NT เผยรายได้ครึ่งปี 68 ทำได้ตามเป้ากำไร 4 พันล้านบาท ดีกว่าแผนที่วางไว้

NT

เอ็นที (NT) เผยความสำเร็จจากแผนการดำเนินธุรกิจทำได้เกินคาด ครึ่งปีแรกของปี 2568 ทำกำไรได้กว่า 4 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าตามแผนลุยเซ็นพาทเนอร์ 2-3 ราย ลุยธุรกิจใหม่ ๆ…

highlight

  • เอ็นที เผยผลการดำเนินงานครึ้งปีแรกกำไร 4 พันล้าน พร้อมเดินหน้าต่อหวังดันรายได้สิ้นปีเข้าเป้าตามแผน พร้อมลุยโครงการผ่านความร่วมมือกับพาทเนอร์ใหม่ ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสธุรกิจดาวเทียม LEO, Cloud และบรอดแบรนด์ ด้วยแนวคิด Asean Digital Hub ตามแผนยูทธศาสตร์ประเทศ

NT เผยรายได้ครึ่งปี 68 ทำได้ตามเป้ากำไร 4 พันล้านบาท ดีกว่าแผนที่วางไว้

NT
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที กล่าวว่า  ในครึ่งปีแรกของปี 2568 ของ เอ็นที มีผลการำเนินงานรวม 41,118 ล้านบาท จากธุรกิจโมบาย บรอดแบนด์ โครงสร้างพื้นฐาน และบริการดิจิทัล ซึ่งสามารถทำกำไรสุทธิ 4,110 ล้านบาท

คาดสิ้นปี 68 จะสามาถทำรายได้รวมกว่า 67,525 ล้านบาท และสร้งากำไรสุทธิได้ตามเป้าหมายของแผนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นการร่วมรายได้จากดอกเบิ้ยส่วนเพิ่ม จากค่าคดีความส่วนแบ่งผลประโยชน์ ระหว่าง เอ็นที และ บจก.จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวเคชั่นส์ จำนวน 5,128 ล้านบาท

NT

ทั้งนี้ เอ็นที สามารถทำกำไรในครึ่งปีแรกสูงกว่าแผนของธุรกิจ เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่าย และปัจจัยภาพรวมของการบริหารจัดการ โดยสามารถทำให้ตัวเลข EBIT เพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จายในส่วนของ พนักงาน และค่าเสื่อมสภาพ ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 2564-2568 ซึ่งมีผลทำให้ เอ็นที สามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ

หรือการกำกับ และติดตามการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ จากมติของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เอ็นที จะยังคงดำเนินการดำเนินงานตามเป้าหมายเดิมอย่างเคร่งครัด ภายใต้การกำกับการดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ที่มุ่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักในการ เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย สนับสนุนภารกิจภาครัฐ และการพัฒนาองค์กร

เดินหน้าตามแผนในครึ่งปีที่เหลือ เพื่อสร้างกำไรตามเป้าหมาย

NT

หลังจากที่ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 850 MHz, 2300 MHz และ 2100 MHz ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เอ็นที ได้ ผลักดันแผนธุรกิจ โดยได้โยกฐานลูกค้าเดิมที่มี ให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องบนคลื่นความถี่ 700 MHz แทน พร้อมลดต้นทุนค่าโรมมิ่งในส่วนของพื้นที่ เอ็นที ไปเช่าใช้อุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในอาคารจากเอกชนลง

พร้อมออกแพคเกจใหม่ที่ใช้บริการบนเทคโนโลยี 4G แทน ซึ่งลูกค้า My by NT สามารถใช้งานเพียงพอต่อการใช้งานทั้งการโทร และอินเทอร์เน็ต ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นเป้าหมายที่สำคัญของ เอ็นที แต่จะกำลังพิจารณารูปแบบของการหาตัวแทนดำเนินงาน โดยจะตอบแทนในรูปแบบของค่าตอบแทน (นายหน้า)

ตามราคาตลาดที่ 3% เพื่อสร้างรายได้จากพื้นที่ ในทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีผู้สนใจทำสัญญาในหลายพื้นที่ ซึ่ง เอ็นที เตรียมที่จะปรับระเบียบ ขั้นตอน ในการหาผู้เช่า และการอนุมัติอัตราค่าใช้บริการ ร่วมกับการใช้ข้อมูลระบบข้อมูลภายใน

NT

เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้นจะยังคงเดินหน้าร่วมกับพันธมิตร Joint Venture เพื่อให้บริการดิจิทัล และคลาวด์ ทั้งนี้ปัจจุบัน เอ็นที ได้ปรับการใช้พื้นที่ในโซนอาคารสำนักงานที่แจ้งวัฒนะแล้ว ทำให้ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งพร้อมที่จะทำในพื้นพระราม 4 และสุรวงค์ ต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับธรุกิจดาวเทียม เอ็นที พร้อมที่จะเดินหน้าให้บริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว โดยปัจจุบัน เอ็นที ได้ให้บริกการเกตเวย์สำหรับเครือข่ายดาวเทียม Eutelsat One Web ที่จะเป็นต้นแบบ ในความร่วมมือกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ อาทิ การควบคุมโดรน ที่สามารถควบคุมด้วยระบบดาวเทียม เป็นต้น

นอกจากนี้ เอ็นที เตรียมขยายแผนรุกคลาดไปยังพื้นที่ภูมิภาคเพิ่มขึ้น ด้วยบริการด้านดิจิทัล, ดาต้าคอม, บรอดแบรนด์, บริการกล้องวงจรปิด CCTV, บริการเชื่อมต่อรวมระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร (SI) และอสังหาริมทรัพย์ ผ่านเครือข่ายทีมขายส่วนภูมิภาคทั้วประเทศ โดยมุ่งในกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลัก

ผลักดันยุทธศาสตร์ บริการใหม่ และรักษาฐานรายได้

NT

นอกเหนือจากการสร้างรายได้จากกลุ่มบริการใหม่ ร่วมถึงรักษาฐายรายได้เดิม และขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เอ็นที จะยังคงมุ่งขับเคลื่อนภารกิจภาครัฐ และยุทธศาสตร์ของประเทศ ทั้ง การบูรการการใช้คลื่นความถี่ 850 MHz รวมกับคลื่นความถี่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคลื่น Digital Trunk เพื่อให้สามารถรองรับการสื่อสารในภารกิจ

กรณีภัยพิบัติ โดย เอ็นที จะดำเนินการในการเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์โครงข่าย และบุคลากรทั่วประเทศ เพื่อช่วยหนุนภารกิจของหน่วยงานรัฐ และหน่วยความมั่นคง โดยเฉพาะด้านการป้องกันบรรเทาสาธาณภัย รวมถึงการรวบรวมข้อมูลความต้องการการใช้งานของหน่วยงานรัฐ เพื่อประเมินความคุ้มค่าต่อไป

นอกจากนี้ เอ็นที ยังมีแผนที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (Asean Digital Hub) ในด้าน Connectivity ในภาพรวม เพื่อขยายศักยภาพ และความพร้อมในการลงทุนด้านดิจิทัลระดับ Hyper Scale จากต่างชาติ ให้สามารถสามารถใช้งานได้ทันที เช่น การเชื่อมต่อโยงเคเบิลใต้น้ำ และภาคพื้น ให้เพียงพอ

ในเส้นทางสำคัญ ๆ เชิงยุทธ์ศาสตร์ อาทิ เส้นทางฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย และเส้นทางไทย-สิงค์โปร์ รวมถึงการบาลานซ์ปริมาณใช้งานนอกประเทศ และปริมาณการใช้งานระหว่างภาคพื่น และใต้น้ำ และการเป็นศูนย์กลางควบคุมการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในอาเซียน (Neutral) เพื่อส่งเสริมความมั่นคง และการเป็นผู้นำด้านสื่อโทรคมนาคมในภูมิภาค 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay