PTT Trading จับมือ IBM ดึงออโตเมชันและเอไอเสริมศักยภาพงานปฏิบัติการ ติดสปีดให้ธุรกิจ

0
528
PTT Trading

พีทีที เทรดดิ้ง (PTT Trading) จับมือ ไอบีเอ็ม (IBM) เดินหน้าขยาย พร้อมรุกทรานส์ฟอร์มธุรกิจ” ดึงออโตเมชันและเอไอเสริมศักยภาพงานปฏิบัติการ ติดสปีดให้ธุรกิจ…

PTT Trading จับมือ IBM ดึงออโตเมชัน และเอไอเสริมศักยภาพงานปฏิบัติการ ติดสปีดให้ธุรกิจ

วันนี้ ไอบีเอ็ม ได้ออกมาประกาศว่า พีทีที เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจการค้าของกลุ่มบริษัทปตท. หนึ่งในบริษัทน้ำมันและก๊าซครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังร่วมมือกับทีมเซอร์วิสเซสของไอบีเอ็ม เพื่อนำเทคโนโลยีออโตเมชันและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้าเสริมสร้างประสิทธิภาพใหม่ ๆ

ให้แก่กระบวนการทำงานในส่วนของแบ็คออฟฟิศที่มีภาระงานในลักษณะซ้ำๆ  โดยความร่วมมือที่นำโดยพีทีที เทรดดิ้ง ประกอบกับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทปตท. ในการนำเอไอและออโตเมชันมาใช้ในสำนักงานของ พีทีที เทรดดิ้ง ที่กรุงเทพ และสิงคโปร์ในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้กระบวนการต่าง ๆ ของ พีทีที เทรดดิ้ง มีความคล่องตัว รวมทั้งเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทย พีทีทีได้เน้นกลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อที่จะได้เข้าถึงข้อมูลจากตลาดได้อย่างรวดเร็ว สามารถตัดสินใจได้อย่างฉับไว สนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆที่เข้ามา

ผ่านสำนักงาน พีทีที เทรดดิ้ง ทั้งห้าแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางการค้าน้ำมันที่สำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ สิงคโปร์, ลอนดอน, อะบูดาบี รวมถึงสำนักงานในสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะเปิดทำการในเร็วๆ นี้ บริษัทได้ตระหนักถึงความซับซ้อนของการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบัน  

PTT Trading

ซึ่งจำเป็นจะต้องมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี การปรับปรุงกระบวนการทำงานโดยนำระบบอัตโนมัติมาใช้ พัฒนาแพลตฟอร์มควบคุมความเสี่ยง รวมถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่คล่องตัว และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ โดย
ที่ผ่านมา การดำเนินงานด้านการเงินของ พีทีที เทรดดิ้ง

ตั้งแต่การทำข้อตกลงทางการค้าไปจนถึงการเรียกเก็บเงินบัญชีลูกหนี้การค้า และการชำระเงินบัญชีเจ้าหนี้การค้า เป็นกระบวนการทำงานที่ใช้เวลามากและดำเนินการด้วยตนเอง โดยในการทำงานร่วมกับไอบีเอ็มการาจเพื่อค้นหากระบวนการทำงานที่จะนำมาปรับปรุง (process discovery) นั้น

พีทีที เทรดดิ้ง พบว่ามีกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการเงินหลายกระบวนการที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง

“ภายใต้พันธกิจในการขยายธุรกิจการค้าไปสู่ตลาดสากล ด้วยความเป็นเลิศ ในด้านการค้า ด้านการปฏิบัติงานและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคา รวมถึงการเสาะหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ

เพื่อดึงศักยภาพของข้อมูล การพัฒนากระบวนการส่งผ่านข้อมูลให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น และทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานของเรามีความคล่องตัว สิ่งเหล่านี้คือ หัวใจสำคัญทางธุรกิจของเรา”

ดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าว การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และระบบไอทีเพื่อให้เรามีความคล่องตัว ยืดหยุ่นและมีความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจและเศรษฐกิจในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

รวมถึงเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจของเราในวันนี้ ซึ่งผลจากการทำงานร่วมกับไอบีเอ็ม เซอร์วิสเซส เพื่อนำโรโบติกโพรเซสออโตเมชัน (Robotic Process Automation หรือ RPA) มาใช้ ทำให้ปัจจุบันซอฟต์แวร์บ็อต (Software bots) สามารถช่วยพนักงานบริหารจัดการงานที่หลากหลาย

โดยงานเหล่านี้จะมีลักษณะงานที่ทำซ้ำๆ มีเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ชัดเจน ข้อมูลมีรูปแบบแน่นอน (Structured data) และมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังได้มีการผนวกเอาอนาไลติกส์ (Analytics) แมชชีนเลิร์นนิง (Machine learning) รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เช่น เทคโนโลยีการแปลงไฟล์ภาพเอกสารให้เป็นข้อความ (Optical Character Recognition หรือ OCR) ลงในระบบ เพื่อลดความซับซ้อน ปรับปรุงประสิทธิภาพ และทำให้กระบวนการทางธุรกิจและการทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติแบบครบวงจรทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

“ในขณะที่บริษัทหลายแห่งยังคงอยู่ในช่วงของการทดลองระบบออโตเมชัน และเอไอ อยู่นั้น วันนี้ พีทีที เทรดดิ้ง ได้เริ่มนำแนวทางนี้มาใช้ในองค์กรอย่างจริงจังแล้ว เพื่อจัดการกับความท้าทายและเร่งเดินหน้าในเรื่องดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันต่อไป”

PTT Trading

ด้าน สวัสดิ์ อัศดารณ พาร์ทเนอร์และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจโกลบอล บิสซิเนส เซอร์วิสเซส ของไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า ความสามารถในการประมวลผล และจัดการกับข้อมูลอย่างชาญฉลาด จะเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการแข่งขันท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้

ไอบีเอ็มมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอและออโตเมชันมาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของพีทีที เทรดดิ้ง อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บุคลากร ทำให้สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงการดำเนินงานของระบบแบ็คเอนด์ให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการติดตั้งระบบในเฟสแรก เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการจัดการกับการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้การค้าลดลงจาก 27,913 นาที เหลือเพียง 6,898 นาทีภายในระยะเวลาหกสัปดาห์  โดยพีทีที เทรดดิ้ง คาดหวังว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 16.6 ล้านบาทภายในระยะเวลาสามปี

ออโตเมชันได้กลายเป็นหนึ่งในระบบงานที่มีความสำคัญสูงสุดสองอันดับแรกขององค์กรทั่วโลก โดยจากข้อมูลของฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้งนั้น ตลาดโรโบติกโพรเซสออโตเมชันจะมีมูลค่าสูงถึง 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2564

และจะมีบริษัทอีกเป็นจำนวนมากที่มองถึงการนำระบบออโตเมชันที่ผนวกความสามารถของเอไอมาใช้ รวมถึงพยายามสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวเพื่อรับมือกับสนามแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.