เอ็นทีที (NTT) เผยทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจครึ่งปีหลัง บุกตลาดบริการคลาวด์ (Cloud) เสริมทัพการให้บริการดิจิทัลโซลูชั่นครบวงจร…
highlight
- เอ็นทีที ประกาศบุกตลาดการให้บริ
การคลาวด์เต็มสูบ รองรับการทรานส์ฟอร์มองค์กรธุ รกิจเต็มรูปแบบ พร้อมเสริมทัพการให้บริการดิจิ ทัลโซลูชั่น (Digital Solution) การบริหารจัดการด้านไอซีที (Managed Service) และการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Intelligent Cybersecurity) พร้อมเปิดตัว Client Experience Center โชว์นวัตกรรมสร้างประสบการณ์ ใหม่ให้กับลูกค้าและเชื่อมต่ อการนำเสนอระบบการทำงานของเอ็ นทีทีได้จากทั่วทุกมุมโลกอย่ างไรขีดจำกัด
NTT เผยทิศทาธุรกิจครึ่งปีหลัง เตรียมลุย Cloud ก้าวสู่บริการดิจิทัลโซลูชั่นครบวงจร

สุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า ในวันนี้เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรในหลากหลายมิติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เดินหน้าอย่างมั่นคงในการแข่งขันทางธุรกิจต่อไป
ซึ่ง ณ เวลานี้ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทรานส์ฟอร์มเมชั่นองค์กร เพื่อเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ของทุกองค์กรธุรกิจ ในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างข้อมูลเชิงลึก เพื่อผลักดันรายได้และผลกำไรที่เหนือกว่า

“เรามองว่าจากนี้ไปการใช้คลาวด์ในประเทศไทยจะเติบโตสูงขึ้น และคาดว่ามูลค่าตลาดรวมของคลาวด์ในประเทศไทยจะโตอย่างต่อเนื่อง โดยการให้บริการคลาวด์ยังคงเป็นเรือธงหลักของเรา นอกจากนี้เอ็นทีที ได้เตรียมการให้บริการด้านดิจิทัลโซลูชั่น และแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ
เพื่อรองรับการทรานส์ฟอร์มขององค์กรอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยการบริการ Managed Service เพื่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านไอซีทีในองค์กรเพื่อให้เหมาะกับการดำเนินงาน และช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ นอกจากนี้เรายังมีนวัตกรรมและบริการด้านรักษาความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับโลก
ทำให้ลูกค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจมั่นใจได้ถึงศักยภาพที่เราพร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบเพื่อทรานส์ฟอร์มเมชั่นองค์กรอย่างแท้จริง”
โอกาส และการลงทุน หลัง COVID–19

จากสถานการณ์การเกิดขึ้นของไวรัส โควิด-19 ทำให้ทุกอุตสาหกรรมจำเป็นต้องลงทุนเพื่อลบข้อจำกัด และสร้างกระบวนการทำงานที่รองรับการทำงาน และเชื่อมโยงข้อมูล ทั้งจากภายนอก และภายใน แต่ต้องปลอดภัย และนำไปสู่การการใช้ประโยชน์ของชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)
ที่จะมาพร้อมกับปริมาณของข้อมูลจำนวนมาก (Big Data) แม้ว่าวันนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุตสาหกรรมไหนจะมีขีดความสามารถในการลงทุน เพื่อยกระดับได้อย่างรวดเร็ว เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซึ่งบางอุตสาหกรรมเพิ่งลงทุนกับเทคโนโลยีไป และยังไม่คุ้มทุน

ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ จึงจะเริ่มลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Cloud เป็นต้น ซึ่งแผนกการดำเนินธุรกิจของ เอ็นทีที จากที่เคยตั้งเป้าที่จะขยายลงทุนกัมพูชา เมียนมาร์ และลาว แต่เกิดการพร่ระบาทของโควิด-19 ทำให้แผนการดังกล่าวจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในการนำเสนอโซลูชั่นใน 3 กลุ่ม ได้แก่
- เดินหน้าให้บริการในกลุ่มอุตสาหกรรมในเขตโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย เอ็นทีทีจะเร่งขยายศูนย์ข้อมูล หรือ เดต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากบริการคลาวด์ (Cloud)
- บริการบริหารจัดการระบบไอทีครบวงจรให้แก่กลุ่มองค์กรของลูกค้า เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ในช่วงที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลดลง ร่วมไปถึงการช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจให้แก่องค์กร
- รุกให้ผ่านบริการทางด้านดิจิทัลโซลูชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในรูปแบบของ ดิจิทัล เซอร์วิส ให้กับองค์กรของลูกค้า ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีชั้นนำต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ได้รวดเร็วทันต่อความต้องการ

สำหรับในประเทศไทย เอ็นทีที เชื่อว่าจากการเดินหน้าให้บริการใน 3 กลุ่มดังกล่าว จะทำให้สัดส่วนรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายใน 3 ปี โดยเพิ่มจากการลงทุนระบบไอทีแบบเดิมที่มีเพียง 10–20% และมีการลงทุนลดลงกว่า 15%
ขณะที่ประเทศในกลุ่ม CLMV เรามองว่าวันนี้ประเทศพม่า ถือว่ามีแนวโน้มลงทุนมากที่สุด เพราะมีเทคโนโลยีที่รองรับแล้ว แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์ และยังไม่ครบวงจรมากเท่าไรก็ตาม
พร้อมให้บริการอย่างครบวงจรในทุกด้าน
เราได้รวบรวมนวัตกรรมพร้อมการให้บริการอย่างครบวงจรในทุกด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐานไอซีที การเชื่อมต่อเครือข่ายจากทั่วโลก และนำระบบ SD–WAN มาผสานการทำงานกับศูนย์ข้อมูลทั่วโลก และเชื่อมต่อบนระบบคลาวด์ของ เอ็นทีที ในประเทศไทย
จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยทางข้อมูล และการเชื่อมต่อที่สะดวก และรวดเร็ว ขณะที่ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ บริษัท เอ็นทีที จำกัด สามารถช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับความปลอดภัยด้วยบริการ secure by design

โดยได้รวมระบบรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัยชั้นนำของอุตสาหกรรม รวมถึงได้รับข้อมูลเชิงลึกในการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีอัจฉริยะของเรา ซึ่งเราพร้อมนำเสนอบริการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบบูรณาการ
และช่วยลูกค้าในการป้องกัน คาดการณ์ และตรวจจับพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อรองรับด้านการจัดการความเสี่ยงของธุรกิจ โดย เอ็นทีที ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างบริการในการสนับสนุนให้ลูกค้าของเราทั้งทางด้านบริการทางเทคนิค การบริหารจัดการ และบริการสนับสนุนต่าง ๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด และได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีในระดับพรีเมี่ยมโดยการจัดหาโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อขยายธุรกิจให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ บริการของเราได้รวบรวมโซลูชั่น และการให้บริการครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การให้คำปรึกษาและบริการด้านเทคนิครวมถึงการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ โดย เอ็นทีที ได้แบ่งกลุ่มการให้บริการออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้
- Intelligent Digital Transformation การเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นด้วยรูปแบบอัจฉริยะ
- Intelligent Customer Experience สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยรูปแบบอัจฉริยะ
- Intelligent Workplace สำนักงานอัจฉริยะ
- Intelligent Data Center and Hybrid Cloud ศูนย์ข้อมูลและไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ
- Intelligent Networking เครือข่ายอัจฉริยะ
- Intelligent Cybersecurity ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ
โดยได้นำกลุ่มการให้บริการดังกล่าวมาผสมผสานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้กับลูกค้า ด้วยการนำนวัตกรรมด้าน Intelligent Digital Transform เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพด้วยประสบการณ์ลูกค้าแบบอัจฉริยะ พร้อมยกระดับประสบการณ์การทำงานด้วยสำนักงานอัจฉริยะ
รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพบนแอพพลิเคชั่น และโครงสร้างพื้นฐานด้วย ศูนย์ข้อมูลและไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ เพื่อช่วยขับเคลื่อนความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยระบบเครือข่ายอัจฉริยะ ซึ่งทุกสิ่งที่เราพร้อมนำเสนอจะสร้างความปลอดภัยด้วยการออกแบบผ่านระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ

พร้อมกันนี้ เอ็นทีที ได้เปิดตัวศูนย์ Client Experience Center สำหรับโชว์นวัตกรรม พร้อมสาธิตระบบการทำงานให้กับลูกค้า รวมถึงการจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ ของ เอ็นทีที ได้แก่ นวัตกรรมและโซลูชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน
เช่น บริการคลาวด์ และ Solution Insight สำหรับการวิเคราะห์การทำงานของระบบคราวด์เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด, ระบบคอนเทคเซ็นเตอร์บนคลาวด์ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ เอ็นทีที (Security Operation Center),

บริการบริหารจัดการ และการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านไอซีทีอัจฉริยะอีกด้วย และมีการจัดแสดงนวัตกรรมเพื่ออนาคต เช่น เทคโนโลยีสำนักงานอัจฉริยะ, เทคโนโลยีดิจิทัลในการแข่งขันจักรยาน Tour de France, ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ RPA,
คอมพิวเตอร์สวมใส่ได้และสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ Realwear, COTOHA ระบบการแปลภาษาอัจฉริยะ เป็นต้น โดยศูนย์ Client Experience Center มีพื้นที่ 393 ตารางเมตร ณ อาคารคอลัมน์ ชั้น 17
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























