แมเวเนียร์ (Mavenir) ชี้ถึงเวลาที่เอเชียจะทรานส์ฟอร์มด้วย 5G Private Networks และเปลี่ยนเครือข่ายการสื่อสารเคลื่อนที่ไปสู่สภาพแวดล้อมเสมือนจริงโดยสมบูรณ์…
Mavenir ชี้ถึงเวลาที่เอเชียจะทรานส์ฟอร์มด้วย 5G Private Networks

Aniruddho BasuSenior Senior Vice President Emerging Business แมเวเนียร์ กล่าวว่า แนวโน้มของการนำเครือข่ายส่วนตัว (Private Network) ในภูมิภาคเอเซียด้วย 5G จะกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตช่วงไม่อีกกี่ปีจากนี้ เราจะได้เห็นเมืองทั้งเมืองเชื่อมต่อกันผ่านแอปพลิเคชั่นบนเครือข่าย 5G
และทำให้เกิดเชื่อมต่อระหว่าง ผู้คน, ชุมชน, บริการต่างจากทางภาครัฐ และภาคเอกชน จนกลายเป็นโครงสร้างที่นำไปสู่ Smart City ปลดพันธนาการ และจะเปลี่ยนชีวิตทุกชีวิต เปลี่ยนอุตสาหกรรม เปลี่ยนสังคม และเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งกลายเชื่อมโยงโครงข่ายจะก่อให้เกิดปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งเมื่อมีข้อมูลจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นเรื่องของความปลอดภัยก็จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ซึ่ง แมเวเนียร์ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับเครือข่าย (Network Software Provider) บนคลาวด์เนทีฟ (Cloud Native) แบบครบวงจร
ครอบคลุมเทคโนโลยีมือถือทั้งหมด และให้บริการการสื่อสารมากกว่า 250 ราย ใน 120 ประเทศ พร้อมที่จะเข้ามาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงวิธีการเชื่อมต่อสื่อสารในเอเซียให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการส่งมอบโซลูชันที่สามารถทำให้เครือข่ายมือถือมีระบบอัตโนมัติ และความคล่องตัว
ด้วยโซลูชันที่สามารถสร้างเครือข่ายของตนโดยอัตโนมัติ และรองรับเทคโนโลยีมือถือทั้งหมดบนเครือข่าย คลาวด์เนทีฟ เพื่อทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต้องหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการแข่งขัน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการบูรณาการข้อมูลในทุกระดับ

ปัจจัยผลักดันการเติบโต ของ Private Network ในเอเชียแปซิฟิก
การรักษาความปลอดภัย (Security) ข้อมูลต่างที่มีกระจายอยู่นั้นถือเป็นอาวุธกลับมาทำร้ายองค์กร ทำร้ายหน่วยงานของรัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม และประชาชนรายบุคคลต่าง ๆ ได้ ระบบเครือข่ายส่วนตัว Private Network จะเป็นระบบเครือข่ายที่มีความเป็นส่วนตัว
เป็นที่เฉพาะขององค์กร และมีการบริหารจัดการข้อมูลที่ปลอดภัย อีกทั้งยังใช้วิธีการลดความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางไซเบอร์ จากทั้งภายนอกและภายในได้ครบถ้วนทุกประการอีกด้วย
ประสิทธิผลในการทำงาน (Productivity) หลายครั้งที่ประสิทธิผลผลผลิตของงานมักจะถูกตีกรอบด้วยเครื่องมือและขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ไม่เอื้ออำนวย มีการติดขัดบ่อยครั้ง ระบบเครือข่ายส่วนตัว Private Network สามารถสร้างให้เกิดสมรรถนะแก่การสื่อสาร
ด้วยการเชื่อมต่อที่ได้คุณภาพ ความรวดเร็วลื่นไหล และขยายขนาดของสัญญาณการสื่อสารได้ถึง 10 เท่าตัว ดังนั้นการนำเอา M2M platform มาใช้งานนั้นจะลดขั้นตอนกระบวนการปฏิบัติงานต่างๆ ที่เคยยุ่งยากมากมายลงไปได้อย่างชัดเจน
ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (Safety) เราต่างตกอยู่ในความเสี่ยงกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือ ชีวิตส่วนตัว ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเราได้ ระบบเครือข่ายส่วนตัว Private Network สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งเข้ามาจากระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่เชื่อมต่ออยู่บนระบบเครือข่ายได้ และพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อข้อมูลที่วิเคราะห์เหล่านั้นอย่างไร จึงสามารถที่จะป้องกันประชากรที่เครือข่ายนั้นให้รอดพ้นจากความเสี่ยงทั้งทางสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้
ชุมชน (Community) เทคโนโลยีที่เหมาะสมมีส่วนช่วยสังคมมนุษย์ในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตได้ เครือข่ายของการสื่อสารระหว่างกันนั้นเป็นการช่วยส่งเสริมเรืองของการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
ระบบเครือข่ายส่วนตัว Private Network เป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวก มีเครื่องมือ และมีข้อมูลมากมายเพื่อรองรับชุมชนที่ต้องการรวมตัวกัน เพื่อยกระดับคุณภาพของสังคม เข้าถึงสวัสดิการของความเป็นอยู่ของชุมชนร่วมกัน

ด้าน Ben Patullo Vice Vice President Sales ASEAN แมเวเนียร์ กล่าวว่า เราเชื่อว่าภายใน 9 ปี (2030) กว่า 50% ของ Mega city จะอยู่ในเอเชียแปซิฟิก และการผลิตต่าง ๆ นั้นจะอยู่ที่เอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (Digital Health) ซึ่งจะมีการเติบโต ไม่น้อยกว่า 32% ต่อปี
โดยมีสาเหตุมาจากจำนวนประชาชากรสูงอายุ (Aging Society) ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความต้องการบริการทางด้านสุขอนามัยที่ดีมีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีอย่าง 5G ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะสามารถทำให้เกิดขึ้น นอกจกนนี้การที่สถาการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนรูปแบบของกระบวนการทำงานไปจากเดิม ทำให้หลายองค์กรจำเป็นต้องให้
พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานจากที่ใดก็ได้ ร่วมไปถึงการเชื่อมโยงกับ ชุมชน ที่เกี่ยวเนื่องธุรกิจนั้น ๆ ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบจากการเชื่อมโยงโครงข่ายจากอุปกรณ์ที่หลากหลาย ปัจจัยดังกล่าวนี้ จะช่วยส่งผลทำให้การให้บริการ Private Network เติบโต

“นี่คือ Digital Evolution อย่างแท้จริง 5G จะเข้ามามีอิทธิพลกับทุกชีวิตมนุษย์และทุกภาคส่วนมากขึ้น และจะไม่มีพื้นที่ใดถูกทอดทิ้งไม่ว่าจะห่างไกลแค่ไหน 5G จะสามารถนำชีวิตที่ดีให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม“

ขณะที่ Norman Donald Price Norman Donald Price Global CTO Emerging Business แมเวเนียร์ กล่าวเสริมว่า การมาถึงของยุค 5G จะนำมาซึ่งประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อมนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเผชิญหน้ากับโรคระบาด ทำให้เป็นถึงคุณค่า และความจำเป็นของ 5G
เทคโนโลยีถูกนำมาช่วยแก้ไขวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกๆด้าน ทั้งชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป และจะเป็นปัจจัยหลักสำคัญของโลกที่จะอยู่กับเรานับตั้งแต่บัดนี้ตลอดไปแม้โรคระบาดคลี่คลายก็ตาม
โฟกัส 5 ตลาด พร้อมนำเสนอผ่านกรณีศึกษา
Ben Patullo กล่าวเสริมว่า สำหรับตลาดประเทศไทย แมเวเนียร์ จะมุ่งโฟกัส ไปที่ 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce), ธุรกิจสุขภาพ (Health Business), สมาร์ทซิตี้ (Smart City), ภาคการผลิต (Manufacturing) และอุตสาหกรรมขุดเจาะ (Drilling industry)
โดยปัจจุบันจจุบัน แมเวเนียร์ ได้นำร่องโครงการในประเทศไทยไปบ้างแล้ว อาทิ การสร้งา Smart City ณ อำเภอบ้านฉาง ระยอง ซึ่ง แมเวเนียร์ ได้ผสมผสานเทคโนโลยี 5G เข้ากับ Private Network และเทคโนโลยีเชื่อมต่อสัญญาณวิทยุระบบเปิด (Open RAN) ให้ทำงานบน คลาวด์ (Cloud) ผ่านเครือข่าย 5G
เพื่อประสานให้กลายเป็นระบบนิเวศเดียวกันจากการใช้เสาสัญญาณ ผ่านอุปกรณ์ และแอปพลิเคชัน และใช้อุปกรณ์ IoT จากความร่วมมือหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อทำการวิเคราะห์มลพิษทางอากาศ ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ข้อมูลในการวางแนวทางการรักษาสภาพอากาศให้มีมีความสะอาดมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน แมเวเนียร์ ก็ได้ ทำโครงการกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยใช้เทคโนโลยี 5G Open RAN mmWave Private Network เข้าไปช่วยปรับปรุงความสามารถด้านโลจิสติกส์ และระบบสิ่งอำนวยความสะดวก ผ่านกล้อง UHD และ AGV ทำให้สามารถเพิ่มคุณภาพของการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และเรายังได้ดำเนินโครงการสร้างความปลอดภัยจังหวัดทางภาคเหนือของไทย โดยร่วมหน้าที่ของทหารไทยมีหน้าที่ปกป้องประเทศมีพรมแดนติดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดและมนุษย์ การค้ามนุษย์. การเฝ้าระวังชายแดนภูมิภาคต้องใช้วิธีการใหม่ในการตรวจจับ การเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์ผ่านโดรน

(การเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลาผ่านทางภาพถ่ายทางอากาศ แบบเรียลไทม์วิเคราะห์วิดิโอ จับภาพใบหน้าและระบุตัวตน)
และในอนาคตเรายังเล็งที่จะทำโครงการความร่วมมือกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในประเทศไทยเพิ่ม อาทิ โครงการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา, โครงการสร้างทางด่วนอัจริยะ ฯลฯ ซึ่งหากมองในมุมของ “ความพร้อม“ ประเทศไทย นับเป็นตลาดที่มีความพร้อมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ เนื่องมีมีนโยบาย และการดำเนินการที่ต่อเนื่อง

แมเวเนียร์ คือใคร
แมเวเนียร์ บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับเครือข่าย (Network Software Provider) สร้างอนาคตของระบบเครือข่ายด้วยซอฟต์แวร์ Mavenir มีเป้าหมายในการสร้างอนาคตของระบบเครือข่าย และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมุ่งเน้นไปที่วิสัยทัศน์ของเครือข่ายอัตโนมัติแบบซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนคลาวด์ใด ๆ ก็ได้
ในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟครบวงจรรายเดียวในอุตสาหกรรม Mavenir มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงวิธีการเชื่อมต่อของโลก เร่งการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายด้วยซอฟต์แวร์สำหรับผู้ให้บริการการสื่อสารมากกว่า 250 รายในกว่า 120 ประเทศ ซึ่งให้บริการมากกว่า 50% ของผู้ใช้บริการทั่วโลก

จุดแข็งของเทคโนโลยี
แมเวเนียร์ ให้บริการซอฟท์แวร์สำหรับระบบเครือข่ายที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเครือข่ายส่วนตัวของการสื่อสารเคลื่อนที่ไปสู่สภาพแวดล้อมเสมือนจริงได้โดยสมบูรณ์ โดยที่อุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และบริการต่าง ๆ ทำงานบนเครือข่ายแบบอัตโนมัติโดยอาศัยสถาปัตยกรรมแบบเปิด, คอนเทนเนอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ระบบเชื่อมสัญญาณวิทยุระบบเปิด (5G Open RAN) แบบครบวงจรของ แมเวเนียร์ เลือกใช้ช่วงคลื่นความถี่วิทยุระดับ mmWave และเสริมแกนกลางระบบสื่อสารของเทคโนโลยี 5G ด้วยมาตรฐานเทคโนโลยี Open API ซึ่งทำงานผสานกับโซลูชันแบบคลาวด์เนทีฟที่รองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันระบบจัดการเครือข่ายส่วนตัว
บนระบบเดิม เป็นพื้นฐานหลักของความเป็นเมืองอัจฉริยะ Smart City เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ อาทิ การจราจร, ความปลอดภัยสาธารณะ, ป้ายดิจิทัล และสภาพแวดล้อมที่มีความละเอียดอ่อน เป็นต้น

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























