่เคยมีในเดสก์ท็อปพีซี1 

รวมถึงสถาปัตยกรรม Efficient-core (E-core) สูงสุดถึง 16 คอร์ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงกว่าเจเนอเรชั่นก่อนหน้าถึง 14% ในเวิร์กโหลดแบบมัลติเธรด 2 ปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่นี้ถือเป็นโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปรุ่นแรกที่รองรับหน่วยประมวลผลข่ายประสาท (Neural Processing Unit: NPU) ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Xe GPU ภายใน และเทคโนโลยีด้านมีเดียล้ำสมัย

ยกระดับด้วยศักยภาพ AI gaming

โรเบิร์ต ฮัลล็อค (Robert Hallock) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำแผนก AI และการตลาดทางเทคนิค ฝ่าย Client Computing Group อินเทล กล่าวว่า โปรเซสเซอร์ Core™ Ultra 200S series ใหม่ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของเราในการลดการใช้พลังงานลงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพการเล่นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมส่งมอบการประมวลผลที่ทรงพลัง ผลลัพธ์ที่ได้คือประสบการณ์การใช้งานที่ตัวเครื่องส่งความร้อนน้อยลง และมีความเงียบมากขึ้น ซึ่งถูกยกระดับด้วยศักยภาพ AI gaming

และการออกแบบสร้างสรรค์ด้วยพลังของ NPU ผสานกับความสามารถด้านเทคโนโลยีมีเดียที่เหนือชั้นซึ่งช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอเครื่องมือด้านกราฟิกของเราที่กำลังเติบโตให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ทำไมถึงสำคัญ : ด้วยประสิทธิภาพของนวัตกรรม Intel core (อินเทล คอร์) ล่าสุด โปรเซสเซอร์ Ultra 200S series ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงสูงสุดถึง 58% ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน4 ลดการใช้พลังงานในระบบลงสูงสุดถึง 165 วัตต์5 ขณะเล่นเกม

โปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่ได้ผสานศักยภาพ และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นขึ้นเข้าด้วยกัน พร้อมส่งมอบประสิทธิภาพเวิร์กโหลดแบบซิงเกิ้ลเธรดเร็วขึ้นสูงสุดถึง 6%6 และแบบมัลติเธรดเร็วขึ้นสูงสุดถึง 14%2 เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนหน้า

ด้วยความสามารถด้าน AI แบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วย CPU, GPU และ NPU ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสความอัจฉริยะ และขุมพลังประสิทธิภาพที่พวกเขาต้องการสำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์และเล่นเกมที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์  

ด้วยการนำ AI PC มาสู่ผู้ใช้งานเป็นครั้งแรก โปรเซสเซอร์ Ultra 200S series ส่งมอบประสิทธิภาพการใช้งานด้านการสร้างสรรค์ด้วย AI ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมสูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นเรือธงของคู่แข่ง7 ขณะที่ NPU ใหม่ช่วยเอื้อต่อการออฟโหลดฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของ AI 

อาทิ การเพิ่มความจุของ GPU เพื่อเพิ่มเฟรมเรตเกมมิ่ง อัตราเฟรมเรตในการเล่นเกม ลดการใช้พลังงานของเวิร์กโหลด AI ส่งเสริมการเข้าถึงกรณีการใช้งาน (Use case) ได้แก่ การวิเคราะห์ติดตามใบหน้า และท่าทางในเกมพร้อมลดผลกระทบที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับ AI PC แรกของอินเทล : ด้วยค่า TOPS (tera operations per second หรือหน่วยวัดประสิทธิภาพขีดความสามารถของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในการประมวลผล AI) ของทั้งแพลตฟอร์มสูงสุดถึง 36 โปรเซสเซอร์ Ultra 200S series ถือเป็นเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์แรกและดีที่สุดของอินเทลสำหรับ AI PC

โซลูชันสำหรับผู้ใช้งานแบบครบวงจร : โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S series มอบประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมด้าน AI ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ อีกทั้งขับเคลื่อนประสบการณ์ในการเล่นเกมอย่างแท้จริง ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพด้านเกมมิ่งสูงสุดถึง 28% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นเรือธงของคู่แข่งในตลาด8

ชิปเซ็ต Intel® 800 Series ใหม่ : ชิปเซ็ตล่าสุดในโปรเซสเซอร์ Core Ultra 200S series นี้ ได้ขยายการสอดประสานเข้ากันของแพลตฟอร์มสูงสุดถึง 24 PCIe 4.0 lanes พอร์ต SATA 3.0 สูงสุดถึง 8 พอร์ต และพอร์ต USB 3.2 สูงสุดถึง 10 พอร์ต เสริมประสบการณ์การใช้งานของการเชื่อมต่อ การจัดเก็บ และเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุม

Intel Core Ultra

โอเวอร์คล็อกปรับปรุงใหม่ : โปรเซสเซอร์ CoreUltra 200S series นำเสนอฟังก์ชั่นการโอเวอร์คล็อกแบบใหม่ด้วยระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูง มาพร้อมความถี่ในระดับเทอร์โบขนาด 16.6 MHz สำหรับ P-cores และ E-cores ส่วนควบคุมความจำใหม่รองรับหน่วยความจำ XMP และ CUDIMM DDR5 ที่ใหม่และทำงานรวดเร็วกับความจุสูงสุดถึง 48GB ต่อ DIMM สำหรับความจุรวม 192GB  นอกจากนี้ Extreme Tuning Utility ยังรวมส่วนเสริมของการโอเวอร์คล็อกไว้ภายในคลิกเดียว 

การเชื่อมต่อที่เหนือชั้น : โปรเซสเซอร์ Core Ultra 200S series มาพร้อม 20 CPU PCIe 5.0 lanes, 4 CPU PCIe 4.0 lanes, รองรับพอร์ต integrated Thunderbolt™ 4 ports จำนวน 2 พอร์ต, Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3. ขณะที่ Killer™ Wi-Fi มอบประสิทธิภาพการเชื่อมต่อแบบไร้สายแบบซูเปอร์ชาร์จ ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อผ่านการใช้งาน priority auto-detection การวิเคราะห์ และจัดการแบนด์วิธ รวมถึงการเลือก และสวิตช์ AP แบบอัจฉริยะ

ความปลอดภัยแบบมัลติเอ็นจิ้น : Silicon Security Engine ช่วยเก็บรักษาความลับของข้อมูล และการใช้โค้ดโดยรักษาประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดสำหรับเวิร์กโหลด AI ที่จำเป็น 

การจัดจำหน่าย : โปรเซสเซอร์ Core™ Ultra 200S series มีกำหนดวางจำหน่ายในร้านค้าออนไลน์ ร้านค้า และพันธมิตรผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอินเทลตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

หมายเหตุ

1ในบรรดาโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป x86 ที่กำหนดเป้าหมายที่ประมาณ 125W TDP โดยอิงจากการทดสอบประสิทธิภาพแบบ single thread/core เมื่อเปรียบเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้า และคู่แข่ง ณ เดือนตุลาคม 2024 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ intel.com/PerformanceIndex ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันออกไป

2วัดผลโดย SPECrate®2017_int_base (n-copies) ประเมินประสิทธิภาพระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ Core™ i9 14900K SPEC®, SPECrate® และ SPEC CPU® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Standard Performance Evaluation Corporation ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.spec.org/spec/trademarks.html

3ในบรรดาโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปที่กำหนดเป้าหมายที่ประมาณ 125W TDP ณ เดือนตุลาคม 2024 ฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ อาจต้องซื้อเพิ่มเติมหรือมีข้อกำหนดด้านความเข้ากันได้เฉพาะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ intel.com/performanceindex

4วัดการใช้พลังงานของโปรเซสเซอร์ระหว่างการโทร Zoom แบบ 1×1 โดยเปิดพื้นหลังเบลอบน NPU ระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ Core™ i9 14900K ผลลัพธ์ของแต่ละระบบอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากการใช้งาน การกำหนดค่า และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อพลังงานและประสิทธิภาพ

5วัดการใช้พลังงานของระบบเฉลี่ยระหว่างเล่น Warhammer: Space Marines 2 โดยระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ Core™ i9 14900K ผลลัพธ์ของแต่ละระบบอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากการใช้งาน การกำหนดค่า และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อพลังงาน และประสิทธิภาพ

6วัดผลโดย SPECrate®2017_int_base (1-copy) ประเมินประสิทธิภาพระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ Core™ i9 14900K SPEC®, SPECrate® และ SPEC CPU® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Standard Performance Evaluation Corporation ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.spec.org/spec/trademarks.html

7วัดผลโดยฟีเจอร์ AI Scene Edit Detection ใน Adobe After Effects ระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ AMD Ryzen™ 9 9950X

8วัดผลโดย Total War: Warhammer III – Mirrors of Madness Benchmark ระหว่าง Core™ Ultra 9 285K กับ AMD Ryzen™ 9 9950X

สำหรับฟีเจอร์ AI อาจมีการซื้อซอฟต์แวร์ การสมัครสมาชิก หรือการเปิดใช้งานโดยผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์ม หรืออาจมีข้อกำหนดเฉพาะด้านการกำหนดค่าหรือความเข้ากันได้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ intel.com/AIPC ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันออกไป

การปรับเปลี่ยนความถี่สัญญาณนาฬิกาหรือแรงดันไฟฟ้าอาจทำให้การรับประกันผลิตภัณฑ์เป็นโมฆะ และอาจลดความเสถียร ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของโปรเซสเซอร์ และชิ้นส่วนอื่น ๆ โปรดตรวจสอบรายละเอียดกับผู้ผลิตระบบ และส่วนประกอบ

ประสิทธิภาพที่ได้จะแตกต่างไปตามการใช้งาน การกำหนดค่า และปัจจัยอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ intel.com/PerformanceIndex

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay