ม.รังสิต จับมือ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพร์ส (HPE) ลงทุนกว่า 100 ล้าน ใช้ Super Computer สนับสนุนการเรียนการสอนผลิตบัณฑิตด้าน AI เข้าสู่ตลาดแรงงาน…
highlight
- มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม จับมือ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพร์ส หรือ เอชพีอี ทำความร่วมมือด้านวิชาการสนับสนุนการเรียนการสอนสร้างความเป็นเลิศ ผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถด้าน AI เข้าสู่ตลาดแรงงาน สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ด้วยการลงทุนสร้าง
ม.รังสิต ดึง HPE ใช้ SuperCom ยกระดับการเรียน งานวิจัย ปั้นบุคลากร AI สู่ตลาด

ศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และประธานศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ และการคำนวณขั้นสูง มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์และการคำนวณขั้นสูง (Center of Excellence in Artificial Intelligence & Supercomputing) เป็นหน่วยงานใหม่ของมหาวิทยาลัยรังสิตที่ก่อตั้งขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์
เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษา และการผลิตบัณฑิต สร้างงานวิจัยคุณภาพสูง และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งตอบโจทย์ และชี้นำสังคม รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในระดับชาติและนานาชาติ การดำเนินงานของศูนย์ฯ นี้ เกิดขึ้นภายใต้ความมุ่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถาบันชั้นนำด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี
โดยเฉพาะการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับหลักสูตรในทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล และช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของนักศึกษา และประเทศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยรังสิต เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงเดินหน้าความร่วมมือ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี จะเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาหลักสูตร การจัดอบรม รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สนับสนุนด้านเทคโนโลยี และขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่ระดับนานาชาติ พร้อมสนับสนุนด้านการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ลึกซึ้งด้านเทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยของ เอชพีอี
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตได้เข้าร่วมใช้ทรัพยากร และโอกาสจากโปรแกรม HPE Customer LiveSpace เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้าน Data Modernization, Generative AI Solutions, High Performance Computing (HPC) และ Sustainability
ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้เชิงลึก และประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษา รวมถึงสนับสนุนงานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ให้กับทั้งสององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการผลิตบุคลากรคุณภาพ และขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

“มหาวิทยาลัยรังสิต มีความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และการวิจัยด้านเทคโนโลยี ซึ่งการเปิดตัว “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ และการคำนวณขั้นสูง” (Central Excel Intelligence and Supercomputing Hub) ขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลงานวิจัยคุณภาพสูง นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง
และส่งเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ศูนย์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่ได้รับการผลักดันโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งมีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกระดับ
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ มหาวิทยาลัยรังสิต ก้าวสู่การเป็นสถาบันชั้นนำด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม โดยภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ฯ นักศึกษา และบุคลากรจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้เชิงลึก ประสบการณ์จริง และเครื่องมือด้าน AI ที่ทันสมัย ที่จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

การความร่วมมือกับบริษัท เอชพีอี จะทำให้มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับองค์ความรู้ สนับสนุนการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาหลักสูตร การอบรม และการสร้างโอกาสทางวิชาการใหม่ ๆ พร้อมผลักดันงานวิจัย และนวัตกรรมเข้าสู่ระดับนานาชาติ ผ่านรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ เพื่อให้ก้าวสู้เป้าหมายดังกล่าวมหาวิทยาลัยรังสิตได้ลงทุนงบกว่า 100 ล้านบาท ในการติดตั้ง และเช่าใช้ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ “HPE Crary Super Computing XD” แบบ On-Premies ที่มาพร้อมกับ GPU NVIDIA H200
ในโมเดลความร่วมมือ HPE GreenLake จากทาง เอชพีอี ภายในพื้นที่หาวิทยาลัยรังสิต เพื่อใช้ในการประมวลผล AI แลพ HPC โดยมีทาง เอชพีอีเป็นผู้ช่วยดูแลระบบทั้งหมดให้”

ด้าน พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง เอชพีอี และมหาวิทยาลัยรังสิต ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้
ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคการศึกษา เราเชื่อมั่นว่าการประสานจุดแข็งระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาจะช่วยยกระดับศักยภาพของนิสิตนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล
เอชพีอี มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเรียนรู้ การวิจัย และนวัตกรรมในประเทศไทยมาโดยตลอด และเราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงให้กับอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ในอนาคต

“เอชพีอี มีคามยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้าน AI ทั้งในส่วนของ Generative AI, Edge AI และ Physical ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศึกยภาพของทั้ง นิสิตนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรต่าง ๆ ให้สามารถเติบโตทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลในปัจจุบัน”
ปรับเปลี่ยนทุกหลักสูตรด้วยการผสานการประยุกต์ใช้ AI ที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน กล่าวถึงเป้าหมายในการใช้ AI ในหลักสูตรการเรียนการสอน และงานวิจัยว่า มหาวิทยาลัยรังสิต มความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ในทุกหลักสูตรที่มีการเรียนการสอน ให้มีความทันสมัยตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ต่าง ๆ
โดยเริ่มตั้งแต่การเรียนการสอนในระดับชั้นปีที่ 1 ไปจนถึงระดับมหาบัณทิต ทั้งปริญญาโท และปริญญาเก โดยนักศึกษาที่เข้ามาเรียนใหม่จะสามารถลงทะเบียนเรียนเพื่อเข้ามาหัดใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ขณะที่นส่วนของการใช้งานกับงานวิจัย ทางมหาวิทยาลัยรังสิต ก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสในการใช้งานให้แก่นักวิจัย
เพื่อที่ให้นักววิจัยสามารถใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ประมวลผลสมมมุติฐานต่างได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่อาจจต้งใช้เวลาหลายเดือน ก็จะเหลือเพียงไม่กี่วัน หรือเหลือแค่ระดับชั่วโมงได้ สำหรับแนวโน้มของการนำไปใช้งานจริงที่จะเกิดการใช้งาน AI และ Super Computing ที่เร็วที่สุดน่าจะเป็นในส่วนของหลักสูตรที่เกี่ยวเนื่อง
กับทางด้านการพทย์ ช่น การใช้ AI ในการช่วยวิเคราะฟิล์ม X-Ray หรือการถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูล และการวิเคราะห์สาเหตของโรดได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบสาธารณสุขของประเทศได้อย่างมาก

“การลงทุนในด้านของ AI และ Super Computing ของมหาวิทยาลัยรังสิต ในครั้งนี้ จะไม่ใช่การการเพิ่มช่องทางการหารยได้ของทางมหาวิทยาลัย ดังนั้น มหาวิทยาลัยรังสิต จะไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมในหลักสูตรต่าง ๆ แต่การลงทุนของ มหาวิทยาลัยรังสิต ในครั้งนี้คือการดำเนินการตามปรัชญาของมหาวิทยาลัย
ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพ เพื่อนิสิตนักศึกษา และพัฒนาสังคมการเรียนให้ก้าวทันยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวนำ และถือเป็นช่วงเลาที่เหมาะสม ซึ่งถ้าไม่ทำก็จะสามารถช่วยพัฒนาบุคลากรที่มีขีดความสามารถที่แข่งขันในตลาดแรงงานได้
โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยรังสิตอยู่ในระหว่างการปรับปรงพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการติดตั้ง Super Computing ซึ่งคาดว่าจะเเล้วเสร้จภายในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้”

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่าง เอชพีอี จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ให้นักศึกษาสามารถก้าวทันเทคโนโลยีโลก นำไปประยุกต์ใช้ และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในอนาคตได้อย่างแท้จริง
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























