NTT เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เตรียมลุย Cloud ก้าวสู่ผู้นำบริการดิจิทัลโซลูชั่นครบวงจร

0
308
NTT

เอ็นทีที (NTT) เผยทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจครึ่งปีหลัง บุกตลาดบริการคลาวด์ (Cloud) เสริมทัพการให้บริการดิจิทัลโซลูชั่นครบวงจร…

highlight

  • เอ็นทีที ประกาศบุกตลาดการให้บริการคลาวด์เต็มสูบ รองรับการทรานส์ฟอร์มองค์กรธุรกิจเต็มรูปแบบ พร้อมเสริมทัพการให้บริการดิจิทัลโซลูชั่น (Digital Solution) การบริหารจัดการด้านไอซีที (Managed Service) และการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Intelligent Cybersecurity) พร้อมเปิดตัว Client Experience Center โชว์นวัตกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าและเชื่อมต่อการนำเสนอระบบการทำงานของเอ็นทีทีได้จากทั่วทุกมุมโลกอย่างไรขีดจำกัด

NTT เผยทิศทาธุรกิจครึ่งปีหลัง เตรียมลุย Cloud ก้าวสู่บริการดิจิทัลโซลูชั่นครบวงจร

NTT

สุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า ในวันนี้เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรในหลากหลายมิติ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เดินหน้าอย่างมั่นคงในการแข่งขันทางธุรกิจต่อไป

ซึ่ง ณ เวลานี้ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทรานส์ฟอร์มเมชั่นองค์กร เพื่อเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกลยุทธ์ของทุกองค์กรธุรกิจ ในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และสร้างข้อมูลเชิงลึก เพื่อผลักดันรายได้และผลกำไรที่เหนือกว่า

NTT

“เรามองว่าจากนี้ไปการใช้คลาวด์ในประเทศไทยจะเติบโตสูงขึ้น และคาดว่ามูลค่าตลาดรวมของคลาวด์ในประเทศไทยจะโตอย่างต่อเนื่อง โดยการให้บริการคลาวด์ยังคงเป็นเรือธงหลักของเรา นอกจากนี้เอ็นทีที ได้เตรียมการให้บริการด้านดิจิทัลโซลูชั่น และแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ

เพื่อรองรับการทรานส์ฟอร์มขององค์กรอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยการบริการ Managed Service เพื่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านไอซีทีในองค์กรเพื่อให้เหมาะกับการดำเนินงาน และช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ นอกจากนี้เรายังมีนวัตกรรมและบริการด้านรักษาความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับโลก

ทำให้ลูกค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจมั่นใจได้ถึงศักยภาพที่เราพร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบเพื่อทรานส์ฟอร์มเมชั่นองค์กรอย่างแท้จริง”

โอกาส และการลงทุน หลัง COVID19

NTT

จากสถานการณ์การเกิดขึ้นของไวรัส โควิด-19 ทำให้ทุกอุตสาหกรรมจำเป็นต้องลงทุนเพื่อลบข้อจำกัด และสร้างกระบวนการทำงานที่รองรับการทำงาน และเชื่อมโยงข้อมูล ทั้งจากภายนอก และภายใน แต่ต้องปลอดภัย และนำไปสู่การการใช้ประโยชน์ของชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

ที่จะมาพร้อมกับปริมาณของข้อมูลจำนวนมาก (Big Data) แม้ว่าวันนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุตสาหกรรมไหนจะมีขีดความสามารถในการลงทุน เพื่อยกระดับได้อย่างรวดเร็ว เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซึ่งบางอุตสาหกรรมเพิ่งลงทุนกับเทคโนโลยีไป และยังไม่คุ้มทุน

NTT

ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ จึงจะเริ่มลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Cloud เป็นต้น ซึ่งแผนกการดำเนินธุรกิจของ เอ็นทีที จากที่เคยตั้งเป้าที่จะขยายลงทุนกัมพูชา เมียนมาร์ และลาว แต่เกิดการพร่ระบาทของโควิด-19 ทำให้แผนการดังกล่าวจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในการนำเสนอโซลูชั่นใน 3 กลุ่ม ได้แก่

  • เดินหน้าให้บริการในกลุ่มอุตสาหกรรมในเขตโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย เอ็นทีทีจะเร่งขยายศูนย์ข้อมูล หรือ เดต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากบริการคลาวด์ (Cloud) 
  • บริการบริหารจัดการระบบไอทีครบวงจรให้แก่กลุ่มองค์กรของลูกค้า เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ในช่วงที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลดลง ร่วมไปถึงการช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจให้แก่องค์กร 
  • รุกให้ผ่านบริการทางด้านดิจิทัลโซลูชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในรูปแบบของ ดิจิทัล เซอร์วิส ให้กับองค์กรของลูกค้า ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีชั้นนำต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ได้รวดเร็วทันต่อความต้องการ

NTT

สำหรับในประเทศไทย เอ็นทีที เชื่อว่าจากการเดินหน้าให้บริการใน 3 กลุ่มดังกล่าว จะทำให้สัดส่วนรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายใน 3 ปี โดยเพิ่มจากการลงทุนระบบไอทีแบบเดิมที่มีเพียง 1020% และมีการลงทุนลดลงกว่า 15% 

ขณะที่ประเทศในกลุ่ม CLMV เรามองว่าวันนี้ประเทศพม่า ถือว่ามีแนวโน้มลงทุนมากที่สุด เพราะมีเทคโนโลยีที่รองรับแล้ว แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์ และยังไม่ครบวงจรมากเท่าไรก็ตาม

พร้อมให้บริการอย่างครบวงจรในทุกด้าน

เราได้รวบรวมนวัตกรรมพร้อมการให้บริการอย่างครบวงจรในทุกด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐานไอซีที การเชื่อมต่อเครือข่ายจากทั่วโลก และนำระบบ SDWAN มาผสานการทำงานกับศูนย์ข้อมูลทั่วโลก และเชื่อมต่อบนระบบคลาวด์ของ เอ็นทีที ในประเทศไทย

จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยทางข้อมูล และการเชื่อมต่อที่สะดวก และรวดเร็ว ขณะที่ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ บริษัท เอ็นทีที จำกัด สามารถช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับความปลอดภัยด้วยบริการ secure by design

NTT

โดยได้รวมระบบรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัยชั้นนำของอุตสาหกรรม รวมถึงได้รับข้อมูลเชิงลึกในการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีอัจฉริยะของเรา ซึ่งเราพร้อมนำเสนอบริการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบบูรณาการ

และช่วยลูกค้าในการป้องกัน คาดการณ์ และตรวจจับพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อรองรับด้านการจัดการความเสี่ยงของธุรกิจ โดย เอ็นทีที ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างบริการในการสนับสนุนให้ลูกค้าของเราทั้งทางด้านบริการทางเทคนิค การบริหารจัดการ และบริการสนับสนุนต่าง ๆ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด และได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีในระดับพรีเมี่ยมโดยการจัดหาโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อขยายธุรกิจให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

NTT

ทั้งนี้ บริการของเราได้รวบรวมโซลูชั่น และการให้บริการครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การให้คำปรึกษาและบริการด้านเทคนิครวมถึงการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ โดย เอ็นทีที ได้แบ่งกลุ่มการให้บริการออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

  1. Intelligent Digital Transformation การเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นด้วยรูปแบบอัจฉริยะ
  2. Intelligent Customer Experience สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยรูปแบบอัจฉริยะ
  3. Intelligent Workplace สำนักงานอัจฉริยะ
  4. Intelligent Data Center and Hybrid Cloud ศูนย์ข้อมูลและไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ
  5. Intelligent Networking เครือข่ายอัจฉริยะ
  6. Intelligent Cybersecurity ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ

โดยได้นำกลุ่มการให้บริการดังกล่าวมาผสมผสานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้กับลูกค้า ด้วยการนำนวัตกรรมด้าน Intelligent Digital Transform เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพด้วยประสบการณ์ลูกค้าแบบอัจฉริยะ พร้อมยกระดับประสบการณ์การทำงานด้วยสำนักงานอัจฉริยะ

รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพบนแอพพลิเคชั่น และโครงสร้างพื้นฐานด้วย ศูนย์ข้อมูลและไฮบริดคลาวด์อัจฉริยะ เพื่อช่วยขับเคลื่อนความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยระบบเครือข่ายอัจฉริยะ ซึ่งทุกสิ่งที่เราพร้อมนำเสนอจะสร้างความปลอดภัยด้วยการออกแบบผ่านระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ

NTT

พร้อมกันนี้ เอ็นทีที ได้เปิดตัวศูนย์ Client Experience Center สำหรับโชว์นวัตกรรม พร้อมสาธิตระบบการทำงานให้กับลูกค้า รวมถึงการจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ ของ เอ็นทีที ได้แก่ นวัตกรรมและโซลูชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน

เช่น บริการคลาวด์ และ Solution Insight สำหรับการวิเคราะห์การทำงานของระบบคราวด์เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด, ระบบคอนเทคเซ็นเตอร์บนคลาวด์ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ เอ็นทีที (Security Operation Center),

NTT

บริการบริหารจัดการ และการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านไอซีทีอัจฉริยะอีกด้วย และมีการจัดแสดงนวัตกรรมเพื่ออนาคต เช่น เทคโนโลยีสำนักงานอัจฉริยะ, เทคโนโลยีดิจิทัลในการแข่งขันจักรยาน Tour de France, ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ RPA,

คอมพิวเตอร์สวมใส่ได้และสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ Realwear, COTOHA ระบบการแปลภาษาอัจฉริยะ เป็นต้น โดยศูนย์ Client Experience Center มีพื้นที่ 393 ตารางเมตร ณ อาคารคอลัมน์ ชั้น 17 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.