KPMG ชี้!! CEO ทั่วโลกมองว่าสถานการณ์ธุรกิจจะไม่กลับเป็นปกติจนกว่าปี 2565

0
283

เคพีเอ็มจี (KPMG) จากงานวิจัย ชี้!! ซีอีโอ (CEO) ทั่วโลกเกือบครึ่งมองว่าสถานการณ์ธุรกิจจะไม่กลับเป็นปกติจนกว่าปี 2565…

highlight

  • ซีอีโอส่วนใหญ่จะรอจนกว่าประชากรมากกว่าครึ่งของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนก่อนที่จะเริ่มให้พนักงานเข้าออฟฟิศอีกครั้ง
  • ผู้นำ 9 ใน 10 วางแผนว่าจะให้พนักงานรายงานสถานะการฉีดวัคซีนของตน เพื่อความปลอดภัยของทั้งองค์กร
  • ความต้องการของซีอีโอทั่วโลกที่จะลดขนาดพื้นที่ของสำนักงานนั้นลดลงเป็นอย่างมาก และต่างมีการประเมินใหม่ด้านความต้องการที่จะดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่มีการพบปะพูดคุยกันต่อหน้าหลังจากพ้นวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

KPMG ชี้!! CIO ทั่วโลกมองว่าสถานการณ์ธุรกิจจะไม่กลับเป็นปกติจนกว่าปี 2565

ซีอีโอของบริษัทชั้นนำทั่วโลกต่างกำลังวางแผนองค์กรสำหรับ new normal หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 งานวิจัย 2021 KPMG CEO Outlook Pulse Survey พบว่าผู้บริหารระดับสูงเกือบครึ่ (ร้อยละ 45) คาดว่าธุรกิจจะไม่กลับเป็น ปกติ จนกว่าปี 2565 

ซึ่งต่างจากงานวิจัยของปีที่แล้ว ที่พบว่าเกือบ 1 ใน 3 (ร้อยละ 31) คาดว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติปลายปี 2564 นี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ซีอีโอ 1 ใน 4 (ร้อยละ 24) บ่งชี้ว่าโมเดลธุรกิจขององค์กรของตนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรแล้ว

KPMG
การวิจัยโดยเคพีเอ็มจีครั้งนี้ถูกจัดทำขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมปีนี้ โดยทำการสำรวจซีอีโอทั่วโลกจำนวน 500 คน เกี่ยวกับกลวิธีการตอบสนองต่อผลกระทบจากโควิด-19 และความน่าจะเป็นในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า พบว่าซีอีโอส่วนใหญ่ (ร้อยละ 55) มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงวัคซีนของพนักงาน

ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจว่าเมื่อใดจะให้ให้พนักงานเข้าทำงานในสำนักงานได้ ซีอีโอส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) มองทางเลือกที่จะให้พนักงานรายงานองค์กรเมื่อได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรวางกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงาน

แต่อย่างไรก็ตาม 1 ใน 3 (ร้อยละ 34) มีความกังวลเรื่องการแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งอาจส่งผลให้พนักงานเลือกที่จะไม่รับวัคซีน

KPMG
บิลล์ โทมัส ประธาน และซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล

บิลล์ โทมัส ประธาน และซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ก่อนการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ซีอีโอต่างต้องการที่จะมั่นใจว่าพนักงานของพวกเขาต่างได้รับการป้องกันจากเชื้อไวรัสโควิด19 แผนการแจกจ่ายวัคซีนในแต่ละประเทศทำให้ผู้นำมีกำลังใจ

และความมั่นใจมากขึ้นในการเตรียมพร้อมองค์กรสำหรับ new normal ซีอีโอต่างกำลังวางแผนรับมือกับการที่แต่ละพื้นที่จะได้รับวัคซีนไม่พร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินการขององค์กร ห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน และพนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเวลาที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่

งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารต่างมีมาตรการเด็ดขาดช่วงวิกฤติโควิด-19 เพื่อที่จะพลิกโฉมโมเดลการจัดการธุรกิจ (operating model) และวิธีการทำงาน มีการเร่งพัฒนาโปรเจกต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากความสมัครใจหรือเพราะความจำเป็น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้

เป็นชนวนให้ซีอีโอประเมินบทบาทขององค์กรที่มีต่อสังคม หลายๆ องค์กรได้ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องที่องค์กรอาจจะไม่เคยกล่าวถึงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการสนับสนุนความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่างภายในสังคม

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นสิ่งที่เราอยากให้ดำเนินต่อไป เนื่องจากสังคมเรายังต้องการความร่วมมือและการเปลี่ยนแปลงอีกมาก

KPMG ผลการสำรวจที่สำคัญ

นโยบายรัฐ และแผนการฉีดวัคซีนส่งผลต่อการตัดสินใจขององค์กร

ซีอีโอ 3 ใน 4 (ร้อยละ 76) มองว่าการที่รัฐบาลรณรงค์ให้ธุรกิจกลับมาปฏิบัติการเหมือนปกติจะเป็นสัญญาณให้แต่ละองค์กรอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่สำนักงานตามปกติ นอกจากนี้ ร้อยละ 61 ของผู้บริหารทั่วโลกกล่าวว่าจะรอจนกว่าการแจกจ่ายวัคซีนประสบผลสำเร็จ (มากกว่าร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีน) 

ในที่สำคัญๆ ก่อนที่จะตัดสินใจให้พนักงานกลับเข้าทำงานได้ตามปกติ เมื่อพนักงานกลับเข้าที่ทำงานแล้ว องค์กร 1 ใน 5 (ร้อยละ 21) จะมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมโดยการขอให้ลูกค้าและบุคคลภายนอกอื่น ๆ แจ้งถึงสถานะการฉีดวัคซีนของตนเองก่อนที่จะเข้ามาในบริเวณสำนักงาน 

 
จำนวนซีอีโอทั่วโลกที่ต้องการลดพื้นที่สำนักงานนั้นน้อยลงจากเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว

การวิจัยครั้งนี้พบว่ามีเพียงร้อยละ 17 ของซีอีโอทั่วโลกที่ต้องการลดขนาดสำนักงานลงเนื่องจากโควิด-19 ซึ่งต่างจากการสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ซีอีโอจำนวนร้อยละ 69 วางแผนที่จะลดขนาดสำนักงานภายใน 3 ปี้ข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจจะมีการลดขนาดสำเร็จแล้วหรือแผนการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้มีการเปลี่ยนแปลง

ผู้บริหารยังไม่เชื่อมั่นที่จะให้พนักงานทุกคนทำงานจากนอกสำนักงาน (remote working)

ซีอีโอต่างกำลังวางแผนว่า new normal จะเป็นอย่างไรหลังผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปแล้ว ซึ่งมีเพียง 3 ใน 10 (ร้อยละ 30) ของผู้บริหารระดับสูงที่จะมีการพิจารณาการทำงานแบบ hybrid คือการที่พนักงานส่วนใหญ่ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (remote working) 2-3 วันต่อสัปดาห์

ส่งผลให้มีเพียง 1 ใน 5 (ร้อยละ 21) องค์กรที่พร้อมจะจ้างพนักงานที่ทำงานจากนอกสำนักงาน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากผลสำรวจปีที่แล้ว (ร้อยละ 73 ในปี 2563)

KPMG

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกบ่งชี้ให้เป็นประเด็นที่ซีอีโอให้ความสำคัญมากที่สุด

ในช่วงล็อคดาวน์ การทำงานจากที่บ้านเป็นเรื่องปกติ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงขององค์กรในการรั่วไหลของข้อมูล ทำให้ผู้นำทั่วโลกต่างบ่งชี้ว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะส่งผลต่อการเติบโต

และการดำเนินธุรกิจขององค์กรในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นประเด็นที่ถูกบ่งชี้ให้มีความสำคัญกว่าด้านกฎหมาย ภาษี และห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน

ESG ยังคงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับองค์กร

การที่ COP26 กำลังจะถูกจัดขึ้นอีกครั้งในปีนี้ และการที่สหรัฐอเมริกาได้กลับมาเข้าร่วมในข้อตกลงปารีสลดโลกร้อน ทำให้ซีอีโอร้อยละ 49 ต้องการที่จะวางแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG ให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ซึ่งผู้นำทางธุรกิจส่วนใหญ่ (ร้อยละ 89) ให้ความสำคัญไปที่การคงประโยชน์ที่ได้รับจากช่วงโควิด-19 ในด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบที่องค์กรมีต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศให้มากที่สุดนอกจากนี้ผู้นำทั่วโลกเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 96) ต้องการที่จะเพิ่มความสำคัญด้านสังคมในการจัดการ ESG

KPMG
เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว

เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิ-19 และการเปลี่ยนแปลงที่ตามมาทำให้ซีอีโอต่างพิจารณาจุดมุ่งหมาย คุณค่า และวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เราได้เห็นหลาย ๆ องค์กรทำการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าที่วางแผนไว้ในการจัดการ

ด้าน ESG ในการรับมือกับลูกค้า และในกลยุทธ์ทางด้านดิจิทัลขององค์กร ในประเทศไทยเองเราก็ได้เห็นหลาย ๆ องค์กรเพิ่มช่องทางติดต่อ และค้าขายออนไลน์ และพัฒนาโครงสร้างระบบดิจิทัลขององค์กร

นอกจากนี้เรายังเห็นได้ว่ามีการเพิ่มความสำคัญไปที่การพัฒนาสังคม สร้างความยั่งยืน และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล ในปีที่ผ่านมาหลาย ๆ องค์กรได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่จะนำมาซึ่งอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า พนักงาน และสังคม

KPMG

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.