Nutanix เผยแนวคิด สาธารณสุข กับ ระบบนิเวศด้านไอทีที่เชื่อถือได้

Nutanix

นูทานิคซ์ (Nutanix) เผยแนวคิด สาธารณสุข กับ ระบบนิเวศด้านไอทีที่เชื่อถือได้ จะมอบประสบการณ์บริการที่มั่นใจช่วยแพทย์-ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว…

Nutanix เผยแนวคิด สาธารณสุข กับ ระบบนิเวศด้านไอทีที่เชื่อถือได้

Nutanix
ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์

ทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์ กล่าวว่า เป้าหมายขององค์กรผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข คือ ความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีของผู้รับบริการ รวมถึงการทำงานที่สะดวก ปลอดภัยของบุคลากรในองค์กร การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในภาคสาธารณสุขนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ต้องเป็นไอทีที่ก้าวล้ำสมัย

หรือช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการดูแลผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และมอบประสบการณ์ที่ทำให้ผู้รับบริการอุ่นใจ และมั่นใจ ซึ่ง นูทานิคซ์ เชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีคลาวด์คือขุมพลัง

จากการสำรวจดัชนีการใช้คลาวด์ล่าสุดของนูทานิคซ์ที่พบว่า 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยระบุว่าไฮบริดคลาวด์เป็นระบบที่เหมาะสมในปัจจุบัน และ 82% ระบุว่าโควิด-19 ทำให้องค์กรของเขาเหล่านั้นยกระดับงานด้านไอทีให้เป็นกลยุทธ์หนึ่งขององค์กร ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกเห็นตรงกันว่าโควิด-19 

ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลซึ่งมีแนวโน้มที่จะกำหนดอนาคตของการดูแลสุขภาพ  องค์กรด้านสาธารณสุขจำเป็นต้องบริหารจัดการสี่ความท้าทายสำคัญที่จะช่วยให้สามารถนำไฮบริดคลาวด์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คือ วัฒนธรรมในองค์กร, ความปลอดภัย, เทคโนโลยี และ การเงิน และการลงทุน

Nutanix

วัฒนธรรมในองค์กร

การเปลี่ยนแปลงในองค์กรขนาดใหญ่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงจะดำเนินการได้อย่างราบรื่น บางครั้งการยอมลดขั้นตอนหรือข้ามกระบวนการบางอย่างที่ปฏิบัติตามกันมาอย่างยาวนานอาจจำเป็น เพื่อปรับตัวให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และทำงานเชิงรุกได้ในภาวะวิกฤต

Nutanix

เทคโนโลยีที่ปลอดภัย

ทีมไอทีจำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนถึงประโยชน์ และความเสี่ยงที่จะตามมา มีแนวทางชัดเจนในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และแผนป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ เพราะข้อมูลผู้ป่วยมีความอ่อนไหวสูง 
เราทราบกันดีว่าบันทึกการดูแลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่ามหาศาลในตลาดมืด ดังนั้นผู้รับผิดชอบด้านไอที

จึงต้องปกป้องข้อมูลของผู้ป่วย และพร้อมตลอดเวลาที่จะย้ายข้อมูลไปยังที่ปลอดภัย เช่น ย้ายจากพับลิคคลาวด์ไปยังศูนย์ข้อมูลในองค์กร ซึ่งไฮบริดคลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเคลื่อนย้ายข้อมูลไปมาระหว่างคลาวด์ประเภทต่าง ๆ และเชื่อมต่อการใช้งานคลาวด์ทั้งสองประเภทให้เป็นผืนเดียวกันได้อย่างปลอดภัย

 

ค่าใช้จ่าย และการลงทุน

ความกังวลด้านค่าใช้จ่ายเป็นอีกความท้าทายที่ต้องมีการบริหารจัดการ การแพร่ระบาดอย่างหนักกระทบต่อผลกำไร โรงพยาบาลส่วนใหญ่ต้องงดให้บริการที่ไม่เร่งด่วนหรือเลื่อนออกไป และจับตาดูต้นทุนการดำเนินงานทุกด้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้คลาวด์ที่อาจแอบแฝงอยู่จากการเลือกใช้คลาวด์ไม่ถูกประเภท หรือยึดโยงอยู่กับพับลิคคลาวด์

ซึ่งสามารถช่วยให้เริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วในวันที่เร่งรีบรับมือกับภาวะวิกฤต แต่เมื่อเวลาผ่านไปค่าบริการก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ไม่คุ้มค่าการลงทุนอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่องค์กรส่วนใหญ่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้นความยืดหยุ่น และคล่องตัวในการโยกย้ายการทำงานไปมาระหว่างไพรเวทและพับลิคคลาวด์ตามความเหมาะสมกับลักษณะงานได้อย่างปลอดภัย ผ่านการใช้ไฮบริดคลาวด์จึงเป็นคำตอบที่ใช่ในปัจจุบันและในอีกสามถึงห้าปีข้างหน้า 

Nutanix

สำหรับประเทศไทย หากไม่นับการระบาดของโควิด-19 การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบจะเป็นความท้าทายที่ใหญ่มากของภาคสาธารณสุขไทย ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในปี 2564 ประเทศไทยจะมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็น 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

ซึ่งเรียกได้ว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดว่าไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี 2565 ซึ่งรัฐบาลไทยได้กำหนดให้สังคมผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือแล้ว

 แต่การระบาดของโควิด-19 เป็นวิกฤตที่มาแรงแซงโค้ง และเร่งการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรด้านสาธารณสุข ในประเทศไทยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรเหล่านี้จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักผลกระทบและประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างรอบคอบ

 

เราได้เห็นว่าได้มีการนำไอทีเข้ามาใช้ในระบบบริการด้านสาธารณสุขไทยมากขึ้น เช่น ด้านเวชระเบียน การรักษาทางไกล บริการทางการแพทย์วิถีใหม่ รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชั่นกลางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หรือไทยชนะ.com และแอปพลิเคชั่นอื่นซึ่งมีการพัฒนาตามกันมาอย่างต่อเนื่อง

และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกล่าวได้ว่าโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกที่องค์กรด้านสาธารณสุขต้องเผชิญ โดยเฉพาะการรองรับการทำงานจากระยะไกล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ละเอียดอ่อน และมีความซับซ้อน

กรณีศึกษา

ประเทศไทยมีเรื่องราวความสำเร็จที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีช่วยให้ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขเอาชนะความท้าทาย เช่น โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพทย์ ศูนย์กลางการศึกษาและวิจัยด้านการแพทย์ของ 14 จังหวัดในภาคใต้ของไทย ได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลใช้โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จของนูทานิคซ์ ซึ่งได้ช่วยให้โรงพยาบาลให้บริการได้ด้วยความยืดหยุ่น สามารถขึ้นระบบใหม่ ๆ ที่พัฒนาโดยทีมไอทีของโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว มีความต่อเนื่อง โดยมีส่วนช่วยทั้งในส่วนนักพัฒนา ทีมทดสอบระบบงาน รวมถึงการขึ้นระบบ Production ต่าง ๆ  

Nutanix

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์บางส่วนต้องทำงานจากระยะไกล และอาจต้องกักตัว ฝ่ายไอทีของโรงพยาบาลสามารถอำนวยความสะดวกให้บุคลากรเหล่านี้เข้าถึงระบบงานโรงพยาบาลผ่านระบบ VDI ของนูทานิคซ์ ด้วยอุปกรณ์ของบุคลากรเอง ซึ่งยังคงความคุ้นเคย สะดวก และปลอดภัย ในการใช้งานระบบงานโรงพยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วย

ท่ามกลางการระบาดระลอกสองในประเทศไทย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศที่ฝากความหวังไว้ที่วัคซีนโควิด และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการแจกจ่ายวัคซีนที่จัดหามาโดยภาครัฐ และได้เตรียมระบบไอทีให้มีความพร้อมสูงสุดเพื่อรองรับกิจกรรมดังกล่าว 

ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขต่างตระหนักว่าระบบเทคโนโลยีของตนต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการทำงานจากระยะไกล รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำ และต้องพึ่งพาระบบคลาวด์ ปัจจุบันโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ใช้ไพรเวทคลาวด์ของนูทานิคซ์เป็นหลัก

Nutanix

ซึ่งในการดำเนินงานด้านไอทีของโรงพยาบาลและภาคสาธารณสุข ไพรเวทคลาวด์เหมาะสำหรับงานบริการที่ต้องการความรวดเร็ว ยืดหยุ่น ปลอดภัย มีปริมาณข้อมูลและธุรกรรมจำนวน ส่วนพับลิคคลาวด์เหมาะสำหรับงานแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างโรงพยาบาล

เช่น การสร้างระบบ HIE (Hospital Information Exchange) อย่างไรก็ตาม ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า คาดว่าโรงพยาบาลจะยังคงใช้ไพรเวทคลาวด์เป็นหลัก และอาจทดลองใช้ไฮบริดคลาวด์ในระบบงานที่เหมาะสม 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.