Review : Fitbit Versa 3 สมาร์ทวอทช์ สายสุขภาพ สวยหรูหรา และมีดีกว่าที่คิด

0
925

Fitbit Versa 3 สมาร์ทวอทช์ สายสุขภาพ สวยหรูสะท้อนความมั่นใจ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ครอบคลุมทุกความต้องการของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ระบบ GPS ในตัว, ระบบวัดชีพจร และระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย Active Zone Minute, ฟีเจอร์ Sleeping Score ตัวตรวจจับการนอนเชิงลึก, รองรับการใช้งานคำสั่งเสียงจาก Google Assistant และ Amazon Alexa Built-in ที่มีมาในเครื่อง , การควบคุมเพลงผ่านหน้าจอ และการปรับเปลี่ยนการแสดงผลที่มีแบบให้เลือกหลากหลาย…

ใครที่เคยใช้ Smartwatch จาก Fibbit (ฟิตบิท) คงจะทราบกันดีอยู่แล้วถึงความพิเศษของฟีเจอร์ และการดีไซน์ออกแบบที่ในแต่ล่ะรุ่นจะคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งาน ทำให้ตอบโจทย์คนที่ต้องการสมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ แต่ยังคงความสวยงามไว้ด้วยได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้ และคิดว่ามันจะเชย เพียงเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ทวอทช์สายสุขภาพแนะนำให้ลองอ่าน รีวิว ต่อจากนี้ดูก่อนแล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ โดยในครั้งนี้ Itday ได้มีโอกาสรีวิว ฟิตบิท Versa 3 ซึ่งเป็นซีรี่ย์ต่อเนื่องจาก Versa 2 ที่สวยมากขึ้น และฉลาดมากกว่าเดิม

Review : Fitbit Versa 3 สมาร์ทวอทช์ สายสุขภาพ สวยหรูหรา และมีดีกว่าที่คิด

Fitbit Versa 3

หลังจากที่ได้ทดสอบ และทดลองใช้มาซักพักคงต้องบอกว่า ฟิตบิท Versa 3 คือ สมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย และความสะดวกสบายในการใช้งานแบบจัดเต็ม โดยสามารถใช้งานได้แบบครอบคลุมแทบทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเตือนการออกกำลังกาย, การทำสมาธิ หรือเวลานอน รวมไปถึงสามารถเช็กสภาพอากาศ การเพิ่มตารางช็อปปิ้ง หรือการล้างมือ หรือแม้แต่ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้จากการออกคำสั่งตรงจากนาฬิกา หรือจะพูดคุยกับสายเรียกเข้าผ่านลำโพง และไมโครโฟนที่ตัวเครื่องทันทีได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ Fitbit Pay เพื่อการใช้จ่ายที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการสัมผัส และยังสามารถเข้าถึงแอปและหน้าปัดกว่าอีก 1,000 รายการ แถมยังรองรับชาร์จแบบเร่งด่วน (Fast Charging) เพียง 12 นาที เพื่อใช้งาน 1 วัน เรียกว่า สุดยอดไปเลย ซึ่งตัวที่ทางทีมได้มาเป็นสี น้ำเงิน (Midnight) เราลองมาดูกันเลย

Fitbit Versa 3

สเปคข้อมูล (Specification) : ฟิตบิท Versa 3

  • สี :  ดำ (Black) / ชมพู (Pink Clay) / น้ำเงิน (Midnight)
  • เทคโนโลยีการชาร์จ : หัวแบบ USB ออกแบบเฉพาะรุ่น / รองรับการชาร์จเร็ว (Fast Charging)
  • ระยะเวลาในการชาร์จ : ชาร์จเต็มใช้งานได้นาน 6 วัน / รองรับชาร์จแบบเร่งด่วน (Fast Charging)12 นาที ใช้ได้ 1 วัน
  • ขนาดหน้าจอ : หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.58 นิ้ว ความละเอียด 336 x 336 พิกเซล
  • ตัวเครื่อง : อะลูมิเนียม (aluminum) / กระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass 3 / ทนอุณหภูมิตั้งแต่ -4° to 140° ฟาเรนไฮต์ และกันน้ำลึกได้ 50 เมตร
  • ขนาดของพื่นที่จัดเก็บ2GB
  • รองรับระบบการใช้งาน : Android เวอร์ชั่น 7.0 ขึ้นไป  / iOS เวอร์ชั่น 12.2 ขึ้นไป
  • น้ำหนัก : 0.21 กรัม (kg.)
  • แบตเตอรี่ : ลีเธียม-โพลิเมอร์ (Lithium-polymer)
  • ขนาด (W x D x H) : 17.66 x 6.55 x 9.12 cm.
  • สาย : ซิลิโคนแบบ Infinity Band (มีมาให้ 2 เส้น) 5.5-7.1 นิ้ว และ 7.1- 8.7 นิ้ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ : Built-in GPS+GLONASS / Wi-Fi (802.11b/g/n 2.4GHz) / NFC / Google Assistant / Amazon Alexa / Accelerometer sensor แบบ 3 แกน / Ambient light sensor
  • การควบคุม : หน้าปัดทัชสกรีน / ปุ่มระบบสัมผัสแบบเหนี่ยวนำ (Inductive button) ด้านข้างตัวเครื่อง
  • บลูทูธ : Bluetooth® 5.0
  • ภายในกล่อง : สายข้อมือ 2 เส้น / สายชาร์จ (USB-A) / คู่มือการใช้งาน / ตัวเรือน
  • จุดขาย : Built-in GPS / รองรับการชาร์จเร็ว (Fast Charging) / ทนอุณหภูมิสูง และกันน้ำลึก / รองรับการใช้งาน Google Assistant และ Amazon Alexa / รองรับเทคโนโลยี NFC เพื่อชำระเงินผ่าน Fitbit Pay / รองรับการควบคุมเพลงในแอปฯ Deezer และ Spotify / ลำโพง และไมโครโฟนในตัว
  • ราคา : 9,190 บาท

Fitbit Versa 3

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเรื่อนอะลูมิเนียม (aluminum) สีทองไททาเนียม ตัดกับหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.58 นิ้ว
  • สายข้อมือซิลิโคนแบบ Infinity Band ซึ่งมีมาให้ 2 เส้น (5.5-7.1 นิ้ว *ใส่ติดมากับตัวเครื่อง และ 7.1- 8.7 นิ้ว *ภายในกล่อง)
  • สายชาร์จหัวแบบ USB ออกแบบเฉพาะรุ่น
  • คู่มือ

การออกแบบ (design)

การออกแบบตัวกล่อง (Packaging Design) ไม่มีอะไรพิเศษมาก กล่องจะมีรูปทรง สีเหลี่ยม ฝืนผ้า สกรีนรูปสินค้า และลงพื้นสีหลังตามสีตัวเครื่อง เพื่อง่ายต่อการเลือก และมีโลโก้ ฟิตบิท พร้อมชื่อรุ่นระบุอยู่ ด้านข้าง ด้านหลัง และด้านล่างจะมีตัวบอกสถานที่ผลิต และคุณสมบัติคร่าว ๆ ด้านในตัวกล่องจะเป็นกล่องสีขาวที่เปิดด้วย

วิธีแยกฝาทั้ง 2 ฝั่งออกจากกัน เมื่อเปิดตัวกล่องจะพบกับตัวเรือนอะลูมิเนียม (aluminum) สีทองไททาเนียม ตัดกับหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.58 นิ้ว ได้อย่างสวยงาม ซึ่งตัวกระจกนั้นเป็นแบบกระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass 3 (หากว่ายังกลัวเป็นรอย หรือแตกสามารถซื้อกระจกเสริมแกร่งเพิ่มได้ที่ร้านค้าออนไลน์)

โดยมาพร้อมกับสายข้อมือซิลิโคนแบบ Infinity Band ซึ่งมีมาให้ 2 เส้น (5.5-7.1 นิ้ว *ใส่ติดมากับตัวเครื่อง และ 7.1- 8.7 นิ้ว *ภายในกล่อง) และสายชาร์จหัวแบบ USB ออกแบบเฉพาะรุ่น (แพ็คมาอย่างดีในกล่องกระดาษเล็กจะต้องดึงรอยบุออกถึงจะสามารถนำออกมาใช้งานได้ และมีคู่มือมาให้ 1 เล่ม

ตัวสายจะเป็นวัสดุซิลิโคนแบบนิ่มสวมใส่สบาย ออกแบบให้สายมีรูขนาดยาวเพื่อใส่ให้พอดีกับข้อมือ โดยในกล่องยังมีสายมาให้ 2 ขนาด ซึ่ง Versa 3 เปิดตัวมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ดำ (Black) / ชมพู (Pink Clay) / น้ำเงิน (Midnight)

สมาร์ทวอทช์สวยหรูสะท้อนตัวตน ที่มาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย และความสะดวกสบายที่ครบครัน

Fitbit Versa 3 ถือเป็น สมาร์ทวอทช์จากตระกูล Versa ของ ฟิตบิท โดยมาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกายและความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ GPS ในเครื่อง ที่ช่วยให้สามารถใช้งาน Map ได้ในตัวเอง และแน่นอนว่าพร้อมกับฟีเจอร์ออกกำลัง (Exercise) ได้ 20 รูปแบบ

Fitbit Versa 3

อาทิ Martial Arts, Bike, Bootcamp, Circuit Training, Elliptical, Golf, Hike, Interval Workout, Kickboxing, Pilates, Run, Spinning, Stair Climber, Swim, Tennis, Treadmill, Walk, Workout, Yoga เป็นต้น โดยทั้งหมดสามารถกำหนดเป้าหมาย และดูข้อมูลการออกกำลังได้

และเทคโนโลยี PurePulse 2.0 ที่ช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนเมื่อหัวใจเต้นผิดปกติได้ ขณะที่ตัว Active Zone Minutes ช่วยให้สามารถทำตามเป้าหมายด้านสุขภาพได้ สำหรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Versa 3 ยังมาพร้อมลำโพง และไมโครโฟนในตัว สำหรับการรับส่งข้อความ และการรับโทรศัพท์ หรือแม้แต่การส่งสายไปที่วอยซ์เมล และปรับระดับเสียงได้จากข้อมือ

Fitbit Versa 3

โดยสามารถใช้งานคำสั่งเสียงจาก Google Assistant และ Amazon Alexa Builtin ที่มีมาในเครื่อง โดยในเบื้องต้นเบื้องต้นจะยังรองรับแค่ Alexa ขณะที่ Google จะต้องรออัพเดตครับ และสามารถตั้งเตือนการออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือเวลานอน รวมไปถึงเช็กสภาพอากาศ การเพิ่มตารางช็อปปิ้งหรือการล้างมือ หรือแม้แต่ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้จากการออกคำสั่งตรงจากนาฬิกา

Fitbit Versa 3

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ Fitbit Pay เพื่อการใช้จ่ายที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการสัมผัส และยังสามารถเข้าถึงแอป และหน้าปัดกว่าอีก 1,000 รายการ และสามารถเลือกใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่นสำหรับการฟังเพล อย่าง Deezer และ Spotify

Fitbit Versa 3

เพื่อช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการออกกำลังกาย การออกแบบมีความทันสมัยคล้ายคลึงกับ Fitbit Sense เพื่อความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการใช้งาน ด้านตัวสายจะเป็นวัสดุซิลิโคนแบบนิ่มสวมใส่สบาย ออกแบบให้สายมีรูขนาดยาวเพื่อใส่ให้พอดีกับข้อมือ

โดยในกล่องยังมีสายมาให้ 2 ขนาด (5.5-7.1 นิ้ว *ใส่ติดมากับตัวเครื่อง และ 7.1- 8.7 นิ้ว *ภายในกล่อง) เพื่อใช้ปรับเปลี่ยนสำหรับขนาดข้อมือของคนใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีการเปลี่ยนสายก็เพียงแค่กดสลักที่ด้านลงตัวเรือนใกล้ ๆ กับตำแหน่งแป้นชาร์จเบา ๆ แล้วดึงสายออก ก็เปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย

ขณะที่ในการสวมใส่ก็เพียงแค่ สอดสายด้านที่เจาะรูเข้ากับห่วงที่ปลายสายอีกฝั่ง จากนั้นเลือกรูที่พอดีกับขนาดข้อมือแล้วกดให้แน่น และเก็บปลายสายเข้ากับช่องด้านใน ก็จะแน่นหนาไม่หลุดออกง่าย ซึ่งจุดนี้แตกต่างกับการออกแบบของแบรนด์อื่น ๆ ที่มักจะทำเหมือนสายนาฬิกาปกติ ซึ่งมักจะหลุดง่าย

Fitbit Versa 3

ด้านการควบคุมของตัวเครื่องนั้นก็สามารถควบคุมการใช้งานผ่านหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.58 นิ้ว ที่เป็นระบบทัชสกรีน โดยเมื่อปัดไปทางซ้ายจะเป็นหน้าเมนูแอปพลิเคชั่น ทั้ง Today, ออกกำลังกาย, สภาพอากาศ, จับเวลา, นาฬิกาปลุก โดยที่สามารถเลือก หรือลบแอปฯ ที่ไม่ต้องการออกได้ตามต้องการ

Fitbit Versa 3

โดยเราสามารถปรับตั้งแต่ค่าต่าง ๆ ได้ ผ่านแอปฯ ไม่ว่าจะเป็นระดับความสว่าง หรือจะปรับเวลาแสดงผลที่สามารถปรับตั้งแต่ 8 ไปสูงสุดถึง 60 นาที รวมไปถึงการตั้งค่าให้แสเงผลเป็นแบบ Analog หรือ Digital ก็ยังได้

ขณะที่ตัวเรือนด้านขวาจะเป็นช่องลำโพงเสียง และไมโครโฟน อย่างล่ะ 1 ตัว และปุ่มระบบสัมผัสแบบเหนี่ยวนำ (Inductive button) ที่เอาไว้ เพื่อใช้ในสำหรับใช้เป็นปุ่ม Home หรือตั้งเป็นคีย์ลัดไปยังฟังค์ชั่นต่าง ๆ ตามความต้องการของคนใช้โดยกำหนดค่าได้ผ่านแอฟพลิเคชั่นฟิตบิท

Fitbit Versa 3

นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอได้ด้วยฟังกชั่นเลือกใช้งานตามที่ต้องการ โดยเข้าไปที่หน้าจอแอปฯ แล้วเลือกที่โปรไฟล์ (‎Profile) เเล้วเลือกที่รุ่นเชื่อมต่อ ซึ่งในที่นี้ คือ Versa 3 แล้วเลือก Clock Faces

Fitbit Versa 3

ซึ่งเมื่อกดเข้าไปก็จะพบรูปแบบหน้าจอที่มีมาให้ในตัวเครื่องเป็นพื้นฐาน 4 แบบ และหากต้องการโหลดเพิ่มก็สามารถกดเลือกที่หน้าต่างด้านบนที่ชื่อ All Clocks ซึ่งก็จะพบว่ามีทั้งที่ถูกออกแบบมาจาก ฟิตบิท และจากนักออกแบบรายอื่น ๆ มากกว่า 100 แบบ

Fitbit Versa 3

โดยแบ่งออกป็นหมวดหมู่ อาทิ AlwaysOn Display, By Fitbit, Acttive Zone Minutes, Staff Picks, Stats Heavy, Digital, Analog, Recently Added, Free Clocks และ All Clocks แต่ส่วนใหญ่หากไม่ใช่ของ ฟิตบิท ออกแบบเราจะต้องชำระเงินซื้อมาใช้งาน

Fitbit Versa 3

สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ ฟิตบิท มาเลย หรือใช้ตัว Versa 3 เป็นครั้งแรก

สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ Fitbit หรือใช้ Fitbit Versa 3 เป็นครั้งแรกมีเรื่องที่ต้องรู้ดังต่อไปนี้ครับ อันดับแรกคือจะต้องโหลดแอปพลิเคชั่น Fitbit มาก่อนครับ โดยทำการลงทะเบียนสมัคร และทำตามขั้นตอนให้เรียบร้อย เสร็จแล้วเราจึงจะสามารถนำตัวเครื่องมาทำการเชื่อมต่อกับแอปฯได้

Fitbit Versa 3

โดยสิ่งสำคัญคือจะต้องเสียบนาฬิกาเข้ากับแท่นชาร์จขณะที่เชื่อมต่อ จากนั้นก็จัดการทำตามขั้นตอนที่ปรากฏไปจนจบขั้นตอนครับ ซึ่งในการเชื่อมต่อครั้งแรกจะค่อนข้างใช้เวลานานซักนิด

Fitbit Versa 3

เนื่องจากตัวเครื่องจะทำการอัพเดต และถ่ายโอนข้อมูลไปยังสมาร์ทวอทช์ (20-30 นาที โดยประมาณ) ซึ่งตัวแป้นชาร์จนั้น จะไม่ประกบกับตัวเรือนหากหันไม่ถูกทาง ตัวแม่เหล็กจะไม่ดูดเข้าหากันครับ

Fitbit Versa 3

เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จเรามาดูการใช้งานกันบ้าง ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อบนแอปฯ จะบอกข้อมูลของอุปกรณ์ สถานะแบตฯ คงเหลือ รวมถึงฟังก์ชั่นการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้ารวมข้อมูล Profile ก็จะแสดงข้อมูลโปร์ไฟล์ที่เชื่อมต่อ และตั้งค่าไว้ เช่น Active Zone Minutes, การเต้นของหัวใจ, การนอนหลับ, การออกกำลังกาย เป็นต้น

Fitbit Versa 3

โดยที่ด้านล่างจะมีปุ่ม อยู่ทั้งหมด 5 ปุ่ม ครับ โดยปุ่ม Today จะเป็นการส่วนหน้ารวมข้อมูลทั้งหมด หรือหน้าแรกนั่นเองครับ ส่วนปุ่ม Discovery จะเป็นหน้าที่เอาไว้ดูคำแนะนำในการออกกำลังกาย วิธีคลายความเครียด ท่าทางการออกกำลังตามเทรนเนอร์ เพื่อทดลองทำตามครับ

ปุ่ม Community แหล่งรวมของผู้คนที่ชอบการออกกำลังกาย ทั้งผู้คนทั่วโลกที่ใช้ฟิตบิตเพื่อแบ่งปันข้อมูลการออกกำลังกาย สถิติ แลข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ปุ่ม Premium นั้น บริการแบบสมัครสมาชิก เพื่อเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกายตัวใหม่ล่าสุด และจะมีอัตราค่าสมาชิกอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน

หรือเหมาจ่าย 2,500 บาท ต่อปีครับ แต่หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องสมัครครับ แต่หากสมัครเราก็จะได้ รับชมคลิปการออกกำลังกายมากกว่าร้อยรายการจากสตูดิโอชื่อดัง เช่น Aaptivbarre3, Daily Burn, Down Dogobé, Physique 57, POPSUGAR และ Yoga Studio เป็นต้น

ส่วนปุ่มสุดท้าย COVID19 ซึ่งทาง ฟิตบิท เพิ่มขึ้นมาหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลต่าง ๆ จากองค์กรอนามัยโลกหรือ WHO ซึ่งสามารถเข้าไปดูยอดผู้ป่วย คำแนะและการปฎิบัติให้ปลอดภัยได้นั่นเอง

Fitbit Versa 3

และการที่ ฟิตบิท ใส่เทคโนโลยี PurePulse 2.0 วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ (Heart Rate Tracking) มาไว้ในตัวเครื่องด้วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวในในแต่ละวัน และยังวิเคราะห์ออกมาเป็นกราฟให้เห็นว่าการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ใดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นอาการภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ หรือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นเร็วผิดปกติ อีกด้วย

Fitbit Versa 3

ขณะที่ฟีเจอร์ Oxygen Saturation (SpO2-ระดับออกซิเจนในเลือด) ก็ช่วยให้เราสามารถวัดออกซิเจนในเลือดได้ไม่ว่าจะหลับ หรือตื่น ทำให้เราสามารถวางแผนในการรัการสุขภาพของตัวเองได้ดีขึ้นครับ ขณะที่ตัวฟีเจอร์ Active Zone Minutes ก็ช่วยให้การออกกำลังกายทำได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่ารู้ว่าการออกกำลังแบบไหนที่ช่วยเผาผลาญได้ดี อัตราการเต้นของหัวใจเท่าไหร่ ทำให้เราออกกำลังกายได้อย่างไม่หักโหมจนเกินไป และเมื่อใช้งานร่วมกับ ลูกเล่นของการออกกำลัง อย่างระบบ Coach ก็จะยิ่งสนุกมากขึ้น เพราะจะมีภาพอนิเมชั่นแสดงท่าทางการออกกำลังกายบนหน้าปัดในนาฬิกาให้เราได้ทำตาม หรือจะกำหนดให้เล่นเฉพาะส่วนก็ได้

Fitbit Versa 3

แน่นอนการนอนเป็นเรื่องสำคํญ ดังนั้นการใช้งานฟีเจอร์ Sleep Stages&Sleep Score จะช่วยให้เราทราบว่าเรานอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่าในแต่ล่ะวัน เราหลับลึก ตื่นบ่อย ก็จะแสดงออกมาเป็นกราฟให้เห็นซึ่งช่วยให้ผู้ใช้านปรับปรุงการนอนให้ดีขึ้น แน่นอนว่าร่างกายคนเรามีส่วนประกอบเป็นน้ำเป็นส่วนใหญ่ การที่ร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอย่อมส่งผลต่อสุขภาพ ดังนั้น ฟิตบิต จึงมีฟีเจอร์ แจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ ใส่มาให้ด้วย เพื่อคอยเตือนผู้ใช้ว่าร่างกายมีน้ำน้อยกว่าที่ควรเป็น เมื่อคำนวนจากน้ำหนัก และส่วนสูงของผู้ใช้งาน

Fitbit Versa 3

กาออกกำลังกายให้สนุกสิ่งสำคัญคือเสียงเพลง เพราะช่วยให้ไม่เบื่อหน่าย ฟิตบิต เลยใส่การควบคุมเพลงในแอปฯ Deezer และ Spotify มาให้ด้วย ลองคิดว่าหากเราใช้กับ wearable device อย่างหูฟังไร้สายสำหรับการออกกำลังกายจะช่วยให้เราสนุกไปกับการออกกำลังกายได้ดีแค่ไหน ยิ่ง Versa 3 สามารถกันน้ำ และทนอุณหภูมิสูงได้ก็ยิ่งหมดห่วงกับกิจกรรมต่าง ๆ ไปได้เลย

Fitbit Versa 3

และสำหรับสาวๆ ยังสามารถใช้ในการติดตามรอบเดือนได้ด้วยฟีเจอร์ Female Health ซึ่งช่วยให้บันทึกการเป็นประจำเดือน สามารถกำหนดวันที่มาและวันที่สิ้นสุด รวมถึงการบันทึกอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น คำนวนวันไข่ตก หรือการที่รอบเดือนมาผิดปกติ นอกจากนี้ตัว Versa 3 ยังรองรับการแจ้งเตือนทั้ง ข้อความ, อีเมล, LINE และสายเรียกเข้าโทรศัพท์ สามารถส่งข้อความตอบกลับด้วยอิโมจิ หรืออ่านได้จากบนข้อมือ แต่ต้องเเจ้งไว้ก่อนนะครับว่าไม่รองรับภาษาไทย (ซึ่งอันนี้ก็ไม่ทราบว่าทำไม่ไม่ยอมทำซักที)

ข้อสรุปการใช้งานหลังจากทดสอบ

Versa 3 จัดว่าเป็นสมาร์ทวอช ที่ใช้งานได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย มีความทันสมัยแฝง ที่ผสมผสานลงตัวระหว่าง แฟชั่น และเทคโนโลยี มีฟีเจอร์การออกกำลังกายหลายรูปแบบซึ่งเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ล่ะคน ตัวดีไซน์ถือว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะใช้เพื่อเป็นเครื่องประดับ หรือใช้เพื่อเพื่อออกกำลังกายก็ใส่ได้ไม่เคอะเขิน

Fitbit Versa 3

และการที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายนี่เอง ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านความบันเทิง หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะรองรับทั้งการใช้งานผ่านแอปฯ คลังเพลง อย่าง Deezer และ Spotify แต่ต้องสมัคร บริการแบบสมัครสมาชิก Premium ถึงจะใช้งาน Spotify ได้ และยังสามารถรองรับการแจ้งเตือนทั้ง ข้อความ, อีเมล, LINE และสายเรียกเข้าโทรศัพท์ ทำให้สะท้อนความหรูหราบ่งบอกถึงตัวตนของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

Fitbit Versa 3

และที่น่าประทับใจคือความสามารถในใช้งานคำสั่งเสียงจาก Google Assistant และ Amazon Alexa Builtin ได้ แม้ว่าในเบื้องต้นเบื้องต้นจะยังรองรับแค่ Alexa ก็ถือว่าเป็นการช่วยให้ผู้ใช้ก้าวไปสู่วิถีชีวิตที่เรียกว่า “สมาร์ทไลฟ์” (Smart Life) ได้ โดยเฉพาะเมื่อโลกกำลังเข้ายุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกดิจิทัลถูกเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต (Internet of Thing หรือ IoT) มากขึ้น ๆ ทุกวัน

Fitbit Versa 3

สำหรับคนที่ไม่ชอบสายที่มาให้ ก็สามารถสั่งซื้อสายแบบถักสานจาก Pendleton® และ Victor Glemaud สำหรับสายถักเชฟรอน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท Fitbit Inspire 2 วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับ Fitbit Inspire 2 อาทิ สายหนังพรีเมียม Horween® และคลิปรัดสายนาฬิกาสีดำโดยราคาอุปกรณ์เสริมของ Fitbit Inspire 2 จะเริ่มต้นที่ 990 บาท 

Fitbit Versa 3

ข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.58 นิ้ว
  • มีระบบติดตั้งระบบ GPS บนเครื่อง
  • เทคโนโลยี PurePulse 2.0 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • Sleeping Score ระบบช่วยตรวจวัดการนอนและข้อมูลเชิงลึก บ่งบอกระดับการนอนแต่ละระดับทั้ง หลับลึก หลับไม่สนิท และช่วงหลับฝัน ทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินคุณภาพการนอนได้แบบเรียลไทม์ทุกเช้าหลังตื่นนอน
  • ฟังก์ชั่น Active Zone Minute ตัวช่วยตรวจจับชีพจรและระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย
  • รองรับการแจ้งเตือนทั้ง ข้อความ, อีเมล, LINE และสายเรียกเข้าโทรศัพท์
  • รองรับเทคโนโลยี NFC เพื่อชำระเงินผ่าน Fitbit Pay
  • รองรับชาร์จแบบเร่งด่วน (Fast Charging)

ข้อเสีย

  • สามารถในใช้งานคำสั่งเสียงรองรับแค่ Alexa
  • สายชาร์จหัวแบบ USB ออกแบบเฉพาะรุ่น
  • ไม่รองรับการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย
  • ต้องสมัคร บริการแบบสมัครสมาชิก Premium ถึงจะใช้งาน Spotify ได้
ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

 

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.