สกมช. (NCSA) ร่วมกับ ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ดันโครงการ “Brighten Your Future by Cyber Skill” ตั้งเป้าสร้างคนสายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 1 หมื่นราย…
highlight
- สำนักงานคณะกรรมการการรั
กษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่ งชาติ หรือ สกมช. (NCSA) จับมือ ฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย (Fortinet) ภายใต้โครงการ “Brighten Your Future by Cyber Skill” สร้างอนาคตที่สดใสด้วยทักษะทาง Cyber วางเป้าหมายช่วยเหลือทั้งผู้ว่ างงาน ผู้ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ ผู้ที่ไม่มีความรู้ หรือต้องการเรียนรู้เพื่อ Re-skill/Upskill เพื่อโอกาสในการทำงานใหม่ ให้กลายเป็นกำลังพลทางไซเบอร์ เปิดหลักสูตรอบรมแบบเข้มข้น เพื่อเพิ่มทางเลือก และกำลังคนด้ านความมั่นคง และปลอดภัยแบบยั่ งยืน
NCSA ร่วมกับ Fortinet ดันโครงการ “Brighten Your Future by Cyber Skill” พร้อมตั้งเป้าสร้างคนไซเบอร์ 1 หมื่นราย

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจด้านการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 มีผู้ว่างงานเฉลี่ย 4.3 แสนคน ในขณะที่ความต้องการบุคลากรทางด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้กลับทวีสูงขึ้น
ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก ทาง สกมช. จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะเข้ามาช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสในการเลือกอาชีพเพื่อการทำงานให้กับบุคลากรที่ยังว่างงาน หรือบุคคลที่ต้องการชุดทักษะความรู้ใหม่ทางไซเบอร์เพื่อการเปลี่ยนอาชีพใหม่
จึงเปิดโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill สร้างอนาคตที่สดใสด้วยทักษะทาง Cyber ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนคนว่างงาน และเพิ่มบุคลากรทางไซเบอร์ไปพร้อมกัน

“ความความร่วมมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ สกมช. ร่วมกับ ฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย ในการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มกำลังคนทางไซเบอร์ การฝึกอบรมที่จะเกิดขึ้นผ่านความร่วมมือนี้ จะเป็นการคัดเลือกที่เข้มข้นโดยเปิดรับสมัครผ่าน Webinar ก่อนที่จะคัดเลือกผู้สมัครเข้าสู่รอบการฝึกอบรม ดังนั้น ผู้ที่เข้าร่วม
จะมั่นใจได้ว่าจะได้รับองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการก้าวสู่สายอาชีพนักไซเบอร์ได้จริง โดยปัจจุบันโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill นี้ ได้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมฝึกอบรมแล้ว 1,500 ราย แต่ สกมช. คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมตลอดทั้งปีอย่างน้อย 10,000 ราย” พลอากาศตรี อมร กล่าว
ทั้งนี้ โครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill ยังสอดคล้องกับกรอบนโยบายของประเทศที่สำคัญในด้านแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะแรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ที่สนับสนุนการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการแรงงาน และเพิ่มศักยภาพ ฝีมือแรงงานเข้าสู่มาตรฐานสากล ดังนั้น การสร้างกำลังคนให้มีทักษะที่หลากหลาย (Multi-Skilled) และการเพิ่มทักษะใหม่ (Re-Skilled) จึงเป็นสิ่งสำคัญ

“อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Brighten Your Future by Cyber Skill จำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีมาแล้วส่วนหนึ่ง และต้องมีความสามารถในการอ่านเขียนภาษาอังกฤษ ในระดับที่ดีพอใช้ได้ เพื่อความรวดเร็วในการฝึกอบรม ซึ่งการวัดผลการเข้าร่วมของโครงการ จะไม่ได้เป็นการวัดผล
ในรูปแบบของการรอให้จบโครงการในครั้งเดียว แต่จะเป็นการสอบการวัดผลโดยแบ่งออกเป็นรอบ ๆ เช่น เมื่อผู้เข้าร่วมอบรมครบหนึ่ง 1,000 ราย ก็จะมีการสอบวัดผล ด้านผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับ เกียรติบัตร หรือ ใบเซอร์ (Certificate) เพื่อยืนยันว่าได้ผ่านหลักสูตรของโครงการฯ แล้ว และทาง สกมช. ก็จะดำเนินการในการแนะนำ
ให้แก่หน่วยงาน หรือองค์กรที่สนใจ เพื่อให้ได้รับโอกาสในการเข้าไปฝึกงาน หรือทำงานในองค์กรนั้น ๆ ต่อไปในอนาคต สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ทาง สกมช. จะพิจารณาถึงการเสนอโครงการที่สนใจให้ในอนาคตเพื่อให้ได้เข้ามาร่วมอีกครั้ง” พลอากาศตรี อมร กล่าวเสริม

ด้าน ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจําประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ความต้องการบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก จากรายงาน 2023 Cybersecurity Skills Gap ของ ฟอร์ติเน็ต พบว่า ความต้องการบุคลากรมีมากถึง 4 ล้านคน
และผู้นำองค์กรเกือบ 70% ระบุว่าองค์กรของตัวเองต้องเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเกิดช่องว่าง (Skill Gap) ด้านบุคลากร และนี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของความมุ่งมั่นของฟอร์ติเน็ตที่ต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้อย่างเต็มที่
ในการทำงานร่วมกับสกมช. ผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ ฟอร์ติเน็ต ได้คัดเลือกหัวข้อในเรื่องของ Cloud Security ภายในศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Operation Center หรือ SOC)
และ Next-Gen Firewall โดยทั้ง 3 หัวข้อ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องการบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยเป็นอย่างมาก

“ฟอร์ติเน็ต ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ให้เกียรติและให้ความเชื่อมั่นในฟอร์ติเน็ต ในการทำงานร่วมกันอีกครั้งเพื่อสร้างบุคลากรทางไซเบอร์ โดยฟอร์ติเน็ตหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถให้ความรู้
พร้อมทั้ง Re-Skill/UpSkill ให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน หรือผู้ว่างงานที่มีพื้นฐานให้สามารถกลับเข้าสู่สายงาน หรือช่วยให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพมาทางไซเบอร์ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อการทำงานอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพต่อไป” ภัคธภา กล่าว
หวังองค์กรตะหนักรู้เท่าทันการใช้ Cloud Technology อย่างปลอดภัย

ในกรณีของ Cloud Security เมื่อองค์กรพัฒนา และนำระบบคลาวด์แอปพลิเคชันมาใช้มากขึ้น ความปลอดภัยก็จะซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย หลายองค์กรเริ่มนำคลาวด์ในรูปแบบ ไฮบริด หรือมัลติ-คลาวด์ มาใช้ ซึ่งทำให้พื้นที่โจมตีกว้างขึ้น และมีความซับซ้อนมากขึ้น
ฟอร์ติเน็ต จึงมุ่งเน้นที่การออกแบบเพื่อให้องค์กรใช้คลาวด์ได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นให้ความรู้และฝึกอบรมบุคคลทั่วไปที่ต้องการ Re-Skill/Upskill เพื่อเสริมทักษะทางด้านคลาวด์ ให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ และแพลตฟอร์มการทำงานของฟอร์ติเน็ต
เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของฟอร์ติเน็ตบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ SOC หรือ ศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย คือหัวใจสำคัญในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะช่วยติดตามทุกองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานให้มีความปลอดภัย
ยังช่วยประเมินสถานะความเสี่ยง รวมถึงตอบสนองต่อภัยคุกคาม ไฟร์วอลล์ก็ถือเป็นปราการสำคัญในการป้องกันเครือข่าย เนื่องจากคลาวด์คอมพิวติ้ง และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดมีการเติบโตอย่างมาก จึงยิ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีโซลูชันรักษาความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุม
และการมีบุคลากรที่เข้าใจการทำงานของ SOC และ Next-Gen Firewall ก็นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรเช่นเดียวกัน

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























