เคพีเอ็มจี (KPMG) จากงานวิจัย ชี้!! ซีอีโอ (CEO) ทั่วโลกเกือบครึ่งมองว่าสถานการณ์ธุรกิจจะไม่กลับเป็นปกติจนกว่าปี 2565…
highlight
ซีอีโอส่วนใหญ่จะรอจนกว่ าประชากรมากกว่าครึ่ งของประเทศได้รับการฉีดวัคซีนก่ อนที่จะเริ่มให้พนักงานเข้ าออฟฟิศอีกครั้ง
ผู้นำ 9 ใน 10 วางแผนว่าจะให้พนั กงานรายงานสถานะการฉีดวัคซี นของตน เพื่อความปลอดภัยของทั้งองค์กร
ความต้องการของซีอีโอทั่วโลกที่ จะลดขนาดพื้นที่ของสำนักงานนั้ นลดลงเป็นอย่างมาก และต่างมีการประเมินใหม่ด้ านความต้องการที่จะดำเนินธุรกิ จแบบเดิมที่มีการพบปะพูดคุยกั นต่อหน้าหลังจากพ้นวิกฤติ การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 แล้ว
KPMG ชี้!! CIO ทั่วโลกมองว่าสถานการณ์ธุรกิจจะไม่กลับเป็นปกติจนกว่าปี 2565
ซีอีโอของบริษัทชั้นนำทั่วโลกต่ างกำลังวางแผนองค์กรสำหรับ new normal หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด -19 งานวิจัย 2021 KPMG CEO Outlook Pulse Survey พบว่าผู้บริหารระดับสูงเกือบครึ่ ง (ร้อยละ 45) คาดว่าธุรกิจจะไม่กลับเป็น “ปกติ “ จนกว่าปี 2565
ซึ่งต่างจากงานวิจัยของปีที่แล้ ว ที่พบว่าเกือบ 1 ใน 3 (ร้อยละ 31) คาดว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติ ปลายปี 2564 นี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิ ดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรั สโควิด -19 ทำให้ซีอีโอ 1 ใน 4 (ร้อยละ 24) บ่งชี้ว่าโมเดลธุรกิจขององค์ กรของตนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่ างถาวรแล้ว
การวิจัยโดยเคพีเอ็มจีครั้งนี้ ถูกจัดทำขึ้นระหว่างเดือนกุ มภาพันธ์ และมีนาคมปีนี้ โดยทำการสำรวจซีอีโอทั่ วโลกจำนวน 500 คน เกี่ยวกับกลวิธีการตอบสนองต่ อผลกระทบจากโควิด -19 และความน่าจะเป็นในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า พบว่าซีอีโอส่วนใหญ่ ( ร้อยละ 55) มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึ งวัคซีนของพนักงาน
ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจว่ าเมื่อใดจะให้ให้พนักงานเข้ าทำงานในสำนักงานได้ ซีอีโอส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) มองทางเลือกที่จะให้พนั กงานรายงานองค์กรเมื่อได้รั บการฉีดวัคซีน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรวางกลยุทธ์ การรักษาความปลอดภัยให้กับพนั กงาน
แต่อย่างไรก็ตาม 1 ใน 3 (ร้อยละ 34) มีความกังวลเรื่องการแพร่ข้อมู ลที่เป็นเท็จเกี่ยวกั บความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งอาจส่งผลให้พนักงานเลือกที่ จะไม่รับวัคซีน
บิลล์ โทมัส ประธาน และซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล
บิลล์ โทมัส ประธาน และซีอีโอ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ก่อนการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ซีอีโอต่างต้องการที่จะมั่นใจว่ าพนักงานของพวกเขาต่างได้รั บการป้องกันจากเชื้อไวรัสโควิด – 19 แผนการแจกจ่ายวัคซีนในแต่ ละประเทศทำให้ผู้นำมีกำลั งใจ
และความมั่นใจมากขึ้ นในการเตรียมพร้อมองค์กรสำหรับ new normal ซีอีโอต่างกำลังวางแผนรับมือกั บการที่แต่ละพื้นที่จะได้รับวั คซีนไม่พร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนิ นการขององค์กร ห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน และพนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิ จในระยะเวลาที่ต่างกันในแต่ละพื้ นที่
“งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่ าผู้บริหารต่างมีมาตรการเด็ ดขาดช่วงวิกฤติโควิด -19 เพื่อที่จะพลิกโฉมโมเดลการจั ดการธุรกิจ (operating model) และวิธีการทำงาน มีการเร่งพัฒนาโปรเจกต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเนื่องจากความสมั ครใจหรือเพราะความจำเป็น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ครั้งนี้
เป็นชนวนให้ซีอี โอประเมินบทบาทขององค์กรที่มีต่ อสังคม หลายๆ องค์กรได้ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่ องที่องค์กรอาจจะไม่เคยกล่าวถึ งมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการสนับสนุ นความหลากหลายและการยอมรั บความแตกต่างภายในสังคม
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ จำเป็น และเป็นสิ่งที่เราอยากให้ดำเนิ นต่อไป เนื่องจากสังคมเรายังต้ องการความร่วมมือและการเปลี่ ยนแปลงอีกมาก “
ผลการสำรวจที่สำคัญ
นโยบายรัฐ และแผนการฉีดวัคซีนส่ งผลต่อการตัดสินใจขององค์กร
ซีอีโอ 3 ใน 4 (ร้อยละ 76) มองว่าการที่รัฐบาลรณรงค์ให้ธุ รกิจกลับมาปฏิบัติการเหมือนปกติ จะเป็นสัญญาณให้แต่ละองค์กรอนุ ญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่ สำนักงานตามปกติ นอกจากนี้ ร้อยละ 61 ของผู้บริหารทั่วโลกกล่าวว่ าจะรอจนกว่าการแจกจ่ายวัคซี นประสบผลสำเร็จ (มากกว่า ร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉี ดวัคซีน )
ในที่สำคัญๆ ก่อนที่จะตัดสินใจให้พนักงานกลั บเข้าทำงานได้ตามปกติ เมื่อพนักงานกลับเข้าที่ ทำงานแล้ว องค์กร 1 ใน 5 (ร้อยละ 21) จะมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติ มโดยการขอให้ลูกค้าและบุ คคลภายนอกอื่น ๆ แจ้งถึงสถานะการฉีดวัคซี นของตนเองก่อนที่จะเข้ามาในบริ เวณสำนักงาน
จำนวนซีอีโอทั่วโลกที่ต้ องการลดพื้นที่สำนักงานนั้นน้ อยลงจากเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว
การวิจัยครั้งนี้พบว่ามีเพียงร้ อยละ 17 ของซีอีโอทั่วโลกที่ต้ องการลดขนาดสำนักงานลงเนื่ องจากโควิด -19 ซึ่งต่างจากการสำรวจเมื่อเดื อนสิงหาคม 2563 ที่ซีอีโอจำนวนร้อยละ 69 วางแผนที่จะลดขนาดสำนักงานภายใน 3 ปี้ข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจจะมี การลดขนาดสำเร็จแล้วหรื อแผนการรับมือกับการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสได้มีการเปลี่ ยนแปลง
ผู้บริหารยังไม่เชื่อมั่นที่ จะให้พนักงานทุ กคนทำงานจากนอกสำนักงาน (remote working)
ซีอีโอต่างกำลังวางแผนว่า new normal จะเป็นอย่างไรหลังผ่านวิกฤติ โควิด -19 ไปแล้ว ซึ่งมีเพียง 3 ใน 10 (ร้อยละ 30) ของผู้บริหารระดับสูงที่จะมี การพิจารณาการทำงานแบบ hybrid คือการที่พนักงานส่วนใหญ่ ทำงานจากที่ไหนก็ได้ (remote working) 2-3 วันต่อสัปดาห์
ส่งผลให้มีเพียง 1 ใน 5 (ร้อยละ 21) องค์กรที่พร้อมจะจ้างพนักงานที่ ทำงานจากนอกสำนักงาน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชั ดเจนจากผลสำรวจปีที่แล้ว (ร้อยละ 73 ในปี 2563)
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกบ่งชี้ ให้เป็นประเด็นที่ซีอีโอให้ ความสำคัญมากที่สุด
ในช่วงล็อคดาวน์ การทำงานจากที่บ้านเป็นเรื่ องปกติ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงขององค์ กรในการรั่วไหลของข้อมูล ทำให้ผู้นำทั่วโลกต่างบ่งชี้ว่ าความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็ นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะส่ งผลต่อการเติบโต
และการดำเนินธุ รกิจขององค์กรในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็ นประเด็นที่ถูกบ่งชี้ให้มี ความสำคัญกว่าด้านกฎหมาย ภาษี และห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน
ESG ยังคงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่ างต่อเนื่องสำหรับองค์กร
การที่ COP26 กำลังจะถูกจัดขึ้นอีกครั้งในปี นี้ และการที่สหรัฐอเมริกาได้กลั บมาเข้าร่วมใน ข้อตกลงปารีสลดโลก ร้อน ทำให้ซีอีโอร้อยละ 49 ต้องการที่จะวาง แผนการดำเนิ นงานด้านสิ่งแวดล้อม ( Environment) สังคม ( Social) และบรรษัทภิบาล ( Governance) หรือ ESG ให้รัดกุมยิ่งขึ้น
ซึ่งผู้นำทางธุรกิจส่วนใหญ่ (ร้อยละ 89) ให้ความสำคัญไปที่การคงประโยชน์ ที่ได้รับจากช่วงโควิด -19 ในด้านความยั่งยื นและการลดผลกระทบที่องค์กรมีต่ อสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิ อากาศให้มากที่สุดนอกจากนี้ผู้ นำทั่วโลกเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 96) ต้องการที่จะเพิ่มความสำคัญด้ านสังคมในการจัดการ ESG
เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว
เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิ ด -19 และการเปลี่ยนแปลงที่ตามมาทำให้ ซีอีโอต่างพิจารณาจุดมุ่งหมาย คุณค่า และวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เราได้เห็นหลาย ๆ องค์กรทำการเปลี่ยนแปลงที่ รวดเร็วกว่าที่วางแผนไว้ในการจั ดการ
ด้าน ESG ในการรับมือกับลูกค้า และในกลยุทธ์ทางด้านดิจิทั ลขององค์กร ในประเทศไทยเองเราก็ได้เห็ นหลาย ๆ องค์กรเพิ่มช่องทางติดต่อ และค้ าขายออนไลน์ และพัฒนาโครงสร้างระบบดิจิทั ลขององค์กร
นอกจากนี้เรายังเห็นได้ว่ามี การเพิ่มความสำคัญไปที่การพั ฒนาสังคม สร้างความยั่งยืน และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล ในปีที่ผ่านมาหลาย ๆ องค์กรได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่ จะนำมาซึ่งอนาคตที่ดีขึ้นสำหรั บลูกค้า พนักงาน และสังคม
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th