ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ชวนสายวิ่งร่วมงาน Thailand Post EMS RUN 2026 เปลี่ยนพลัง EMS “ส่งด่วน” สู่ภารกิจส่งต่อ “โอกาสรักษา” สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.สมเด็จพระสังฆราชฯ ราชบุรี…
มากกว่าเส้นชัย! Thailand Post ชวนวิ่ง EMS RUN 2026 ส่งต่อโอกาสรักษาผู้ป่วย
การวิ่งหนึ่งก้าวอาจเป็นเรื่องของสุขภาพ แต่เมื่อหลายพันก้าวมารวมกัน พลังจากการวิ่งสามารถเดินทางต่อไปได้ไกลกว่าเส้นชัย ซึ่งคือความหมายของ Thailand Post EMS RUN 2026 (ไทยแลนด์ โพสท์ อีเอ็มเอส รัน 2026) “ไปรฯ ให้ถึง…ทุกก้าวมีความหมาย” กิจกรรมที่จัดขึ้นในวาระ ก้าวสู่ปีที่ 144 ของไปรษณีย์ไทย
และฉลองครบรอบ 40 ปี EMS ส่งด่วน ซึ่งนอกจากจะชวนคนไทยออกมาวิ่งเพื่อดูแลสุขภาพแล้ว รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานจะมอบให้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) จังหวัดราชบุรี เพื่อสนับสนุนความพร้อมด้านการแพทย์ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยในพื้นที่เข้าถึงการดูแลได้อย่างทันท่วงที

เบื้องหลังคำว่า “ทุกก้าวมีความหมาย” จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การชวนคนไทยออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่ยังเชื่อมไปถึงอีกหนึ่งความหมายของการ “ส่งต่อ” ไปช่วยเสริมความพร้อมด้านการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ ทั้งในด้านเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการตรวจ วินิจฉัย
และรักษาได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น วันนี้ ไปรษณีย์ไทยจึงชวนไปดูเบื้องหลังแนวคิดของ ไทยแลนด์ โพสท์ อีเอ็มเอส รัน 2026 ว่า เมื่อทุกก้าวจากสนามวิ่งถูกรวมเข้าด้วยกัน พลังเหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วย และเพิ่มความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างไร
ยกระดับความพร้อม รองรับความต้องการทางการแพทย์

นพ.สันติ สุขหวาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การมีทรัพยากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพียงพอ
จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การคัดกรอง ตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษา และส่งต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้มีการส่งแพทย์ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านสาขาวิชาโรคหัวใจ (Cardiology)
จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์ควบคู่กัน อาทิ เครื่องวิ่งสายพาน (Treadmill Test) และเครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) ซึ่งจะช่วยให้สามารถรองรับการตรวจและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจภายในโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น
“การมีเครื่องมือที่พร้อม จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการตรวจ และรักษาที่โรงพยาบาลได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลในตัวเมืองราชบุรี ซึ่งบางรายต้องเดินทางไกลถึง 30–70 กิโลเมตร จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่”

นอกจากการพัฒนาด้านโรคหัวใจแล้ว โรงพยาบาลยังดำเนินการตามแผนจัดหาและทดแทนเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางรายการที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้การให้บริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
เช่น รถพยาบาลที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทดแทนเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการรับ-ส่งและดูแลผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน พร้อมกันนี้ยังมีแผนจัดหาเครื่องมือด้านจักษุเพิ่มเติม อาทิ เครื่องวัดความดันตาแบบมือถือ โดยใช้โพรบ (Probe) เครื่องตรวจจอประสาทตาแบบอ้อมชนิดไร้สาย

กล้องจุลทรรศน์ตรวจตาชนิดลำแสงแคบ พร้อมระบบเก็บภาพดิจิทัล เครื่องวัดความดันตาแบบเป่าลมที่สามารถวัดความหนากระจกตา และเครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งจะเข้ามาเสริมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรอง และตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง หรือพบความผิดปกติสามารถเข้าสู่กระบวนการดูแล และส่งต่อแพทย์เฉพาะทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ดังนั้น การได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้โรงพยาบาลสามารถเดินหน้าตามแผนการพัฒนาศักยภาพ และจัดหาอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจและกลุ่ม NCDs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
เมื่อ “การคัดกรอง” ที่เร็วขึ้น อาจหมายถึงโอกาสรักษาการมองเห็น
หนึ่งในโจทย์ที่เห็นได้ชัดจากการให้บริการจริง คือ การคัดกรองโรคทางตาในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้นหาความผิดปกติ และนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะที่เหมาะสม

กันย์สินี วิเศษสิงห์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาคุณภาพบริการ และมาตรฐาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ป่วยเบาหวานในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ครอบคลุมทั้งผู้สูงอายุ และคนวัยทำงาน ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังต้องรองรับผู้สูงอายุในอำเภอดำเนินสะดวกแ ละพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 16,189 คน หรือคิดเป็น 26.57% ของประชากรในอำเภอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการตรวจโรคทางตาจำนวนมาก
ในปี 2569 พบว่า ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกมีผู้ป่วยเบาหวาน 6,969 ราย โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกมีผู้ได้รับการคัดกรองเบาหวานจอตา 2,624 ราย และในจำนวนนี้พบความผิดปกติ 594 ราย หรือประมาณ 23% ของผู้ที่ได้รับการคัดกรอง
ขณะที่ 115 ราย ได้รับการรักษาด้วย Laser PRP ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก เพราะเมื่อพบความผิดปกติเร็ว ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย รักษา หรือส่งต่อแพทย์เฉพาะทางได้เร็วขึ้นตามไปด้วย การมีเครื่องมือที่พร้อมจึงไม่ใช่เพียงช่วยให้บุคลากรทำงานสะดวกขึ้น แต่คือการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลรักษาในเวลาที่เหมาะสม

“สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การตรวจพบความผิดปกติของจอประสาทตาให้เร็วเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งคัดกรอง และพบความเสี่ยงได้เร็ว ผู้ป่วยก็ยิ่งมีโอกาสได้รับการวินิจฉัย และส่งต่อแพทย์เฉพาะทางได้เร็วขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น” กันย์สินี กล่าว
ให้ทุกก้าวมีความหมาย สู่ทรัพยากรที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการรักษา

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ทำหน้าที่ส่งมอบความสุข และความสำเร็จผ่านบริการ EMS ส่งด่วน ที่เคียงข้างคนไทยอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และในโอกาสครบรอบ 40 ปี EMS ส่งด่วน
ไปรษณีย์ไทย ขอเชิญชวนร่วมส่งมอบภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะความเร่งด่วนในการพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาก็เป็นหนึ่งในภารกิจส่งด่วนของไปรษณีย์ไทยที่มุ่ง ส่งทุกความสัมพันธ์ สู่ทุกความสำเร็จ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือโอกาสในการต่อชีวิต สานต่อลมหายใจ และมอบความหวังใหม่ให้กับใครบางคน
ไทยแลนด์ โพสท์ อีเอ็มเอส รัน 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นทางวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่คือการเชิญชวนทุกคนได้สวมบาท “พี่ไปรฯ” ที่พร้อมเปลี่ยนพลังทุกก้าววิ่งของตัวเอง ให้กลายเป็นทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญตามแนวคิด “ไปรฯ ให้ถึง…ทุกก้าวมีความหมาย“ เพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางการรักษาให้เดินทางไปถึงผู้ป่วยที่กำลังรอคอยอยู่ปลายทางได้อย่างทันท่วงที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ป่วยให้เข้าถึงการตรวจ วินิจฉัย และรับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้แล้ววันนี้ เพียงสมัครร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ Thai Run https://race.thai.run/thailandpostemsrun2026 โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไปรษณีย์ไทย จะมอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) จังหวัดราชบุรี
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























